เจอแต่รักพังๆ จนกลัวหัวใจตายด้าน

ดิฉัน / STORY / เจอแต่รักพังๆ จนกลัวหัวใจตายด้าน
เห็นข้อมูลนี้แล้วต้องถามตัวเองดังๆอย่างนี้ก็ใช่หรือ? มีผลวิจัยจาก 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกาและแคนาดา บอกว่า คนที่ชอบอวดรูปแฟน รูปสามี หรือภรรยา ลึกๆลงไปในใจมีความไม่มั่นใจในความสัมพันธ์มากกว่าคู่รักทั่วไป รูปที่ลงเป็นการย้ำเตือนให้เพื่อนๆและคนรู้จักเห็นว่าคู่ของเขายังมีความสัมพันธ์อันดี ทั้งที่ความจริงในใจอาจไม่ได้เป็นแบบนั้น

บางคู่คงมี แต่บางทีก็ไม่ใช่ทุกคน โลกบนโซเชียลฯสอนให้เราอย่ามองโลกด้านเดียว บางคนอาจแค่อยากเก็บความทรงจำระหว่างกัน หรือแม้แต่แสดงความเป็นเจ้าของ ให้เกียรติ ให้ความสำคัญ บางเรื่องถึงขั้นกระทบความสัมพันธ์เพียงแค่ไม่ลงรูปกันและกันในสื่อออนไลน์ คิดไปไกลว่า การไม่มีเราในโลกโซเชียลฯของเขา เพราะอยากปกปิดเราไม่ให้คนของเขารับรู้ด้วยหรือเปล่า (ดราม่าจัดมาก) สารพัดเหตุผลของคนที่อยากลงรูปคู่ ไม่ได้แปลว่า การถ่ายรูปครอบครัวลงในเฟซบุ๊ค เพราะกำลังทุกข์กับความสัมพันธ์เสมอไป

โลกแห่งความเป็นจริง กับโลกเสมือนจริง กำลังซ้อนทับกัน บางคนให้ความสำคัญกับการกดไลค์เหลือเกิน “ทำไมแฟนไม่เคยไลค์สิ่งที่หนูโพสต์เลยคะ” “เขาดูไม่สนใจ comment ของเรา แบบนี้ผิดปรกติหรือเปล่า” เดี๋ยวๆๆๆเราอยู่ใกล้เขา มากกว่าในโลกโซเชียลฯตั้งเยอะ มีอะไรคุยกัน บอกกัน เล่าสู่กันฟังกอดกัน มันอบอุ่นกว่าแค่การกดไลค์ หรือส่งข้อความกันไปมาหน้าจอ อย่าเพิ่งไปหาเรื่อง ฟ้าส่งโจทย์ใหม่ๆให้เราทุกวัน อย่าไปเพิ่มปัญหาให้เหนื่อยใจทั้งเราและเขาอีกเลย

โซเชียลฯทำให้คนหลายคนบนโลกนี้มาเจอกัน แต่อย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่านั่นคือสิ่งที่จริงจังที่สุดในชีวิต ไม่ว่าฟ้าหรือเทคโนโลยีทำให้เรามาเจอกัน แต่จะเดินหน้าไปได้ไกลแค่ไหนนั้นอยู่ที่เราทั้งสองคน

มีอีเมล์ฉบับหนึ่งส่งเข้ามาถามค่ะ “หนูถูกสามีที่แต่งงานอยู่กินกันมา 14 ปี นอกใจไปคบกับเพื่อนร่วมงาน ทั้งๆที่เรากำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 อยู่ เหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาจากการถูกทรยศให้เวลาเขา 6 เดือน เพื่อให้เขาคิด สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจย้ายออกไป หลังจากนั้น เราก็ขาดความมั่นคง ขาดความรัก ไม่มีความมั่นใจ แล้วก็มาเจอคนใหม่ในเฟซบุ๊ค ตัดสินใจไปอยู่ต่างประเทศกับเขาเพื่อให้ลืมสิ่งเลวร้ายต่างๆ ใช้เวลาหลายปี สุดท้ายชีวิตคู่ก็ล่มอีก เพราะเขากินเหล้าหนักมาก หรืออาจเพราะเราไม่รักเขามากพอ ตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง (พ่อเขารับเลี้ยงดูค่าใช้จ่ายลูกและเรา) แต่ก็มีคนเข้ามาเรื่อยๆ เราไม่เคยมีความรักอีกเลย ทุกคนจะมีข้อที่เราติและรับไม่ได้เสมอ จนเหมือนเราเป็นคนด้านชากับความรัก บางครั้งก็กลัวต้องแก่แล้วตายไปโดยลำพัง…จะทำอย่างไรที่จะรักใครได้อีก ช่วยแนะนำด้วยนะคะ”

จริงๆความเข็ดถือเป็นสติอย่างหนึ่ง สิ่งมีชีวิตทุกอย่างในโลกจำเรื่องทุกข์ได้ดีกว่าเรื่องสุข ยิ่งเรื่องไหนเจ็บ ยิ่งจำแม่น เสือติดบ่วงนายพราน ถ้ารอดมาได้ เสือจะไม่เดินกลับเส้นทางเดิมเพราะกลัวโดนอีก แต่คนอาจติดบ่วงนายพรานได้เรื่อยๆ ถ้านายพรานหน้าตาดีและเรามีใจ เลยต้องร้องไห้ซ้ำๆซากๆอยู่เรื่อยไป

ก่อนจะกลัวตัวเองด้านชา มากลัวดีกว่าว่า รักยังไงหนา จะไม่เสียน้ำตาอีก ‘แฟน’ นานๆมาทีขอให้ดี อย่ามาแบบถี่ๆแต่ไม่จริงใจ การมีคู่ชีวิต ก็อย่าไปคิดว่าจะทำให้เราไม่ต้องตายไปอย่างเดียวดาย คนเราเกิดคนเดียว ตายคนเดียว แค่ก่อนถึงวันสุดท้ายเราได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าหรือยัง อย่าไปหวังอะไรกับผู้ชายคนเดียว น้องยังมีลูกอีกตั้ง 2 คน เราได้ดูแลเขาอย่างเต็มที่หรือยัง สามีเลิกกันไปในที่สุดอาจเป็นคนอื่น แต่แม่ลูกเราผูกพันกันทั้งชีวิต อย่าไปผูกจิตกับใครสักคนที่ผ่านเข้ามาแล้วอาจจะผ่านไป รักเป็นเรื่องไม่แน่นอนที่สุดในโลกค่ะ เรามีแค่ช่วงเวลาเดียวที่ได้อยู่ด้วยกัน สุดแท้แต่จะหมดอายุรักหรือหมดอายุขัยก่อนเท่านั้น

จากสามีคนแรกที่ทรยศ มาพบคนใหม่ก็ไปอยู่กับเขาไวไป เพียงเพราะคิดว่าเขาอาจทำให้เราลืมเรื่องร้ายเก่าๆ เริ่มต้นคิดแบบนี้ก็ผิดแล้ว เวลาจะเลือกใคร ต้องเลือกในช่วงที่หัวใจแข็งแรง อย่าเลือกใครเพราะเหงาเพราะไม่รู้ว่าถ้าเลิกเหงา เราจะยังเลือกเขาอยู่หรือเปล่า เขาดื่มหนัก และไม่รู้ว่าเรารักเขาพอไหม นั่นคือคำตอบที่ชัดที่สุดอยากไปอยู่กับเขาเพื่อลืมวันเก่า เลยเพิ่มวันใหม่ๆให้หัวใจได้เจ็บปวดหนักเข้าไปอีก

สุขทุกข์ไว้ที่เรา ไม่ต้องเอาไปผูกขาของใคร เจอคนดีที่เรารักมากพอเมื่อไหร่ ต่อให้เราเข็ดหลาบกับรักเก่าแค่ไหน เราก็อยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้งแบบยอมพังกำแพงของตัวเองลง ไม่ต้องกลัวค่ะ ใช้สติในการใช้ชีวิต ไม่ต้องยึดติดกลัวความเดียวดาย อยู่คนเดียวอย่างมีความสุข เดี๋ยวก็จะมีคนมาขอแบ่งปันความสุขใกล้ๆ โสดก็แค่เหงา ดีกว่าทนเศร้าเพราะเขาไม่ใช่ คนที่เข้ามาจะจำนวนมากแค่ไหน ถ้าไม่ใช่คือไม่ใช่ ไม่ต้องหลับตาแล้วเลือกๆไป สุดท้ายก็ไปเพิ่มสถิติอกหักครั้งใหม่ให้ตัวเอง

ชีวิตคู่พังๆ อย่าให้ความหลังทิ้งไว้แค่น้ำตา มันเป็นบทเรียนล้ำค่าที่ต้องเอามาสอนใจ จะเจอในเฟซบุ๊คหรือที่ไหน ก็ต้องใช้เวลาในการดูใจอยู่ดี อย่ามัวแต่กังวลอนาคตจนหมดความสุขในปัจจุบัน ตายอย่างลำพังยังไม่น่ากลัวเท่าอยู่กับเขาแล้วเหมือนตายทั้งเป็น ถึงได้เน้นว่า ต้องใช้เวลาในการคัดกรอง เรารักกันมากพอจะเดินหน้าต่อไหม เขาน่ารักมากพอที่เราจะขอใช้ชีวิตด้วยไหม และถ้าความรักอีกครั้งต้องพังไปก็ไม่ต้องกลัวอะไร 2 ครั้งที่ผ่านไป เรายังรอดมาได้เลย…


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน