ไม่ทะเลาะกันเลย ก็ใช่ว่าจะดี

ดิฉัน / STORY / ไม่ทะเลาะกันเลย ก็ใช่ว่าจะดี
ต่อให้จัดรายการวิทยุที่พูดคุยเกี่ยวกับความรัก ความสัมพันธ์มาหลายปี แต่ไม่เคยซะทีที่อยากจะตัดสินชีวิตใคร ทุกคนล้วนมีเงื่อนไข ถ้าตัดใจกันง่ายๆ คงไม่มีใครต้องโทฯมาเพื่อหาทางแก้ปัญหาหลายครั้ง หลังจัด Club Friday จะเข้าไปอ่านความคิดเห็นของคนนั้นคนนี้ตามโซเชียลเน็ตเวิร์ค แล้วรู้สึกอย่างหนึ่ง บางทีเราก็อยากได้อะไรตามใจซะจนเกือบไปกำหนดชีวิตคนอื่นๆ

 

“พี่อ้อยพี่ฉอดคะ บางเคสมันไม่น่าสนใจก็ตัดจบเหอะค่ะ คนฟังจะหลับ” “อยากเสนอให้พี่อ้อยบอกออกอากาศว่า ใครจะโทฯมาแชร์ประสบการณ์ช่วยกรุณาร่างโครงเรื่อง ซ้อมพูดมาก่อน เพื่ออรรถรสของคนฟังครับ” อะไรมันจะได้ดั่งใจเราไปซะทุกอย่างคะ ชีวิตเขามีปัญหา อยากโทฯมาหาที่ระบาย คนจัดเองก็พยายามจะตัดอย่างไม่ใจร้าย ไม่มีใครที่กำลังทุกข์ใจแล้วคิดว่า เรื่องของตัวเองไม่น่าสนใจ ถ้าให้คนที่อยากโทฯมา

ร่างโครงเรื่องซ้อมเล่า เพื่อให้คนฟังฟังได้อย่างสนุกสนานเร้าใจ ก็ไม่ต่างอะไรจากการท่องบทละครเพื่อเข้าฉากธรรมชาติไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่นั่นก็คืออรรถรสหนึ่งของความเป็นธรรมชาติ

พอดีศุกร์นั้น มีผู้ชายคนหนึ่งโทฯเข้ามาเล่า เขาอาจเป็นคนที่เรียบเรียงเรื่องราวได้ไม่เก่งนัก กำลังทุกข์หนักและอยากให้ช่วยตัดสินใจว่าจะเลิกกับภรรยาดีไหม ทั้งที่รักกันมาตั้ง 14 ปี มีลูก 2 คน

ปัญหาหลักๆที่เขาเล่า น่าจะอยู่ที่ภรรยามักจะเข้าข้างแม่ของตัวเอง นี่ขนาดว่านานๆเจอกันที แต่เมื่อรวมญาติทีไร ต้องมีเรื่องให้ขัดอกขัดใจ แล้วแม่ยายจะเอาไปฟ้องภรรยา สุดท้ายก็ทำให้เกิดปัญหา มีปากเสียงทะเลาะกัน ไม่ว่าจะเรื่องเล็กยันเรื่องใหญ่ อย่างเช่นคุณแม่ยายบอก ว่าจะไปตลาด ลูกเขยก็ได้แต่พูดว่า ‘ครับแม่’ แค่นี้ แม่ยายก็เป็นฟืนเป็นไฟ ตำหนิลูกสาวเป็นการใหญ่ สามีแกไม่มีน้ำใจ แทนจะถามแม่ว่าไปยังไง ต้องขับรถไปส่งไหม

แหม….ถ้าอยากให้ไป คุณแม่ก็สั่งได้นะคะความจริงแต่นั่นแหละค่ะ ผู้ใหญ่หลายบ้านมักจะตั้งแง่ กลัวเรื่องแย่ๆจะมีน้อยเกินไป ภรรยาก็เอามาต่อว่าสามี พอถี่ๆเข้าสามีก็เริ่มเบื่อหน่าย ฝั่งภรรยาเองก็ไม่ค่อยดูแลพ่อแม่ฝ่ายชาย ซึ่งไม่น่าจะเป็นปัญหาของคนที่คบกันมาได้ตั้ง 14 ปี เพราะเรื่องแบบนี้เหมือนน่าจะปรับจูนกันได้ตั้งแต่ต้น

พอแนะนำให้ลองปรับหัวใจว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบแม่ใคร ใครก็รัก เรารักแม่เรายังไง คงไม่ต่างจากที่เขาก็รักแม่เขาแบบนั้น แค่มองกันให้เป็นเรื่องเล็ก ดีแค่ไหนที่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันเป็นครอบครัวใหญ่ นานๆมาทีแล้วก็ไป ถ้ายิ่งไปใส่ใจ ยิ่งทำให้เกิดปัญหาใหญ่เกินจริง พอพูดไปคุณผู้ชายก็เถียงว่าผมเข้าใจและยอมรับได้ทุกอย่างครับสิ่งที่พี่พูด คือสิ่งที่ผมคิดอยู่เสมอ อ้าวเหรอ!! แล้วปัญหาอยู่ตรงไหน

เขาบรรยายต่อไป

“คือ 14 ปีที่ผ่านมา ผมพยายามเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่อยากให้เขาทุกข์ ผมเลยเลือกจะเก็บทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ ไม่ดูแลพ่อแม่ผมไม่เป็นไร ผมก็อดทนไว้ไม่เป็นไร ผมกับเธอไม่เคยทะเลาะกันเลยนะครับพี่ ยกเว้นเรื่องแม่ของเธอ ผมอยากให้ครอบครัวสุขสันต์มีอะไร ผมเลยไม่อยากจะพูดไปให้เธอต้องทุกข์” นี่ล่ะค่ะ ต้นตอแห่งการไม่มีความสุข ถ้าใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน แล้ววันหนึ่งเพิ่งมารู้ว่า 14 ปีที่ผ่านมา สามีทุกข์ใจมาตลอด เราคงเป็นภรรยาที่น่าสงสารที่สุดในโลกอยู่กันมาแบบที่ไม่เคยรู้เลยว่า สามีมีปัญหาอะไรยังไงตรงไหน เพราะไม่สื่อสารกัน ฟังดูเหมือนเป็นผู้ชายเสียสละ ช่างสุภาพบุรษ ปกป้องหัวใจภรรยา

แต่อยู่มาวันหนึ่งความอดทนขาดผึง ถึงขั้นจะลุกขึ้นมาบอกเลิก เดี๋ยวนะคะ เธอจะงงไหม สามีไม่เคยพูด ไม่เคยบอกอะไร 14 ปีผ่านไปลุกขึ้นมาหย่า โดยอ้างว่าที่ผ่านมาฉันต้องอดทนมากแค่ไหนที่ต้องปกป้องหัวใจเธอไม่ให้ทุกข์ เพราะฉันอยากมีครอบครัวสุขสันต์ แล้วทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรก เธอเป็นคนเดียวที่อยากมีครอบครัวที่มีความสุขอย่างนั้นหรือ หากจะแมนๆ ต้องแมนให้สุด อย่าแมนๆหยุดๆ แล้วอ้างว่าอีกฝ่ายเข้าข้างแต่แม่ตัวเอง ปัญหาที่ผ่านมาเราเคยพูดกัน คุยกัน ช่วยกันประคองชีวิตคู่ให้เดินหน้าต่อไปด้วยกันไหม มีแต่เราที่คิดว่าเราเสียสละ ทนทุกข์ทรมานหัวใจ ยอมรับมือกับปัญหาทั้งหลายไว้คนเดียว ดราม่าสงสารตัวเอง ลืมมองไปว่าใคร? ที่น่าสงสารมากกว่าในจุดนี้ วันดีคืนดีถูกบอกเลิก ไม่มีสัญญาณอะไรล่วงหน้า เพราะที่ผ่านมาก็รักกันดี ไม่เคยมีเรื่องให้ทะเลาะกัน

อย่าเพิ่งคิดว่าการไม่ทะเลาะกันเลยคือเรื่องดีนะคะ คนสองใช้ชีวิตด้วยกัน ยังไงก็มีความต่าง เราเกิดจากคนละที่ ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากคนละบ้าน การเรียน พื้นฐานสังคม แนวคิด ทัศนคติ ไม่มีใครเห็นตรงกันไปซะ ทุกเรื่อง บางทีเรื่องขุ่นเคืองใจ เกิดจากที่ต่างฝ่ายต่างสื่อสาร ว่าตัวเองคิดยังไง ต่อให้เห็นไม่ตรงกัน แต่อย่างน้อยก็ยังได้ฟังว่าเราคิดต่างกันยังไง และสุดท้ายเราให้อภัยกันได้ไหม ในวันที่ใจเราคิดต่างกัน ทะเลาะก็ไม่ได้แย่ แค่ทะเลาะกันดีๆเธอคิดแบบนั้น ฉันคิดแบบนี้ ไม่ใช่ไม่อยากมีปัญหา โดยการกดทับปัญหา แล้วบอกกับตัวเองว่า นี่ไงเราไม่เคยมีปัญหากันเลย ที่ไหนได้มารู้ตัวอีกที สามีที่แสนดีไม่อยากมีเราอีกต่อไปอีกแล้ว

ธรรมชาติคือความไม่สมบูรณ์แบบ ถ้ารักกัน เราต้องยอมรับธรรมชาติของการอยู่ร่วมกัน คือไม่มีวันที่เราจะเห็นด้วยแบบเดียวกันไปซะทุกเรื่อง แค่ตอนมีปัญหา เราสื่อสารกันไหม บอกกันว่าใจเราคิดยังไง และฟังใจของเธอว่า คิดต่างกันเช่นไร รักกัน ทะเลาะกันได้ค่ะ อย่างน้อยทะเลาะกัน 1 ครั้งก็ถือเป็นการเรียนรู้อีกมุมของกันและกันอีก 1 บทเรียน

คำว่า ‘ไม่เป็นไร’ พูดกี่ครั้งก็ได้ แต่สุดท้ายใจเราคิดว่า ไม่เป็นไรอย่างที่ปากพูดไปหรือเปล่า อย่าให้คำว่า ‘ไม่เป็นไร’ แปลได้ว่า เรื่องใหญ่กำลังจะตามมา มันไม่ยุติธรรมกับอีกฝ่ายเลยจริงๆ


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน