วันนี้เท่านั้นที่เรามี

ดิฉัน / STORY / วันนี้เท่านั้นที่เรามี
เพิ่งไปเป็นวิทยากรให้กับบริษัทสื่อสารแห่งหนึ่งค่ะ เขาอยากให้พูดในหัวข้อ ‘ใจแข็งแรงงานแข็งแกร่ง’ โดยส่วนตัวเป็นคนที่เชื่อเสมอว่า ในที่สุดเราแยกงานกับเรื่องความรักไม่ออก ความรักเป็นวัตถุดิบที่ดีในการทำงาน ใครที่สภาพครอบครัว ภาวะหัวใจดี งานที่มีก็เจริญก้าวหน้า ทุกอย่างเป็นแรงส่งมาจากข้างใน ในบางออฟฟิศของประเทศญี่ปุ่น เขาถึงอนุญาตให้มีการลาอกหักได้ เพราะรู้ว่าถ้าใจตก ก็หมดพลังทำงาน มีคำถามหนึ่งส่งขึ้นมาถาม

“ช่วงนี้งานหนัก คุณพ่อก็ป่วย ลูกก็ป่วยทำยังไงดีครับ” บางทียังไม่ต้องทำอะไร แค่ทำความเข้าใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อน งานจำเป็นต้องเดินหน้า แต่เราก็มีภาระในหัวใจความห่วงและกังวลยังไงก็ต้องทนทรมานคิดซะว่า ดีนะที่เราไม่ได้ป่วย เรายังลุกขึ้นมาจากเตียงเพื่อทำงานหาเงิน ดูแลความเป็นอยู่และความเป็นสุขของทุกคนในครอบครัวทำงานตรงหน้าอย่างดีที่สุดก่อน จะพ่อป่วยหรือลูกป่วย เรายังช่วยอะไรตอนนี้ไม่ดีเท่าคุณหมอ เมื่ออยู่ใกล้หมอแล้ว สบายใจไปอีกเปลาะหนึ่ง หาวิธีคิดให้ชีวิตรอดกันไป จะเกิดปัญหาใดๆสิ่งที่ควรทำก่อนคือ

“ยอมรับในสิ่งที่มี รู้สึกดีเท่าที่เป็นไปได้” ไม่งั้นถ้าพะวงมากไป งานก็เริ่มไม่ใส่ใจจะช่วยพ่อเราลูกเราตอนนี้ก็ยังไม่ได้ เดี๋ยวจะพังทั้งซ้ายขวา ในบางเวลาแก้ทุกปัญหาที่อยู่ตรงหน้าเราก่อน

ไม่นานมานี้เพิ่งเข้าไปอ่านในเว็บ ‘เรื่องดีๆมีข้อคิด’ ไปอ่านเรื่องของสามีภรรยาคู่หนึ่งใช้ชีวิตด้วยกันมาหลายสิบปี ไม่มีลูกหลาน ทั้งสองเลยเป็นทั้งหัวใจและลมหายใจของกันและกัน สามีอายุมากกว่านับวันยิ่งอ่อนแรง ในขณะที่ภรรยายังสุขภาพแข็งแรงวันหนึ่งสามีเลยบอกภรรยาไปว่า

“ถ้าวันหนึ่งฉันไม่อยู่แล้ว เธอมีสามีใหม่ได้นะ ไม่เป็นไรเลย ฉันอยากให้เธอมีคนดูแลต่อไป ในวันที่ฉันไม่สามารถดูแลเธอได้แล้ว” ภรรยาน้ำตาคลอและยืนยันว่า

“ฉันไม่มีวันแต่งงานใหม่ จะอยู่ด้วยกันแบบนี้แหละ อย่าทิ้งกันไปไหนนะ ฉันอยู่ไม่ได้นะถ้าเธอทิ้งไป” ว่าแล้วก็กอดสามีแน่นเข้าไปอีก วันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุคุณตาพลัดหกล้ม ทำให้แขนและขาใช้ไม่ได้อีกต่อไป ใช้ชีวิตอยู่แต่ในรถเข็น โดยมีภรรยาดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าชีวิตข้างหน้าจะมีเวลาเหลืออยู่เท่าไหร่ เธอจะดูแลสามีอย่างเต็มที่ที่สุด แต่โลกก็ยังไม่หยุดส่งโจทย์ยากๆมาให้รับมือ ชีวิตเดินหน้าต่อไปจนถึงวันที่คุณหมอแจ้งว่า คุณตากำลังป่วยเป็นมะเร็ง ต้องเข้ารับเคมีบำบัดซึ่งจะทรมานมาก และไม่แน่ใจในผลลัพธ์ว่าจะสามารถรักษาให้หายได้ไหม เพราะสภาพร่างกายของคุณตาอ่อนแอมาก ถึงขั้นหมอยื่นข้อเสนอว่า ถ้าไม่อยากเจ็บปวดมากจนเกินไป เขาสามารถเลือกวิธีการุณยฆาตได้นะครับ!!

คุณตาหัวเราะกับคุณหมอแล้วตอบว่า “ยังล่ะครับคุณหมอ ผมว่าผมยังอยู่ได้อีกพักใหญ่ๆนะ” คุณหมอยิ้มรับอย่างห่วงๆ เพราะรู้ว่าในที่สุด โรคมะเร็งจะทำให้คุณตาเจ็บปวดถึงที่สุด ตอนนั้นคุณตาจะไหวหรือ คุณยายได้ยินทุกอย่าง แม้จะสะเทือนใจที่สุดแต่คุณยายก็ไม่หยุดหวัง เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันนี่นา เราจะเดินหน้าไปด้วยกัน

ยิ่งนานวัน อาการของคุณตาแย่ลงเรื่อยๆ คุณยายทนเห็นคุณตาเจ็บปวดไม่ไหว เลยเข้ามาถาม

“หรือจะลองวิธีที่คุณหมอเสนอนะ อาจจะดีกับเธอมากกว่า ไม่เป็นไรนะ ฉันอยู่ได้ถ้าต้องทนเห็นเธอทรมานขนาดนี้” คุณตาหัวเราะแล้วพูดว่า

“ผมเป็นผู้ชายนะ จะทำให้ภรรยาเสียใจได้ยังไง สิ่งที่ผมไม่อยากเห็นที่สุดคือน้ำตาของภรรยา”

คุณยายยิ้มอีกครั้งกับพลังใจที่คุณตาส่งให้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งหมอและพยาบาลก็แปลกใจนะคะ คุณตาต่อสู้กับโรคร้ายได้นานมาก เจ็บปวดแค่ไหน คุณตาบอกว่าไหวเสมอ จนวันหนึ่งเรื่องที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น บ่ายวันหนึ่งคุณยายหลับไป แล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

ในวันฝังศพคุณยาย คุณตาไม่มีน้ำตาซักหยด ได้แต่ยิ้มกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนพยาบาลต้องถาม “คุณตารักคุณยายมากมาย คุณตาไม่เสียใจหรือที่คุณยายจากไปกะทันหันแบบนี้”

คุณตาตอบว่า “รักมากสิ ผมถึงพยายามต่อสู้เพื่อจะมีลมหายใจต่อ ผมไม่อยากทิ้งเธอไป กลัวเธอร้องไห้และโดดเดี่ยว ตั้งแต่วันที่ผมแต่งงานกับเธอ ผมตั้งใจกับตัวเองว่า จะไม่ทำให้เธอร้องไห้เด็ดขาด ในวันที่ผมนอนเจ็บปวดทรมานอยู่บนเตียง ผมเห็นเธอร้องไห้ ผมเจ็บปวดเหลือเกินที่ผมทำให้เธอเสียน้ำตาจนได้”

หลังจากนั้นอีกแค่ 2 วัน คุณตาก็จากโลกนี้ไปอย่างสงบ…

ยังมานั่งคิดว่า ถ้าวันหนึ่งคุณตาตัดสินใจขอให้หมอหยุดลมหายใจตัวเอง เพียงเพราะกลัวจะเจ็บปวดทรมานในอนาคต คุณตาก็หมดโอกาสที่จะได้เห็นว่า คุณตาสามารถดูแลคุณยายได้ถึงลมหายใจสุดท้ายเลยนะ โลกนี้สอนเรื่องความไม่แน่นอนให้เราเรียนรู้ทุกวัน ไม่มีใครรู้ว่าใครจะไปก่อนไปหลังไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าวันสุดท้ายของเราจะมาถึงเมื่อไหร่ ทำได้แค่ตั้งใจให้สิ่งที่มี คือสิ่งที่ดีที่สุดในทุกวัน

ถ้าวันนี้สิ่งที่เจอเต็มไปด้วยปัญหา ดีใจกับตัวเองเถอะว่า ดีนะ ที่เรายังมีลมหายใจค่อยๆแก้ปัญหากันไป แก้ได้ก็แก้ แก้ไม่ไหวก็แค่ยอมรับ ไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราไปทุกอย่างคนตามรพ.ดิ้นรนเพียงแค่จะมีลมหายใจต่อเรายังหายใจสบาย จะรีบท้อไปไหน อย่ากลัววันข้างหน้าจนไม่กล้าใช้ชีวิต

อย่ากังวลอนาคตจนหมดความสุขในปัจจุบัน แก้ปัญหาเฉพาะตรงหน้าก็ไม่ได้แย่แค่ทำทุกวันให้ดี ข้างหน้าไม่มีก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะวันนี้ฉันทำดีจนสุดหัวใจแล้ว ย้อนกลับมาที่ประโยคนี้อีกทีค่ะ

“ยอมรับในสิ่งที่มี และรู้สึกดีเท่าที่เป็นไปได้” แค่นั้นเอง


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน