ความสงบอาจไม่ใช่จุดจบของปัญหา

ดิฉัน / STORY / ความสงบอาจไม่ใช่จุดจบของปัญหา
เพิ่งกลับมาจากพักร้อนที่ญี่ปุ่นค่ะ ฟังดูดัดจริตทีเดียว ต้องไปพักร้อนเมืองนอก จริงๆไปเมืองไทยจนพรุนแล้วค่ะ ปีนี้ค่าเงินบาทแข็ง เอาซะหน่อยไปญี่ปุ่นในราคาเบาๆ หิมะ ดอกไม้ วัฒนธรรม ผู้คน และห้องน้ำ ทำให้ญี่ปุ่นน่ารักทุกครั้งที่ได้ไป

วินัยคนของเขาสุดติ่ง เวลาเดินขึ้นบันไดเลื่อน เขาจะเรียงแถวชิดซ้ายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ใครรีบก็แซงชวาไปมันทำให้ละอายใจ เวลาคนไทยอย่างเราไปยืนค้างๆคาๆบันไดข้างขวามือของเขาอะไรทำให้เขารู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งประเทศแบบนี้

หนนี้ได้ไปหมู่บ้านชิรากาวาโกะ เป็นหมู่บ้านชาวนาที่สวยและโรแมนติกเหลือเกิน บ้านหลังคาจั่วสามเหลี่ยมสูงๆ ปูด้วยฟางข้าวแทนกระเบื้องคือภูมิปัญญาชาวบ้านที่เอาของเหลือใช้มาทำให้เป็นประโยชน์ ที่ต้องทำหลังคาจั่วสูงๆเพราะเวลาที่ฝนและหิมะตกมันจะได้ไหลลงที่ต่ำอย่างรวดเร็ว ถ้าทำหลังคาแบๆ ฟางข้าวต้องแบกน้ำหนักมากเกินไป สู้ทิ้งดิ่งแบบนี้ไม่ได้ ที่เก๋มากคือท่อระบายน้ำค่ะ น้ำของเขาใสเกินกว่าจะเป็นน้ำเสีย แถมเลี้ยงปลาได้ด้วย ไปบ้านเขา เราก็กรี๊ดๆกับสิ่งที่ไม่เคยเห็น เมืองสวยๆอากาศดีๆ ทั้งที่คนของเขาเองเครียดกันมาก โดยเฉพาะในเมืองครั้งนี้ได้ไปทั้งสองบรรยากาศ ทั้งชนบทและเมืองใหญ่อย่างโตเกียว วันที่ไปเดินอยู่กลางเมือง มีการโปรโมทอย่างครึกโครมกับบาร์หุ่นยนต์เปิดใหม่ เป็นตุ๊กตาหุ่นยนต์สาวแต่งตัวเอ๊กซ์มาก พี่ไกด์บอกว่าบาร์แบบนี้คนเข้าไปเที่ยวไม่ใช่น้อย แปลกดีค่ะ ไปดูหุ่นโป๊ก็เอานะคนเรา เข้าใจแล้วว่าเครียดจริง ความกดดัน การแข่งขัน และค่าครองชีพสูงๆทำให้คนของเขาต้องปากกัดตีนถีบ พอเครียดแล้วไม่ค่อยคุย ไม่ค่อยพูดยิ่งไปกันใหญ่ หลายๆเรื่องเศร้าแค่เล่าก็เบาลง ผู้หญิงเลยอายุยืนกว่าผู้ชายในจุดนี้ เพราะมีปัญหาอะไร ฮอร์โมนเพศเรามักสั่งให้พูดๆบ่นๆจนคนข้างๆระคายหัวใจ

ผู้ชายไทยไม่ใช่ไม่เป็นนะคะ บางคนใช้ความเงียบสงบเพื่อสยบทุกสิ่ง ใครจะรู้ว่าบางทีมันอาจเป็นแค่วิธีการทิ้งและกดทับปัญหานั้นๆเอาไว้ มีอีเมล์ฉบับหนึ่งส่งเข้ามาเล่า เพื่อบรรเทาความทุกข์ของตัวเอง

