รักก็บอก… ไม่รักไม่บอก

ดิฉัน / STORY / รักก็บอก… ไม่รักไม่บอก

ได้ข่าวว่า อีกไม่นานนี้ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก จะลองใส่ปุ่ม dislike เข้าไปในเฟซบุ๊ค เพื่อตอบโจทย์ความคิดเห็นอีกรูปแบบหนึ่ง หลังจากก่อนหน้านี้ เรามีแต่ปุ่ม like รักก็ like ชอบก็ like บางคนแจ้งข่าวว่าญาติตาย ยังเข้าไปกด like กันเลย เพราะเราหยวนๆใช้คำว่า like แทนความหมายว่ารับทราบ รับรู้ แต่มันก็ดูแปลกอยู่ดี ปุ่ม dislike ที่จะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ นอกจากตอบสนองความไม่ like แล้ว ไม่รู้จะทำให้ความเห็นต่าง คิดคนละอย่าง กลายเป็นปัญหาบานปลายอีกไหม โดยส่วนตัวชอบแนวรักก็บอก ไม่รักไม่บอกปลอดภัยกว่า แต่นั่นแหละค่ะ ไม่มีสูตรไหนใช้ได้กับทุกเรื่องในโลก

เคยเจอคนที่รักก็บอก ไม่รักไม่บอก ปล่อยให้ทุกอย่างเลยเถิด จนเกิดปัญหาใหญ่ก็มีค่ะ มีศุกร์หนึ่งเราคุยกันใน Club Friday ใช้ชื่อตอนว่า ความรักไม่ผิด ผิดที่เธอเปลี่ยนไป น้องผู้หญิงคนหนึ่งโทรเข้ามาเล่าในรายการ น้องมีแฟนที่คบกันมา 10 ปี ทุกอย่างก็ดูดีเรื่อยมานานวันเข้า กลายเป็นเราที่เปลี่ยน รู้สึกมันชินๆชาๆ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น อยู่ด้วยก็ดี ถ้าไม่มีก็อยู่ได้ ยังถามไปว่า บอกเขาหรือเปล่าน้องยืนยันเสียงดังฟังชัดว่า บอกค่ะ บอกเลิกเลยด้วยซ้ำ แต่เขาไม่ยอม ก็เลยต้องอยู่ๆกันไป.. พยายามช่วยหาเหตุผลอยู่ค่ะว่า ตกลงหมดใจเพราะเวลาเปลี่ยนไปหรือมีอะไรที่ทำให้รักน้อยลง

น้องเล่าว่า “แต่ก่อนเขาเจ้าชู้มากนะคะ จับได้รายแล้วรายเล่า แต่เราก็ทน เพราะรักเขามาก” หรือสิ่งนี้มันบั่นทอนหัวใจลงไปทุกที คำว่าให้อภัยไม่ได้แปลว่าความรู้สึกดีมันจะไม่หมดไป น้องก็ยืนยันว่า “ไม่นะพี่ ยกโทษให้ เพราะเขาก็เลือกเราทุกที แต่ตอนนี้น้องหมั้นกับเขาแล้วนะคะ!!” เอาเข้าไป แก้ปัญหากันยังไงคะ ไม่รักเขา ก็ควรบอกเลิกให้จบๆไป ไม่มีใครรั้งใครได้ถ้าใจเราไม่ยอม อีกอย่างการบอกเลิกคือการแจ้งให้ทราบ ไม่ใช่การขออนุมัติเสมอไป

“ฉันไม่รักเธอแล้วนะ ตอนนี้ความสุขของฉันมันไม่ได้อยู่ที่เธอแล้ว เรายังเป็นเพื่อนกันได้ แค่ความรู้สึกข้างในมันไม่มากพอจะขอเป็นแฟนแล้ว” บอกชัดๆ ไม่ให้ขัดกับความรู้สึกเรา เขาจะเห็นด้วยหรือไม่ สุดแท้แต่ใจเขา ไม่ได้มีผลอะไรต่อใจเราอีกแล้ว

“มันไม่ใจร้ายไปหรือคะ?” น้องถาม แล้วสิ่งที่ทำอยู่ น้องว่าใจดีหรือ ไม่รักก็ควรบอกไม่ใช่หลอกๆไปว่ารัก เบื่อเธอแล้วนะ แต่ยอมไปหมั้น ไม่รักกันแล้วนะ แต่เดี๋ยวต้องแต่งงานเพราะหมั้นกันไว้นานแล้ว จะให้เขาเชื่อสิ่งที่น้องพูด หรือดูสิ่งที่น้องทำมากกว่าล่ะ น้องถอนหายใจเสียงดังแล้วเล่าต่อ

“แต่ตอนนี้มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาคุยด้วยค่ะ เราคุยกันถูกคอจนรู้สึกรักตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาก็รู้ดีนะคะว่าวันหนึ่งเราก็ต้องแต่งงาน เขาขอใช้เวลาด้วยกันเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ หนูรู้ว่าผิด แต่ทำยังไงได้ ในเมื่อบอกเลิกแฟนเก่า เขาก็ไม่ยอมเลิก”

อันนี้แหละที่ใจร้าย หมดรัก หมดใจ ไล่เขาเขาไม่ไป เลยนอกใจซะเลย คนใหม่ที่รักเขานัก รักเขาหนา จะมองว่าเรามีค่าตรงไหนแค่ผู้หญิงที่หาคนฆ่าเวลา คบหาไปพลางๆก่อนไปแต่งงานกับอีกคน เราลดคุณค่าตัวเองอยู่ไหม? เขาก็มีสิทธิ์คิดได้ ถ้าโชคดีวันหนึ่งได้จูงมือแต่งงานกับแฟนใหม่ เขาคงหวั่นใจว่าที่เจ้าสาวจะไปอยู่ในอ้อมแขนใครก่อนเข้าพิธีหรือเปล่า เพราะเขาก็เคยโดน

“แต่พี่คะ ก็ถือว่าแต่งงานไปเพื่อพ่อแม่แล้วกันค่ะ ท่านก็ไม่อยากให้เลิก คบกันมานานขนาดนี้แล้ว หนูทำให้พ่อแม่เสียใจและเสียหน้าไม่ได้” น้องตัดบท

แล้วพ่อแม่ภูมิใจตรงไหนคะที่ลูกสาวแต่งงานไปแล้วนอกใจสามีตัวเอง ไม่มีใครได้ไปซะทุกอย่าง แต่งงานเพื่อพ่อแม่ ไม่อยากเป็นผู้หญิงใจร้ายบอกเลิกแฟน แต่แฟนใหม่ก็จะเอา ไม่ให้เขาไปไหน ตกลงมีแต่สิ่งที่อยากได้ๆ มุมไหนที่น้องอยากเป็นคนให้บ้างคนรักกัน ความซื่อสัตย์คือคุณสมบัติขั้นพื้นฐาน จะรักกันมากแค่ไหนเชียว ความซื่อสัตย์ง่ายนิดเดียวยังให้กันไม่ได้เลย ว่าที่สามี คบมา 10 ปี ถ้าวันนี้ไม่ใช่ ก็ต้องเคลียร์กันให้จบไป เผื่อเขาจะได้เจอคนใหม่ที่รักเขาได้มากกว่าเรา เขาจะยอมหรือไม่ยอม มันคือส่วนของเขา แต่ก็ผิดตรงที่เราไม่รักเขาแต่ดันรับหมั้น แหวนยังอยู่ที่นิ้ว มือเดียวกับที่เราเอาไว้จูงแฟนใหม่ ทำร้ายจิตใจคนเยอะไปไหมกับคนใหม่ น้องมีใจให้เขาแค่ไหน ถึงซ่อนเขาไว้ ให้ไร้ตัวตน มีตำแหน่งแค่ของแถมนอกบ้าน รอเวลาแต่งงานกับอีกคนอยู่ดี

ตั้งสติใหม่ค่ะ แก่นแท้ของงานแต่งงานคือ คน 2 คนรักกัน อยากใช้ชีวิตด้วยกันไปให้เกียรติพ่อแม่ทั้ง 2 ฝ่าย เป็นคำสัญญากลายๆว่า เราจะอยู่ดูแลลูกของท่านจากนี้เป็นต้นไป ถ้าแก่นนี้น้องยังมีไม่ได้ จะมีความหมายอะไรกับงานแต่งงาน พ่อแม่จะเสียหน้าและเสียใจ ถ้าน้องปล่อยให้ทุกอย่างเดินหน้าไป ไกลออกจากปัญหาไปเรื่อยๆ เราไม่แก้ปัญหาที่ปัญหา แต่กลับสร้างปัญหาด้วยการเพิ่มจำนวนคน อย่าให้รักของเราทำร้ายใครแม้แต่ใจตัวเอง รักพ่อแม่ไม่อยากให้ท่านเสียใจ เลยยอมแต่งงานไปเพื่อทดแทนบุญคุณ ถ้าปักธงจะทำเพื่อพ่อแม่ ก็แต่งงานไปและทำหน้าที่ภรรยาที่ดี ดูแลสามีเต็มที่อย่างที่พ่อแม่หวัง ไม่ใช่แต่งๆไป ทั้งที่รู้ว่าเดี๋ยวมันก็พัง เสียดายตังค์ค่ะ พูดจริงๆ

รักก็บอก ไม่รักก็ควรบอก อย่าไปหลอกๆว่ารัก บอกตรงๆ หลายคนมองว่าใจร้าย แต่การหลอกให้เข้าใจผิดคิดกันไป กลับทำร้ายกันหนักกว่าหลายเท่า


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน