ความเศร้าก็ไม่ได้แย่

ดิฉัน / STORY / ความเศร้าก็ไม่ได้แย่
เพิ่งมีโอกาสได้ดูหนังการ์ตูนเรื่อง Inside Out ค่ะ ดูจบแล้วอยากลุกขึ้นยืนปรบมือให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้ มันคือพล็อตที่ชาญฉลาด ดูแล้วเหมือนทำความรู้จักกับหัวใจของตัวเองในเรื่องหยิบเอาอารมณ์ต่างๆของคนมาทำให้กลายเป็นตัวการ์ตูน

ลั้นลา (joy) เศร้าซึม (sadness) ฉุนเฉียว (anger) กลัว (fear) ขยะแขยง (disgust) ที่มักปฏิเสธทุกอย่างก่อนเสมอ ชอบพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด และมาตรฐานสูง

ทั้งหมดส่งผลให้เรามีบุคลิกภาพที่แตกต่างกันไป ดูแล้วจะเข้าใจตัวเองมากขึ้นอีกเยอะเลย ว่าในอารมณ์ตอนนี้ การ์ตูนตัวไหนกำลังเข้ามากดปุ่มควบคุมอารมณ์ของเรา น้องลั้นลาพยายามคิดและทำทุกอย่างอย่างรื่นเริง มีความสุข คิดบวกบางทีก็บวกมากจนไม่อยู่บนโลกความเป็นจริง โดยเก็บกดความเศร้าเอาไว้ บังคับให้ตัวsadness อยู่ในเส้นรอบวงของตัวเอง ห้ามแตะ ห้ามจับความทรงจำใดๆ เพราะกลัวว่าความเศร้าจะทำให้ทุกอย่างแย่ลง

ในที่สุด สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากหนังคือ ความเศร้าก็ไม่ได้แย่ มันเป็นแค่ขั้นตอนหนึ่งที่จะพาเราไปสู่ความสุขอย่างไม่ประมาท และความสุขไม่ได้แปลว่าร้องไห้ไม่ได้ แค่รู้ว่าตอนไหนควรร้อง ตอนไหนควรหยุดเท่านั้นเอง ‘ความกลัว’ ก็ควรมีไว้ อย่างน้อยมันคืออารมณ์ของการปกป้องตัวเอง ถ้าไม่กลัวซะบ้างเลย เราจะพาชีวิตไปอยู่ในภาวะเสี่ยงอยู่บ่อยๆ แม้แต่ความฉุนเฉียว มันก็คือพลังอย่างหนึ่ง ถ้าเราเอาความโกรธมาใช้ให้ถูกทาง มันคือพลังขับเคลื่อนที่ไวและแรงจริงๆ ทุกสิ่งในชีวิต วนเวียนอยู่กับอารมณ์เหล่านี้ อีกอย่างที่หนังบอกเราได้อย่างละเมียดละไมคือ ความทรงจำของเราค่อยๆเลือนไปทุกวัน สุขทุกข์จากความทรงจำนั้น ค่อยๆทิ้งเราไปทุกที เพราะฉะนั้นไม่ต้องถามเลยค่ะว่าเมื่อไหร่จะลืม แค่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกวัน เราก็ห่างอดีตไปอีก 1 วันแล้ว วันหนึ่งความทรงจำไม่ว่าจะดีหรือแย่แค่ไหนมันจะค่อยๆหายไป แค่ไม่ได้หายไวทันใจเรา

เท่านั้นไม่พอ ในเรื่องยังเล่าถึงเพื่อนในจินตนาการ และแฟนในจินตนาการ ซึ่งฮามาก แฟนในจินตนาการเป็นผู้ชายหน้าตาดี พูดเป็นอยู่ประโยคเดียว “ผมรักคุณ ผมยอมตายเพื่อคุณได้” เรามีแฟนในจินตนาการเป็น 100 ตัว พูดได้แต่ประโยคนี้ ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง คนที่เราอยากมี ใช่ว่าจะมีบนโลกความเป็นจริงซะที่ไหน

ดูจบจะถามตัวเองว่าตอนนี้เราเป็นตัวไหนในเรื่อง ทั้ง 5 ตัวอยู่ในความรู้สึกของเรา สุดแท้แต่ช่วงเวลานั้น ตัวไหนจะเข้ามากดปุ่มบังคับความรู้สึกเราได้ก่อนและหลายครั้งทุกความรู้สึกทำงานแทบจะพร้อมๆกัน มันคือความรู้สึกสับสน บางทีเศร้านะเพราะกลัว กลัวนั่นกลัวนี่ กลัวจนทุกข์ ความสุขพยายามทำงานคิดบวกไม่ทัน กลัวมากจนกลายเป็นคนเกรี้ยวกราดฉุนเฉียวเพื่อปกป้องและกลบเกลื่อนความกลัวของตัวเอง

กลัวเถอะค่ะ ช่วยกลัวหน่อย โดยเฉพาะกลัวทำให้คนอื่นเดือดร้อน กลัวที่ความรักของเราจะไปทำร้ายหัวใจใครๆ ระยะหลังๆคำถามความรักมากมาย ออกมาในแนวนี้แทบทั้งนั้น

“พี่อ้อยคะ หนูมีเรื่องจะปรึกษา พอดีแฟนหนูเขามีอีกคนค่ะ แต่เขาเลือกที่จะเลิกกับหนู หนูไม่เลิก ยังอยู่บ้านเขาเหมือนเดิมทำทุกอย่างเหมือนเดิม เขากลับคุยกับอีกคนต่อหน้าหนู เขารักคนนั้น กับหนูเหลือแค่ผูกพัน แต่ก็ไม่อยากเสียหนูไป หนูก็เลยเลือกที่จะอยู่ ยอมใจกว้าง เพราะยังไงถือว่าคนของเราก็ยังอยู่กับเราใช่ไหมคะ หนูควรจะทำยังไงต่อดี”

ผู้ชายไม่ใช่ผู้กระทำฝ่ายเดียวค่ะ บ้างก็ถูกกระทำเช่นกัน

“ผมเพิ่งเจอกับตัวเองเลยครับ คบกับแฟนมาได้เกือบ 2 ปี อยู่ดีๆมีผู้ชายคนหนึ่งส่งข้อความมาทาง line เป็นข้อความที่เหมือนแฟนผมกำลังคุยกับเขา ผมก็รีบส่งต่อไปถามแฟนว่าทำแบบนี้ได้ยังไง เขาบอกว่าเดี๋ยวค่อยคุยนะ เพราะต้องพาป๊ากับแม่ไปทำบุญ ผมบอกว่า ผมขอไปหาหน้าบ้าน ขอของของผมคืน เขาก็บอกว่าได้ เธอเดินเอาของมาคืน ผมขอให้เธอโทฯหาผู้ชายคนนั้น เธอก็โทฯนะครับ ผมถามผู้ชายคนนั้นว่า ไม่รู้หรือว่าเธอมีแฟนแล้ว เขาก็ตอบว่ารู้ ผมกดวางสายเลยถามแฟนผมว่าจะเอายังไง เธอบอกว่าไม่ได้รักผมแล้ว แค่ผูกพัน ผมไม่มีความเป็นผู้ใหญ่เข้ากับเพื่อนเขาไม่ได้ ผมแทบล้มทั้งยืนเลย สักพักป๊ากับแม่เขาก็เดินออกมาพร้อมกับผู้ชายคนนั้น แฟนผมบอกว่าพี่เขาจะพาไปทำบุญ ผมเลยบอกแม่แฟนผมว่า ‘แม่ครับผมรักลูกแม่มากนะครับ’ แม่ก็งงเพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ผมจะทำยังไงต่อไปดี”

ตอนนี้ตัวฉุนเฉียวกับตัวเศร้าซึมคงทำงานแทบจะพร้อมๆกัน อยู่นิ่งๆ ตั้งสติคิดทบทวนกับใจตัวเองสักพักค่ะ เริ่มรัก เลิกรักเกิดได้ทุกวัน ความรัก เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แค่รักของเขาดับไว จนใจเราตั้งรับไม่ทัน คนที่ใจเขาไป ยื้อแทบตายสุดท้ายก็ได้แต่ตัว คนบางคนใจร้าย จนเราไม่เชื่อว่าก่อนหน้านี้ คนๆนี้เคยรักเรามากขนาดนั้นได้ยังไง เราถูกบอกเลิก นี่คือความจริงที่อยู่ตรงหน้า เราล่ะกล้ายอมรับความจริงหรือยัง? มัดตัวเองไว้กับประโยคที่เขาพูดว่า “ไม่อยากเสียเราไป” ก็เลยอยากมีเราไว้แต่ไม่ได้ดูแล เรียกร้องความเข้าใจทั้งที่ละเลยความใส่ใจ เราเองก็ไม่ยอมไปไหนเขาเลยได้ใจ นอกใจแบบไม่ต้องแคร์ความรู้สึกใคร คนรักมาก เลยถูกคนมากรักทำร้ายจิตใจ รักเขาเราไม่มีใคร เขารักเราที่ไหนถึงได้มีใครอีกคน อย่าคาดหวังความเหมือนเดิมในวันที่โลกเปลี่ยนไปทุกวันค่ะ ตอนรักก็รักจริง ตอนทิ้งก็ไม่ได้โกหกแต่อย่างใด

ให้ความเศร้าซึม (sadness) เกาะกินใจตัวเองสักพัก ร้องไห้หนักบ้าง เบาบ้างสุดแท้แต่ แล้วให้ลั้นลา (joy) ค่อยๆบอกกับเราว่าขาดเราเขาอยู่สบาย ขาดเขาเราต้องไม่ตายเหมือนกัน ถ้าหัวใจดีๆให้เขาไว้แต่เขาไม่ดูแล เราก็แค่เอากลับมาดูแลเอง คนบางคนการเสียเขาไปน่าดีใจกว่าได้เขามา ถ้าอยู่ใกล้เรา แต่ใจไปอยู่กับคนอื่นเขา ก็ปล่อยให้เขาเอาตัวและหัวใจไปอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องทนอยู่เพราะสงสาร ความรักไม่ใช่การทำบุญทำทาน เราดูแลตัวเองได้

บางทีความเศร้า ก็ทำให้เราเติบโตขึ้นจะรังเกียจไปทำไมล่ะ ‘น้ำตา’


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน