การัณทีป สิงห์ เจ้าจริงหรือเจ้าปลอม

ดิฉัน / STORY / การัณทีป สิงห์ เจ้าจริงหรือเจ้าปลอม

เหตุเกิดเมื่อมีภาพของเขาเข้าร่วมขบวนฟ้อนเล็บในงานฉลอง 720 ปี เมืองเชียงใหม่ และมีการแนะนำว่า การัณทีป สิงห์ เป็น ‘เจ้าชายอินเดีย’ สร้างความสนใจแก่ผู้คนเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ชื่นชมและสงสัย ต่างก็ขุดคุ้ยว่าเขาเป็นใครกันแน่ จะเป็นเจ้าจริงหรือเจ้าปลอม เรามาพิสูจน์กันค่ะ

การัณทีป สิงห์ บอกว่าแค่การตกเป็นที่สนใจในเวลาชั่วข้ามคืนก็น่าตกใจพอแล้ว นี่ยังเจอการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับตัวเขาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงเข้าไปอีก ทั้งๆ ที่เขามาเมืองไทยเพียงแค่อยากมาเป็นนักศึกษาคนหนึ่งเท่านั้น ความสนใจในประเทศไทยของเขาเริ่มต้นจากการได้ไปเยี่ยมสถานทูตไทยในอินเดีย และได้เห็นงานศิลปะของไทย ก็เกิดความสนใจ อยากจะเรียนรู้ให้มากกว่านี้

การัณทีป

โดยเขาได้รับการทาบทามจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประจำอินเดียให้เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย และเขียนบทความเกี่ยวกับประเทศไทยตีพิมพ์ในนิตยสารอินเดีย เมืองแรกในประเทศไทยที่เขาเข้ามาในตอนนั้นคือเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองที่สร้างความประทับใจแรกเริ่มจนรู้สึกผูกพันกับเมืองเชียงใหม่ และมีเพื่อนฝูงมากมายที่นั่น

“จริงๆ แล้วคนอินเดียไม่ค่อยรู้จักศิลปะของไทยมากนัก ทั้งเรื่องการร่ายรำและดนตรี เมื่อนึกถึงเมืองไทยเขาจะนึกถึงชายหาด อาหาร ทะเล แต่ไม่เคยคิดถึงเรื่องศาสนา หรือศิลปะ ททท. จึงติดต่อผมด้วยเหตุผลว่าอยากให้เยาวชนของอินเดียได้เห็นได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น และอยากให้ผมเป็นตัวแทนเยาวชนของประเทศไทยในอินเดีย ผมก็ช่วยงาน สนุกด้วย”

 

อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้น เขารู้สึกผูกพันกับเชียงใหม่ และมีเพื่อนฝูงมากมายที่นั่น อีกทั้งยังสนิทสนมกับผู้ใหญ่หลายระดับจนทำให้มีข่าวมากมาย ไม่ว่าเรื่องที่เขาได้รับประทานแหวนจากเจ้านายฝ่ายเหนือ หรือแม้แต่ข่าวเกี่ยวกับตัวเขาที่ได้รับความสนใจตอนงานฉลอง 720 ปี เมืองเชียงใหม่ดังที่กล่าวมาข้างต้น

“ผมกับภริยาผู้ว่าราชการเชียงใหม่ เราสนิทกัน ท่านก็ถามว่าเชียงใหม่จัดงานฉลอง 720 ปี ท่านเองก็เป็นนักรำ อยากจะมาร่วมด้วยไหม ตอนแรกผมก็ลังเล เพราะฟ้อนเล็บเป็นระบำสำหรับผู้หญิง เจ้าดวงเดือนบอก ไม่รู้เหรอในคุ้มหลวงผู้ชายก็รำนะ แต่ไม่ต้องใส่เล็บ คล้ายๆ รำถวายเป็นประเพณี ผมบอก ผมขอคิดดูก่อนก็แล้วกัน ผมยังไม่รับปาก

…แต่แรกผมคิดว่าในอินเดียถ้าเป็นการรำถวายในพิธีอย่างนี้มักจะเป็นเรื่องค่อนข้างปิด ไม่ใช่สาธารณะ มักเป็นงานส่วนตัว ผมคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีช่างภาพมากขนาดนี้ ผมแค่อยากจะลองดูว่าการร่วมรำในพิธีจะเป็นยังไง แล้วเหมือนกับว่าเขาจัดแจงทุกอย่างให้ผมแล้ว เช่นต้องรำนำหน้าขบวน ผมก็ตกใจ ทีนี้พิธีกรก็ประกาศว่าเป็นเจ้าชายมาจากอินเดีย เท่านั้นแหละ กล้องทุกตัวก็หันมาทางผมเลยทันที ผมกำลังตั้งท่ารำ พอเห็นกล้องเท่านั้นลืมท่าหมดเลย (หัวเราะ)

…ผมไม่คิดว่าข่าวจะแพร่ขยายออกไปเร็วขนาดนี้ วันรุ่งขึ้นผมไปตลาดถนนคนเดิน ทุกคนมองผมแปลกๆ มองแรงนะ มันคืออะไรน่ะ (หัวเราะ) แล้วมีคนเดินเข้ามาหาผมขอถ่ายรูปด้วย พอมาคนหนึ่งเริ่มก็มีคนเข้ามาหาอีกเรื่อยๆ เดินไม่ได้แล้ว กลับดีกว่า ผมไม่ชอบนะ ผมชอบชีวิตเงียบๆ

…ถ้าเป็นคนทั่วไปผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้ามาจากสื่อผมว่าไม่ถูกต้อง เพราะคุณไม่สามารถกล่าวหาคนอื่นโดยไม่มีมูล ถ้าคุณมีคำถามขอให้มาถามผมเพราะมันเป็นเรื่องชีวิตของผม และมันมีผลต่อภาพลักษณ์ของผม การเป็นศิลปิน สิ่งสำคัญคือต้องได้รับความเชื่อถือจากคนอื่น การเป็นศิลปินไม่ได้มีเป้าหมายที่เงิน แต่เป้าหมายคือชนะใจคนดู เมื่อคุณเอาผมไปพูดในทางไม่ดี มันก็มีผลต่ออาชีพของผมนะ แต่เมื่อมีคนมาพูดอย่างนี้มัน ทำให้รู้สึกไม่ดี ส่วนหนึ่งที่ผมทำงานศิลปะก็เพื่อความสุขของผมเองด้วย ถ้าคุณไม่ชอบอะไรคุณก็ไม่จำเป็นต้องพูดจาเสียๆ หายๆ นี่ จริงไหมครับ”

การัณทีป3

จากข่าวหลากหลายกระแสเกี่ยวกับเชื้อสายของการัณทีป เขาขอชี้แจงถึงที่มาที่ไปของตัวเอง ด้วยการวาด family tree พร้อมอธิบายว่าใครเป็นใครให้ทราบกัน

“คุณทวดของผมชื่อ อุทัยภาณุ สิงห์ ท่านไม่มีลูกชาย มีแต่ลูกสาวหนึ่งคน ชื่ออุรมิล่า (อุรมิล่า เทวี) แต่งงานกับอีกราชวงศ์หนึ่ง ในระบบของเรา เราสามารถรับเลี้ยงใครและแต่งตั้งให้เป็นมหาราชาได้ คุณทวดก็เลยเอาลูกชายคนที่สองของอุรมิล่ามาแต่งตั้งเป็นมหาราชา ชื่อเหมันต์ (รานา เหมันต์ สิงห์)

…เหมันต์แต่งงานกับภรรยาคนแรก และหย่ากันแล้ว มีลูกชาย 1 คน ผมจะไม่บอกชื่อนะ จากนั้นเหมันต์มาแต่งงานครั้งที่สองกับยายผม มีลูกสาวหนึ่งคน คือแม่ผม แม่ผมมีลูกสาวหนึ่งคน และลูกชาย หนึ่งคนคือผมเอง

…เมื่อเหมันต์หย่ากับภรรยาคนแรกไปแล้ว เราก็ไม่แน่ใจเรื่องตำแหน่งของลูกชายคนนั้น ตอนนี้เขาก็ไปทางสายการเมือง และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับบ้านผม เพราะเขาติดทางแม่มากกว่า แล้วก็ตกลงกันนอกศาลได้เรื่องทรัพย์สิน ลงตัวไปหมดแล้ว ทีนี้ทางสายผมก็ไม่เหลือใคร ผมก็เหมือนเป็นทายาทที่เหลืออยู่”

“คนในครอบครัวเรียกผมสั้นๆ ว่า การัณ คนไทยเรียกผมปริ๊นซ์ขา ถ้าจะเขียนชื่อผมว่า มหาราชกุมาร การัณทีป สิงห์ ก็ถูกต้องครับ”

 

คงช่วยคลายสงสัยได้มากขึ้นแล้วนะคะว่า การัณทีป สิงห์ ผู้นี้เขาเป็นใคร และสืบทอดเชื้อสายมาอย่างไร สามารถติดตามอ่านความคิดและมุมมองของชายผู้นี้กันต่อได้ที่ ดิฉัน แมกาซีน ฉบับเดือนมิถุนายนนี้ค่ะ