กาลเทศะ

ดิฉัน / STORY / กาลเทศะ

คงไม่ต้องบอกหรอกนะคะว่า กาลเทศะสำคัญแค่ไหน เพราะการมีมารยาทในสังคมจำเป็นต้องรู้จักกาลเทศะ คือรู้จักปฏิบัติตัวให้พอเหมาะพองาม อย่าว่าแต่การเข้าสังคมเลยค่ะ ไม่ว่าในที่ทำงานหรือกับเพื่อนฝูงคนรู้จัก หากไม่รู้จักกาลเทศะ ก็จะทำให้เกิดปัญหาได้ แต่แปลกนะคะ ที่ยังมีคนไม่รู้จักกาลเทศะจำนวนไม่น้อยเลย ไม่เฉพาะจากประสบการณ์ส่วนตัวและที่ได้ยิน ได้ฟังจากเพื่อนๆเท่านั้นแต่ท่านผู้อ่านหลายท่านก็เขียนมาเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ

Young woman using a touchscreen smartphone wearing casual clothes
ความเป็นส่วนตัว
  มีหลายคนนะคะที่ขาดความละเอียดอ่อน โดยเฉพาะในเรื่องความเป็นส่วนตัวของคนอื่น อย่างเช่นกรณีที่มีผู้อ่านเพิ่งเขียนมาเล่าว่า มีคนรู้จักคนหนึ่งที่มักจะโทรศัพท์มาขอเบอร์มือถือของคนในที่ทำงานของเธอ เพื่อติดต่อเรื่องงาน ซึ่งสร้างความลำบากใจให้กับผู้อ่านท่านนี้ไม่น้อย ทั้งๆที่ให้เบอร์กลางไปแล้วก็ไม่พอใจ จะเอาเบอร์มือถือให้ได้ ดิฉันว่ามีคนไม่น้อยเลยที่ไม่ชอบให้คนไม่รู้จักหรือไม่สนิทสนมด้วย โทฯเข้าถึงตัว ซึ่งก็น่าเข้าใจหรอกนะคะ เพราะคงมีความเป็นส่วนตัวสูง แต่ไม่วายมีคนจำพวกไร้ความคิดที่พยายามหาทางติดต่อถึงตัว โดยเที่ยวไปหาเบอร์ส่วนตัวของเขาจากคนรอบข้าง ซึ่งสร้างความลำบากใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก
ผู้อ่านรายที่เพิ่งระบายมาถึงดิฉันทางอีเมล์ขอคำปรึกษาว่าควรจะทำอย่างไรกับคนพวกนี้คงแนะนำยากค่ะ จะบอกว่าไม่มีเบอร์ส่วนตัวเขาก็คงไม่เชื่อ วิธีหนึ่งที่อาจช่วยได้คือ ขอเบอร์ของเขาแล้วก็บอกว่าจะเอาไปให้คนที่เขาต้องการติดต่อเป็นคนโทฯไปเอง หรือบอกไปว่าต้องขออนุญาตเขาก่อนว่าให้ได้หรือเปล่า แต่นั่นแหละค่ะ คุณอาจทำให้เขาไม่พอใจ แต่คงไม่มีทางเลือกอื่น อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันเคยเขียนไปแล้วหลายครั้ง คือการไปซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นการหย่าร้าง อาการป่วย หรือสูญเสียคนใกล้ตัว โดยคิดไปว่าเป็นการแสดงความเห็นใจ แต่หารู้ไม่ว่าการกระทำแบบนี้เป็นการไปล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของเขา และอาจไปทำให้เขาลำบากใจก็ได้นะคะ แค่พูดให้กำลังใจ หรือบีบมือเบาๆ เป็นการแสดงความเห็นใจ แล้วปล่อยให้ขึ้นอยู่กับเขาเองดีกว่า ว่าอยากจะเล่าให้เราฟังหรือไม่
บางครั้งการกระทำบางอย่างเพื่อแสดงความห่วงใย และเจตนาดี แต่ขาดความละเอียดอ่อนจนลืมนึกถึงความรู้สึกของผู้อื่น กลายเป็นการเสียมารยาทโดยอาจไม่รู้ตัว

ผิดที่ผิดทาง
  นี่ก็อีกเรื่องหนึ่งของการไม่รู้จักกาลเทศะที่มักจะได้ยินคนมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ คือการเข้าไปหาคนที่เขากำลังคุยกันอยู่ แล้วร่วมวงสนทนาหน้าตาเฉย ทั้งๆที่ไม่ได้มีใครเชื้อเชิญ หรือการบุกเข้าไปหาใครถึงบ้าน โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ถือว่าเป็นการผิดมารยาทเลยทีเดียวค่ะ อย่างที่มีคนมาเล่าให้ฟังว่า เขาไปงานงานหนึ่ง พอดีเจอกับคนอีกสองคนที่มีธุระกันอยู่ ก็เลยถือโอกาสพูดธุระกัน ขณะที่กำลังคุยอยู่ก็มีคนเดินเข้ามา ทีแรกก็นึกว่าแค่มาทักทายกันตามมารยาท แต่เปล่าค่ะ เขาเข้ามาร่วมวงด้วยโดยไม่ได้รับเชิญ ทำให้วงแตกเลย อย่างนี้ถ้ารู้จักกาลเทศะสักหน่อยก็คงไม่ทำ ส่วนการไปบ้านใครโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้านี่ เพื่อนเพิ่งเล่าให้ฟังว่า มีคนรู้จักมาที่บ้าน ถามเด็กที่บ้านว่าอยู่หรือเปล่า เมื่อเด็กบอกว่าอยู่ ก็ขอพบเธอบอกว่าเธอยังไม่ได้แต่งเนื้อแต่งตัว เลยต้องลงไปพบในสภาพที่ไม่ค่อยเรียบร้อย คิดว่าคงมีเรื่องด่วนอะไร ทั้งๆที่ไม่ค่อยสนิทกัน แต่เปล่าค่ะ เธอเล่าว่า ผู้หญิงที่มาหาบอกว่าผ่านมาทางนี้ก็เลยแวะเข้ามา ไม่ได้มีธุระอะไร นี่ถ้าโทฯถามความสะดวกเขาสักนิด ก่อนเข้ามาก็จะดีกว่า เห็นจะจริงที่มีคนบอกว่า การไม่รู้กาลเทศะจะทำให้ผู้นั้นไม่ประสบความสำเร็จ


เรื่อง: ทิพย์  – คอลัมน์ มารยาทยุคใหม่ นิตยสารดิฉัน

Photo Credit: www.freepik.com