“พี่อ้อยคะ หนูรักกับผู้ชายคนหนึ่งมา 3 ปี เขาก็ดีนะคะ แต่เป็นคนเฉยๆ ไม่มีของขวัญ ไม่มีดอกไม้ ไม่มีวันสำคัญ ไม่มีวันครบรอบแต่งงาน ทุกวันเป็นวันธรรมดาไม่พิเศษตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ เราเคยทะเลาะกันใหญ่โต ตอนวาเลนไทน์ครั้งแรกของเรา หนูแค่หวังให้เขาพาไปกินข้าวหรือมีอะไรพิเศษเหมือนที่ผู้หญิงทั่วๆไปหวังแต่เขาเฉย จนหนูทนไม่ไหวและโกรธ ต่างฝ่ายต่างเงียบนานเป็นอาทิตย์สุดท้ายเขาก็เขียนโปสการ์ดมาให้ว่า เขาอยากให้หนูมีความสุขทุกๆวัน ไม่ต้องวาเลนไทน์ก็ได้ หนูเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเลยบอกตัวเองไปว่า ต่อจากนี้ ฉันจะไม่มีวาเลนไทน์

เวลาผ่านไปจนได้แต่งงานกัน หนูไม่คิดว่าความเฉยของเขาจะทำให้ชีวิตคู่เรามีปัญหา หนูโกรธ หนูงอน เขาก็เฉย ทุกครั้งที่ทะเลาะจะมานั่งคุยกัน ไม่สิ จริงๆหนูพูดคนเดียวมากกว่า ส่วนเขาก็เฉย หนูไม่แน่ใจว่า มีใครบอกเขามาหรือเปล่าว่าการนิ่งเฉยเป็นการแก้ปัญหาที่ดี เขาเลยเลือกที่จะใช้วิธีนี้ ทุกวันนี้เหมือนอยู่คนเดียว เวลามีปัญหาจากที่ทำงาน หรือที่ไหนก็แล้วแต่ หนูจะเล่าให้เขาฟัง แต่เขาไม่ออกความเห็นเฉยอย่างเดียว ตอนนี้เราอยู่ห่างกันคนละจังหวัด ไม่คุยกันมา 2 อาทิตย์แล้ว เพราะเรามีเรื่องไม่เข้าใจกัน และหนูเลือกที่จะเป็นคนวางสายก่อน หลังจากวันนั้น ไม่มีปฏิกิริยาใดๆจากเขา จากวันแรกถึงวันนี้เหมือนหนูไม่รู้จักเขาเลย เดาไม่ได้ว่าข้างหน้าเราจะเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันหรือเปล่า”

เหมือนแต่งงานกับจ่าเฉยนะคะ เฉยไปคนที่อยู่ใกล้ก็อึดอัด คนรักกันอย่าหยุดที่จะสื่อสารกัน ถ้ามีแต่เราเท่านั้นที่พูดๆ ลองปรับโหมดเป็นคนฟังบ้างดีไหม ลองวิเคราะห์กันใหม่ ที่เขาไม่พูด เพราะเราไม่ค่อยฟังหรือเปล่า บางคนมีศักยภาพในการฟังต่ำมาก เรียกร้องให้เขาพูด แต่เราพร้อมจะเถียง เขามองในมุมเขา แต่เราชิงอธิบายในมุมของเรา บางทีเขาก็มีสิทธิ์ท้อใจ พูดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

วันนั้นดีเจน้องเฟี้ยตมาจัดรายการด้วยกันน้องเสนอวิธีหนึ่งคือ หันหน้าเข้ากำแพงแล้วพูดกับกำแพงเลยจ้า จริงๆก็เป็นวิธีที่น่าสนใจแม้จะดูป่วยๆไปหน่อย อย่างน้อยสามีคงสงสัยบ้างว่า ภรรยาเปลี่ยนไป เริ่มสื่อสารกับกำแพงได้ หรือถ้าจะว่าไปการพูดกับเธอ หรือการพูดใส่ข้างฝาบรรยากาศไม่น่าจะต่างกัน

สารภาพว่าอ่านเมล์บรรทัดแรกๆไม่นึกว่าจะพากันมาถึงขั้นแต่งงาน นั่นเป็นสัญญาณว่านอกเหนือจากความเฉย มีอะไรที่ทำให้เรามองผ่านเลยเรื่องความเฉยของเขาไป เมื่อเดินทางมาไกลขนาดนี้แล้ว ลองปรับหาวิธีที่จะพออยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุขดีไหม

คนเรามีภาษาพูดเป็นแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ของการสื่อสาร ถ้าพูดแล้วเขาเงียบงันลองใช้วิธีการบอกกันอย่างอื่นเช่นวิธีกอดทะเลาะไป ถ้าพูดแล้วยิ่งเสียใจ แค่กอดเอาไว้ คิดไว้ในใจเผื่อไม่ได้กอดกันอีกบางทีใครถูกใครผิด ที่เราพยายามจะหาเวลาทะเลาะกันไม่สำคัญเท่า เรายังอยากอยู่ใกล้ๆกันใช่ไหม ถ้ายังทำไม่ไหว ลองใช้วิธีเขียนให้อ่าน ใช้โปสการ์ดอย่างที่เขาเคยเขียน หรือส่งเมล์บอกทุกอย่างที่อยู่ในใจเรากลัวเรื่องอะไร อยากให้ชีวิตคู่เป็นแบบไหน และลงท้ายด้วยว่า เรารักเขามากแค่ไหน บางทีการพิมพ์อะไรให้อ่านมันคือการบอกกันอย่างเงียบๆ ไม่ต้องกดดันให้เขาต้องพูดในเวลาที่เขาไม่อยากพูด และในที่สุด เราเลือกที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วยกันแล้ว ยอมรับได้ไหมในบางเวลาที่เขาอาจไม่ได้ดั่งใจเรา เขามีโลกของเขาเรามีโลกของเรา แค่ปล่อยให้มันโคจรอยู่ใกล้ๆกัน เขาไม่ใช่เพิ่งมาเป็น เราเห็นเขาในรูปแบบนี้มาตั้งแต่ต้น มองอย่างคนคิดบวกก็เติมเต็มกันดี คนหนึ่งพูด คนหนึ่งฟังแค่กอดกันให้ได้ทุกวันเท่านั้นเอง

แม้เวลาเรามีปัญหา เขาจะทำได้แค่เงียบ แต่เขาก็ฟัง ถ้าจะไม่สนใจกันจริงๆ เขาทิ้งให้เราอยู่คนเดียวก็ได้ ลองมองมุมเขาแม้จะอยู่คนละข้างกับเรา 2 อาทิตย์ที่ไม่ได้คุยกัน มันนานเกินไปแล้วค่ะ ถ้าเขาใช้ความเงียบในการแก้ปัญหา เราลองเอาวิธีทำเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาใช้ดูบ้างโทฯไปหาบอกว่าคิดถึง กินข้าวบ้างหรือเปล่า ทำงานหนักไปไหม แล้วลองเดินหน้าต่อไปด้วยกันดู

ถ้าเขาไม่มีวันสำคัญ เราก็ลองทำทุกๆวันให้เป็นวันพิเศษ เธอไม่ทำ ฉันทำและถ้าวันหนึ่ง เราจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันขึ้นมาจริงๆ อย่างน้อยฉันก็ได้ พยายามตีสนิทและทำทุกสิ่งเต็มที่แล้วนี่นา


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน