รักครั้งนี้สอนให้รู้ว่า…..

ดิฉัน / STORY / รักครั้งนี้สอนให้รู้ว่า…..
ครั้งหนึ่งรถติดอยู่แถวสี่แยกมักกะสัน ระหว่างตั้งตารอไฟเขียว เหลียวไปเห็นป้ายโฆษณาอยู่ป้ายหนึ่ง มีคนตั้งคำถาม ถามท่านว.วชิรเมธีว่า “ทำยังไงถึงจะปล่อยและวางได้” ท่านตอบว่า “แล้วเรายึดอะไรไว้เป็นของเราได้บ้างล่ะ” อ่านแล้วหน่วงหัวใจนิดๆ นั่นสิ มีอะไรเป็นของเราจริงๆบ้าง ‘ทำใจได้’ กับ ‘ทำไงได้’ มันใกล้กันมาก ต่อให้ไม่ปล่อยไม่วาง ใช่ว่าทุกอย่างจะอยู่กับเราตลอดไป ไม่เว้นแม้แต่ตัวเราเอง

ความไม่แน่นอน คือสิ่งที่โลกสอนเราอยู่ทุกวัน อย่างที่เห็นในข่าว บางคนแค่เดินไปเลือกซื้อปลาในตลาดจับปลาพลิกคว่ำพลิกหงาย มือโดนเงี่ยงปลาทิ่มเอา ปรากฏติดเชื้อในกระแสเลือด ตาย…บ้างเป็นลมวูบแล้วตกลงไปกลางรางรถไฟฟ้า โชคชะตากลับพาให้เรารอด เอาเข้าจริง เราแทบไม่มีสิทธิ์เลือกทางชีวิตของตัวเองด้วยซ้ำ แล้วแต่ได้รับโจทย์อะไรมา ก็หาวิธีรับมือกันไป ยากบ้างง่ายบ้าง เราทำได้แค่ขีดเส้นอนาคตไว้เป็นเส้นประคร่าวๆ แล้วค่อยๆเดินเอา แก้ปัญหาระหว่างทางกันไป ความสำคัญไม่ใช่อยู่แค่เป้าหมาย แต่สีสันมากมาย และความสุขระหว่างการเดินทาง ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เริ่มต้นแบบปลงๆ จริงๆยังทำงานเกี่ยวกับความลุ่มหลงของผู้คนอยู่นะคะ เอาบทเรียนชีวิตของใครๆ สอนใจตัวเองอยู่เป็นระยะๆ ใช้ธรรมะช่วยเบรกความรุ่มร้อนของความรู้สึก ให้สติตามมากำกับหัวใจให้ทันแล้วก็แบ่งปันวิธีคิดกันไป

เมื่อไม่นานมานี้ได้รับอีเมล์จากน้องคนหนึ่ง ตัวหนังสือไม่กี่บรรทัด ที่พอจะวัดได้ว่า ความรู้สึกข้างในที่มีมันรู้สึกดีแค่ไหน จนบางที เหมือนจะดีจนเกินไปด้วยซ้ำ

“เรารักกันครับพี่ ทุกอย่างมันดูคลิก ลงตัวไปหมดคุยกันแล้วรู้สึกชีวิตมีคุณค่า นอกจากพ่อแม่ ก็มีเขาคนนี้แหละที่ทำให้อยากหายใจต่อไปในทุกๆวัน ‘รักของเกย์มันฉาบฉวย’ ผมพยายามไม่ทำให้เกิดคำๆนั้นในชีวิต ตัวเอง ผมคบกับพี่เขา ฝันว่าวันหนึ่งที่เราแก่ตัวไป เราคงอยู่ดูแลกัน เคยมีคืนหนึ่ง ผมนอนข้างๆเขาแล้วพูดว่า ผมไม่เคยเสียดายชีวิตนะ ทุกๆวันผมใช้มันเต็มที่ ถ้าวันหนึ่งต้องตาย ผมอยากเห็นพี่ยืนอยู่ข้างๆ อยากให้พี่จับมือผมจนวินาทีสุดท้าย

คบกันไม่นานมาก แต่ก็นานสำหรับเกย์ครับ ทุกอย่างมันดูราบรื่น ผมมีความสุขมาก มากจนรู้สึกว่า มันคุ้มเหลือเกินที่ผมทนเหงามาหลายปี เพื่อมาเจอคนๆนี้ แล้วอยู่ๆก็เกิดความผิดปรกติบางอย่าง ช่วงนั้นน้องสาวเขาแต่งงาน น้องชายผมบวชพอดี เลยคุยกันว่า จะพาไปเปิดตัวที่บ้านของกันและกัน พอถึงเวลาจริงๆ เขาหายไปเลยครับ ติดต่อเขาไม่ได้ กดโทรศัพท์หาจนแบตฯหมด โทฯไม่ติด ติดก็ไม่รับ ในหัวตอนนั้นมีแต่ความเป็นห่วงเขา กลัวว่าเขาจะขับรถแล้วประสบอุบัติเหตุ จนเขาติดต่อเข้ามาเอง เขาถามว่า จะเป็นอะไรไหม จะเป็นอะไรไหม ถ้าเขาจะไปศึกษาคนอื่น ช่วงที่เขาบอกว่างานยุ่ง จริงๆเขาไปเล่น app เกย์ แล้วไปเจอคนๆหนึ่ง เขาไปอยู่ด้วยกัน แล้วมาบอกว่า ทุกอย่างของคนๆนั้น น่าศึกษากว่าผมมาก ผมตายทั้งเป็นตั้งแต่วินาทีนั้นเลย

ผ่านมาหลายเดือนแล้วครับ เขาออกจากชีวิตผมไปแล้ว ลบทุกช่องทางการติดต่อ เขาบอกว่าเขาตรวจเลือดแล้ว โอ.เค. ไม่มีเหตุอะไรที่จะต้องมาเอาเรื่อง หรือมาเกี่ยวข้องกับผมอีก ผมแทบตายทุกครั้งที่นึกถึง หมู่บ้านเขาอยู่ใกล้ๆกับคอนโดฯผม รถเขารุ่นเดียวกับผม ทุกอย่างมันยังอยู่ในชีวิตผม มีแต่เขาเท่านั้นที่ไม่อยู่ ผมไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปยังไงครับ”

ไม่มีใครตายเพราะใคร ถ้าเราไม่ยอมค่ะ ความรักเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน แต่การเดินไปข้างหน้านั้น ปริมาณความรักอาจไม่เท่ากัน เรายึดมั่นถือมั่นว่าเราจะแก่ไปด้วยกัน วันที่ลมหายใจสุดท้ายมาถึง เขาจะยังเป็นคนที่ดึงมือและยื้อให้เรามีชีวิตอยู่เคียงคู่กันต่อไป เราหวังว่าเขาคือคนสุดท้าย แต่เขาอาจวางเราเป็นแค่ 1 ในคนอีกมากมายที่ยังไม่ต้องลงหลักปักฐานกับใคร เราคิดว่าเขาคือลมหายใจ เขาคิดแค่ว่า เราแค่ผ่านมาผ่านไป เขายังสามารถมีใครๆอีกได้ ตราบที่ลมหายใจยังมี แค่นี้รักเราก็ไม่เท่ากันแล้ว

ลมหายใจยังเป็นของเรา แค่เขาช่วยทำให้เราหายใจอย่างมีความสุข แต่ถ้าวันนี้เขาคือคนที่ทำให้เราทุกข์คงต้องแยกย้ายไปมีความสุขกันไกลๆ น้องบอกเองว่า นอกจากพ่อแม่ ก็มีเขานี่แหละที่ทำให้อยากมีลมหายใจ แต่ถ้าหน้าที่นั้นเขาทำให้ไม่ไหว ก็ต้องมีลมหายใจต่อไปเพื่อพ่อแม่ ไม่มีพ่อแม่ที่ไหน ทุ่มเทกายใจเลี้ยงลูกให้โตขึ้นมา เอาแต่นั่งร้องไห้เพราะผู้ชายไม่รัก เราเสียคนที่ไม่รักเราไปคนหนึ่ง อย่าให้ถึงกับต้องฟูมฟายทุรนทุรายจนมาทำร้ายหัวใจคนที่รักเราเท่าชีวิตเลย

ความรักแต่ละครั้งที่ผ่านไป อย่าให้ทิ้งไว้แค่น้ำตา จริงๆ ที่ผ่านมามันคือบทเรียนเล่มแล้วเล่มเล่า ที่สอนเราไปเรื่อยๆ จริงๆสิ่งมีชีวิตในโลกนี้ จะจำเรื่องเจ็บได้ดีกว่าเรื่องมีความสุขอยู่แล้ว มันคือสัญชาตญาณแห่งการป้องกันตัว จะได้ไม่พาตัวเองไปเจ็บซ้ำๆกับเรื่องเดิมๆอีก เสือเคยติดบ่วงนายพราน มันจะจำไว้ ครั้งต่อไปจะได้เดินไปไกลๆจากจุดเคยเกิดเหตุ แต่มนุษย์ทุกเพศทุกวัย พร้อมจะให้อภัยและให้โอกาส เราชิงให้อภัยทั้งที่ใจเขายังไม่ได้รู้สึกผิด เลยพลาดแล้วพลาดอีก พลาดที่เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ เพราะยังไงเราก็เลือกเขาเอง

น้องลงท้ายอีเมล์ไว้ว่า รักครั้งที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่า รักเขาเท่าชีวิต ไม่ได้แปลว่า เราจะมีเขาอยู่ในชีวิต…เติมให้น้องอีกนิด อย่าลืมรักตัวเราให้ได้ครึ่งหนึ่งที่รักเขาแค่นี้เราก็รอดแล้ว


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน