คบกันนาน แต่ความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน

ดิฉัน / STORY / คบกันนาน แต่ความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน
“ความรัก บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องครอบครองใช่ไหมคะ?” ถามมาสั้นๆง่ายๆ ฟังดูสบายๆ แต่มั่นใจว่าคนถามกำลังเสียใจ ถ้าทำได้ก็ดีค่ะ แต่เท่าที่มี มักทำไม่ค่อยได้

รักใครเราคงอยากอยู่ใกล้ๆ อยากดูแลใส่ใจ แบบนี้รวมอยู่ในคำว่าครอบครองหรือเปล่า ที่ไม่ได้ครอบครองเพราะอะไร เพราะเขามีใครอยู่ในครอบครองแล้วหรือเปล่า หรือเราได้แค่มองเขาอยู่ไกลๆ เพราะยังไงก็ไม่ใช่คนที่อยู่ในสายตา สารพัดเหตุผลหากทนยอมรับได้ การไม่ได้ครอบครองก็อาจไม่ได้แย่เสมอไป ถ้าเงื่อนไขมันคือทำยังไงได้ เรามาช้าไป หรือแม้แต่เขาไม่มีใจซะที

เคยมี Club Friday ครั้งหนึ่ง คุยกันในชื่อตอนว่า ‘คบกันนานแต่ความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน’ ยังแอบเกรงๆว่าจะมีคนโทฯ เข้ามาไหม เพราะส่วนใหญ่ใครๆก็อยากได้ความชัดเจน แต่กลายเป็นว่า ความสัมพันธ์ของคนยุคนี้เยอะมากที่มีอะไรกัน แต่ไม่ฟันธงว่าความสัมพันธ์คืออะไร บางคู่ย้ำว่ายังไงก็เพื่อน มีประเภทที่พูดจนติดปากว่าเป็นพี่เป็นน้องกันแบบนี้แหละดีแล้ว แต่ไปคุยกันในห้องนอน บ้างคบกันมาตั้งหลายปี สุดท้ายยังถูกซ่อนไว้จนไร้ตัวตน เมื่อเข้าไปอยู่ในสังคม ห้ามบอกใครๆว่าเราเป็นอะไรกัน ห้ามโพสท์ภาพคู่ เดี๋ยวดูไม่ดีเรื่องแบบนี้ไม่เห็นต้องประกาศบอกใคร สุดท้ายที่ต้องปิดกันเอาไว้ เพราะเขามีใครเอาไว้ออกหน้าออกตา ไม่ใช่เราจนได้ฟังเรื่องราวของน้องผู้หญิงคนหนึ่ง ฟังแล้วอึ้งๆค่ะ เรื่องแบบนี้มีอยู่จริงๆด้วย น้องเริ่มต้นเล่าว่า เป็นคนพิษณุโลก ตอนที่ตกงานแล้วเห็นเพื่อนๆไปหาลาภลอยกันที่กรุงเทพฯ น้องบอกเพื่อนไปว่า ถ้ามีอะไรน่าสนใจอย่าลืมบอกกันบ้างนะ แล้วเพื่อนก็มาชวนค่ะ บอกว่า มีผู้ชายคนหนึ่ง จ้างให้เป็นภรรยาในระยะเวลา 1 เดือน มีให้เลือกว่าอยากได้ค่าจ้างเป็นบ้าน เป็นรถ หรือเงินสด น้องเลือกไปว่าอยากได้บ้านและเงินสด ทั้งหมดต้องมีการทำสัญญา ห้ามตามหาว่าเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำงานอะไร ไม่มีพันธะผูกพันใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ภายในเวลาที่กำหนดสัญญาว่าจ้างสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนด 1 เดือน น้องก็ตัดสินใจรับในเงื่อนไขนี้

เมื่อเขามาที่บ้าน ก็ใช้ชีวิตอยู่กินฉันสามีภรรยา เขาเครียดกับงาน ก็มาบ่นให้ฟังที่บ้าน คุยกัน ให้กำลังใจกัน เขาทำอาหารอร่อยๆให้กิน ทุกอย่างจบสิ้นเมื่อเขากลับไป ไม่มีการถามว่าจะไปไหน ไปทำอะไร แล้วจะมาอีกไหม มาเมื่อไหร่ก็เจอกัน เขากลับไปเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น ทำตามสัญญาว่าจ้างกันเท่านั้นก็จบ

ที่มหัศจรรย์มากก็คือ สัญญาจ้างที่ว่าตามสนธิสัญญาใช้เวลาแค่ 1 เดือน แต่สภาพความสัมพันธ์รูปแบบนี้เดินหน้าต่อไปเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ทุกวันนี้ น้องยังคงดำรงสถานะเหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน เข้าบ้านมาก็เจอกันใช้เวลาด้วยกัน เขาออกจากบ้านไปก็แค่ไหนแค่นั้น ไม่รู้ที่มา ไม่สนว่าที่ไปคืออะไร เขาเข้าบ้านมาเมื่อไหร่ ก็ทำให้เขาสบายใจแค่นั้นพอ

เคยมีครั้งหนึ่ง น้องไปผ่าตัดไส้ติ่งไม่ได้บอกใครไว้ ไปนอนร.พ. รักษาตัวเสร็จก็กลับบ้าน เขามารอบนี้ไม่เจอก็ไม่โทฯหาไม่ตามหาว่าผู้หญิงในบ้านหายไปไหน คราวต่อไปมาเจอกัน ถึงได้ถามว่า อาทิตย์ที่แล้วไปไหนมา น้องก็บอกไปว่า ไม่สบายไปผ่าตัดไส้ติ่ง ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด เขาก็เป็นคนดูแลให้ เงินที่ได้มา น้องก็ต่อยอดโดยการไปเปิดซุ้มกาแฟในห้าง ขายกาแฟในวันว่างๆก่อนการทำหน้าที่ภรรยาประจำบ้านในวันที่เขามาหา จะด้วยโชคชะตา หรือกรรมใดก็แล้วแต่ วันหนึ่งเขาคนนั้นพาผู้หญิงคนหนึ่งมาเดินห้าง แล้วเจอเรากำลังขายกาแฟอยู่พอดี มองหน้ากัน เจอกัน แล้วก็ผ่านไป ไม่มีปฏิกิริยาใดๆให้ระคายหัวใจซึ่งกันและกัน

พอมาหาที่บ้าน เขาก็ไม่ได้ถามอะไรชีวิตอยู่กับปัจจุบันซะจน เหมือนเรากับหุ่นยนต์ไม่ค่อยต่างกัน เขายังคงเหมือนเดิมทุกครั้ง เราอยากกินอะไร เขาก็ทำกับข้าวให้กิน คุยกันแต่ในเรื่องที่ไม่เข้าไปอยู่ในเรื่องส่วนตัวของเขา มีแต่เรา ณ ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่เคยพาไปไหน ไปเจอใครไม่มีวันเก่าๆ มีแต่ปัจจุบันของเรา และไม่มีเงาของอนาคต ไม่ยกย่อง ไม่ให้เกียรติอะไร ไม่ต้องถามว่าเราคบกันแบบไหน อยู่ให้ได้ภายในเส้นรอบวงของเรา

ยอมรับว่าไปต่อไม่ถูกเลยค่ะ น้องทำร้ายครอบครัวใครไหม? ไม่รู้ ไม่มีใครยืนยันผู้ชายคนนั้นมีเจ้าของแล้วหรือเปล่า น้องไปแย่งสามีคนอื่นหรือ? ก็ยังไม่ถือว่าใช่ ไปราวีทำความเดือดร้อนให้ใคร ก็เปล่าอยู่ในที่ของเรา รับจ้างเป็นภรรยาที่เหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ประจำบ้าน แต่นั่นแหละค่ะ เมื่อสายน้องออกอากาศ นี่คือหนึ่งตัวอย่างซึ่งอาจกลายเป็นแรงบันดาลใจผิดๆให้กับคนที่ไม่คิดทำอะไร หาเงินได้ด้วยการรับจ้างเป็นภรรยา ไม่มีคุณค่า ไม่ต้องให้เกียรติ เลยต้องถามกันไปว่า สมมุตินะคะสมมุติ ถ้าเรามารู้ว่าผู้ชายคนนั้นมีภรรยาอยู่ก่อนแล้ว เราจะทำยังไงต่อไป น้องตอบไปว่า ถ้าเขามีใครแล้ว เราคงยอมเดินหนีไปอย่างเงียบๆ โอ.เค.ค่ะ หมดคำถาม รักแบบที่ไม่ต้องครอบครองมีอยู่จริง แต่อย่าทิ้งเงื่อนไขที่ว่า รักของเราต้องไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร แม้กระทั่งใจของตัวเอง

ถามว่าน้องที่โทฯเข้ามา รักและผูกพันกับผู้ชายคนนั้นไหม มั่นใจว่ายังไงต้องมีเพราะน้องอยากคุยให้ฟังในชื่อตอนจี้ใจดำว่า ‘คบกันมาตั้งนานแต่ความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน’ หรือจริงๆนี่คือความชัดเจนที่สุดแล้วว่า เขาให้เราเป็นได้แค่นี้ ไม่ต้องเข้ามาใกล้ แค่อย่าหายไปไหน เราอยู่กันมาตั้ง 10 ปีแล้วไง เธอจะเอาอะไรอีก ถ้าเพียงแต่น้องลุกขึ้นมามีตัวตน อยากให้คนนั้นคนนี้รับรู้ว่ามีเรา เขาก็อาจไปจากกันเร็วกว่านี้ เมื่อเราอยู่ในที่ที่เขาสบายตัว แถมยังทำให้เขาสบายใจ เงินก็มีให้ใช้ แถมอยู่ได้แบบไม่ต้องมีตัวตน เขาจะไล่คนอย่างเราไปทำไมสุดท้ายต้องถามตัวเองว่า เราอยู่แบบนี้ได้อย่างมีความสุขจริงไหม จะเป็นภรรยาเขาก็พูดได้ไม่เต็มปาก อยากมีใครใหม่ก็คงทำไม่ได้ เพราะเราเองยังคงดำรงสถานะผู้หญิงในบ้านเขา เราจะยอมรับได้ไหมกับหน้าที่การงานภรรยารับจ้างที่หมดสัญญาไปตั้งแต่เดือนแรก แต่ที่แบกกันมากว่า 10 ปี เพราะความที่เรารู้สึกดีๆและเขาก็เห็นแก่ตัวหรือเปล่า ถึงปล่อยให้เราไม่มีตัวตน อยู่แบบไม่ต้องให้เกียรติกันมาได้นานขนาดนี้

ทั้งหมดอยู่ที่เรา ไม่อยากมีใครสักคนที่อยู่กันเป็นครอบครัวหรือ รักเราอย่างที่เรารักเขา อยู่ดูแลกันแบบไม่ต้องกลัวว่าเขาจะออกจากบ้านไปเมื่อไหร่ และกว่าจะกลับอีกนานแค่ไหน

เรารับรู้ตัวตนซึ่งกันและกันได้ ดีกว่าหลับตาแล้วเดินหน้าต่อไป เขาเลือกจะวางเราไว้ตรงไหน ก็ฝังกายหยั่งรากลึกลงไปตรงนั้น แบบที่สงสัยทุกวันว่า ตกลงที่คบกัน เราอยู่ในฐานะอะไร


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน