ทนอยู่เพื่อลูก… ถามลูกหรือยัง

ดิฉัน / STORY / ทนอยู่เพื่อลูก… ถามลูกหรือยัง
นั่งดูรายการ ‘ผู้หญิงถึงผู้หญิง’ ในเช้าวันหนึ่งค่ะ เขาพูดถึงการรณรงค์ให้ผู้หญิงป้ายลิปสติกที่ใต้ตา ถ่ายภาพโพสท์ในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คเป็นเชิงสัญลักษณ์ร่วมกันว่า เราจะไม่ยอมรับการกระทำรุนแรงต่อเพศหญิง เพราะล่าสุด ผลสำรวจผู้ชายไทย ติดอันดับ 7 ของโลกในการทำร้ายภรรยา ที่น่าเศร้ากว่าคือ ผู้หญิงไทยเป็นชาติที่ยอมรับได้ ถ้าสามีตบตี เป็นอันดับที่ 2 ของโลก รักกันไป ตบกันไป จะเชื่อได้ยังไงว่ารักคะ

เคยมีน้องคนหนึ่งโทฯมาเล่าให้ฟัง น้องอายุ 20 กว่าๆ ช่างเด็กนัก เพิ่งมีความรักแต่ก็ปักอกปักใจคิดว่านี่ล่ะคนที่ใช่ รักกันใหม่ๆ อะไรก็สวย พอคบๆกันไป อะไรที่ไม่ได้ดั่งใจก็เริ่มหยาบคายใส่กัน ด่ากันไปด่ากันมา ล่าสุดไปทะเลาะกันที่ป้ายรถเมล์ โชว์ความรุนแรงออกสื่อ พอเริ่มเสียงดังขึ้นๆ ผู้ชายบันดาลโทสะ เงื้อมือสุดแรง…. น้องผู้หญิงโทฯมาเล่าให้ฟังด้วยอารมณ์กระหยิ่มในหัวใจ

“พี่อ้อยคะ ถ้าวันนั้นเขาตบ หนูเลิกจริงๆด้วย” ในใจคิด แค่เงื้อ พี่ก็ไปแล้วล่ะ ไม่ต้องรอให้ตบหรอกน้อง แค่คิดไปด่าทอกันที่ป้ายรถเมล์ มันใช่เรื่องเท่ที่ควรเอาไปอวดใครๆ หรือมีครั้งหนึ่ง ก็ต้องมีครั้งที่สองรักกันให้เกียรติกัน ไม่ใช่ไปโชว์เกลียดกันประจานตัวเองตอนโดนตบก็โกรธ พอเขาขอโทษก็ให้อภัย สุดท้ายแล้วตอนโมโหล่ะ ถ้าถึงขั้นฆ่ากันตายเราจะมีลมหายใจไว้สัมผัสความน่ารักของเขา ตอนอารมณ์ร้อนๆเบาลงไหม

หลายฝ่ายออกมาช่วยกันวิเคราะห์ว่าทำไมครอบครัวไทยถึงทำร้ายกันมากขึ้นทุกปี แต่ก่อนยังพอเข้าใจได้ หญิงไทยต้องให้สามีเลี้ยง จะข่มเหงแค่ไหน เราก็ต้องเกรงใจ เพราะสุดท้ายทำมาหากินเองไม่ได้ เกิดมาเพื่อเป็นภรรยาก็ต้องก้มหน้ารับกรรมไป แต่ยุคนี้ไม่ใช่ เธอหาได้ ฉันหาเอง ถ้าจะเกรงใจ ก็ทำไปเพราะรัก ไม่ใช่กลัวไม่มีใครเลี้ยง แต่เรากลับเจอความรุนแรงในครอบครัวมากกว่ายุคก่อนจะเรียกร้องความเท่าเทียมกันไปทำไมถ้ายอมได้แม้เขาจะตบตี เรื่องแบบนี้เราควรต้องดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดก่อน

คนๆหนึ่งจะบอกว่ารักเรามากแค่ไหน สุดท้ายก็รักเราไม่เท่าพ่อแม่คนที่รักเราเท่าชีวิตเคยคิดทำร้ายให้ลูกเจ็บขนาดนี้ไหม แล้วคนๆนั้นเป็นใคร ยอมให้เขาทำร้ายตัว ซึ่งก็เป็นหัวใจของพ่อแม่เราบางคนให้เหตุผลแห่งความอดทนว่า ‘อาย’ ที่ประคองชีวิตคู่ต่อไปไม่ได้ สุดท้ายคนที่น่าอายกว่าคือเขาหรือเปล่า ตบเอาๆแต่เรายังทน เผลอๆมุมนี้น่าอายกว่าอีกที่ไม่คิดปกป้องตัวเอง บ้างก็บอกว่าอยู่เพื่อลูก ไม่อยากให้ลูกมีปัญหา ลืมคิดไปว่าครอบครัวอบอุ่น ไม่ได้สักแต่มีให้ครบ แต่พ่อตบแม่ให้เห็นทุกๆวัน ทุกอย่างในบ้านคือโรงเรียนของลูก ลูกจะเติบโตไปพร้อมเสพความรุนแรงจนเป็นเรื่องปรกติสืบต่อมรดกจากรุ่นสู่รุ่น พ่อเคยตบแม่ยังไง ฉันโตขึ้นเมื่อไหร่ก็ตบเมียได้แบบนั้น ไม่นานมานี้มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งโพสท์ข้อความนี้ไว้ในแฟนเพจค่ะ

“หนูเป็นแฟนคลับของพี่อ้อยและคลับฟรายเดย์มาเกือบปีแล้วค่ะ ตอนนี้อยู่ต่างประเทศ เวลาฟังคนที่โทฯเข้ามาบอกว่าครอบครัวมีปัญหาสุดจะทน แต่อยากยื้อสามี หรือภรรยาไว้ เพื่อรักษาความเป็นครอบครัวพ่อ แม่ ลูก บอกตามตรงค่ะว่า หงุดหงิดมาก เข้าใจนะคะว่าแต่ละคนมีความคิด ความรู้สึกต่างกัน แต่เคยถามลูกไหมว่าลูกต้องการอะไร พ่อแม่หนูเลิกกันตั้งแต่หนู 8 ขวบ ตอนแรกอยู่บ้านเดียวกันกับตายายด้วย แต่อยู่ในอารมณ์บึ้งตึงใส่กัน แยกกันนอนคนละห้อง บางทีก็ทะเลาะกันแรงๆ เขาไม่เคยลงไม้ลงมือ แต่คำพูดที่พูดใส่กันถึงไม่หยาบคายแต่มันรุนแรงเสียงดัง จนหนูต้องยกมือไหว้ขอให้เลิกทะเลาะกันทุกครั้ง

ในที่สุดแม่ตัดสินใจออกจากบ้าน ให้หนูอยู่กับพ่อ และตายาย (พ่อหนูลงขันปลูกบ้านกับพ่อตาแม่ยายค่ะเลยไม่ยอมย้ายออก) แม่แอบมาหาหนูที่ร.ร. บ่อยๆ เพราะพ่อไม่ชอบให้มาบ้าน เจอกันไม่ได้เลย พ่อไม่ได้เจ้าชู้ค่ะแต่เป็นคนอยู่ด้วยยาก นับจากวันที่แม่ออกจากบ้านไป พ่อยิ่งเกลียดแม่พูดจาประชดประชันแดกดันทุกทีที่บังเอิญเจอ ครั้งหนึ่งเคยจับได้ว่าแม่แอบมาหาหนูที่ร.ร. พ่อด่าไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ครูต้องออกมาห้าม มาขอแต่นั่นแหละค่ะ พ่อก็ยื้อไม่ยอมหย่ากับแม่ผ่านมาหลายปีจนหนูอายุ 15 ปี ช่วงนั้น กำหนดครบเวลาที่เงินประกันปันผลออกซึ่งเป็นประกันที่พ่อกับแม่ทำร่วมกันไว้แม่เลยยื่นข้อเสนอว่าจะให้พ่อคนเดียวทั้งหมด โดยที่แม่จะไม่เอาแม้แต่บาทเดียว เพียงแต่ช่วยเซ็นใบหย่าให้เท่านั้นพ่อตกลงค่ะ

วันที่เขาไปเซ็นใบหย่ากัน แทนที่หนูจะเสียใจ หนูกลับดีใจและโล่งอย่างบอกไม่ถูก โทฯไปหาเพื่อน โทฯไปดีใจกับเพื่อนแปลกไหมที่ดีใจจนออกหน้าว่าพ่อกับแม่เลิกกันอย่างเป็นทางการแล้ว หมดเวรหมดกรรมกันซะที หนูยินดีกับแม่ที่จะเป็นอิสระอย่างเต็มตัว ยินดีกับพ่อที่จะได้เลิกหวังและเดินหน้าต่อไป

ตอนนี้หนูอายุ 32 ปี มีลูกชาย 7 ขวบกับสามีที่อายุมากว่าหนู 16 ปี เป็นคนไทยค่ะ หนูไม่เคยเอาเรื่องพ่อแม่เลิกกันมาเป็นปัญหาหรือปมในใจเลย เพราะว่าพ่อก็ให้ความรักหนูเต็มที่ ส่วนแม่ถึงจะไม่อยู่กับหนู แต่ก็ไม่เคยทิ้งให้หนูโดดเดี่ยว เวลามีปัญหาแม่จะคอยรับฟังและเข้าใจทุกครั้ง (ไม่ได้มาโอ๋อะไร หรือทำเพื่อไถ่โทษว่าทิ้งเราไปนะคะ แม่มาด้วยเหตุผลที่ห่วงหนูตลอด)

หนูมักบอกกับสามีว่า ไม่ต้องห่วงนะ เราอยู่ด้วยกันเพราะรักกัน ไม่มีวันที่เราจะทนอยู่ด้วยกันเพียงเพื่อลูก เพราะหนูรู้หนูเห็นมาแล้วว่า การที่เราทนอยู่กับสิ่งที่เราไม่มีความสุข มันจะไม่มีใครมีความสุขสักคน ทั้งเขาทั้งเรา และที่สำคัญ ลูกก็ไม่มีความสุขแน่นอน จากประสบการณ์ตรงของลูกคนหนึ่งค่ะ”

ขอบคุณที่มาแชร์ประสบการณ์กันนะคะ ความอดทนเป็นคุณสมบัติที่ดี แต่ขอให้มีและใช้ให้ถูกคน อย่าอดทนเพื่อใครจนร้ายกับตัวเอง ยุติความรุนแรงจะได้ผลไหม อยู่ที่เราปกป้องตัวเองยังไงไม่ได้บอกให้ต้องลุกขึ้นต่อสู้ แค่ต้องรู้ตัวตั้งสติ คิดให้ทันว่าคนรักกันเขาทำแบบนี้ไหม และสิ่งที่เราทน จะยิ่งทำให้เราไม่มีตัวตนหรือเปล่า

เราแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ที่อยากมีค่ามีความสำคัญในสายตาของคนที่เรารักไม่ใช่โมโหก็ตบ พอเรื่องจบก็มากอดเราจะไปไหนก็ไม่รอด เพราะมัวแต่คิดถึงตอนที่เขากอด ลืมตอนที่เขาตบน้องจำได้แค่ว่า ตอนเขาไม่โมโห เขาน่ารักมากนะคะ


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน