นอกใจ… ไม่ใช่เรื่องพลาด

ดิฉัน / STORY / นอกใจ… ไม่ใช่เรื่องพลาด
เวลาดารา นักร้อง ศิลปิน หรือไฮโซฯ มีข่าวหย่าหรือเลิกรากัน มักจะเป็นประเด็นที่มีแต่ความคิดเห็นของผู้คนในสังคมช่วยวิพากษ์วิจารณ์ บางทีรู้มากกว่าเจ้าของเรื่องอีก อธิบายความรักของคนอื่นเป็นฉากๆแต่วิเคราะห์ยากกับเรื่องตัวเอง

คนจะรัก เหตุผลไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่คนจะไป มักมีเหตุผลอยู่ข้อเดียวคือ เราไม่รักกันเท่าเดิมแล้ว ..เขาแต่งกันเพราะรวย? กลบข่าวเกย์ไง.. เลิกกันเพราะหมาตาย?..แล้วอีกฝ่ายไม่เข้าใจเหรอ? ไม่น่าใช่มั้ง!! สมาคมวิจารณ์บันเทิงหน้าจอ ทำงานกันแข็งขันในโซเชียลเน็ตเวิร์ค

เรื่องแบบนี้มันไม่มีสูตรค่ะ เริ่มต้นรักกันเพราะเงินก็ได้นะ แต่บางคู่ยิ่งอยู่ยิ่งรัก กับบางคู่ก็จีบกันเอง รักกันเอง ดูใจเป็นสิบปี แต่งงานกันที ไม่ถึงปีก็เลิก คน 2 คนเท่านั้นที่รู้ว่ารักของเรามีมากพอที่จะต่อสู้กับความเปลี่ยนไปของโลกไหม โลกมันกลมๆกลิ้งๆค่ะ อย่าไปหาสูตรใดมาการันตีความมั่นคงแน่นอนของจิตใจ เราทำได้แค่ดูแลทุกวันอย่างดีที่สุด บางคนเพื่อนที่เราเห็นหน้าเห็นตากันแท้ๆ ยังแปรมาเป็นคนที่ตีท้ายครัวเราได้เลย อย่างเจ้าของอีเมล์ฉบับนี้ เขาเจอเรื่องที่ปวดหัวใจเหลือเกิน

“ผมและภรรยาแต่งงานกัน มีลูกสาว 1 คนครับ อายุ 10 ขวบ ปัจจุบันผมทำงานเป็นพนักงานขายอิสระ รายได้มาจากค่าคอมมิชชั่นจากงานขาย ภรรยารับราชการในระดับสูง ก่อนหน้านี้รายได้ของผมสูงมากครับ เป็นแสนๆ แต่งานกว่าจะเลิกก็ดึกมาก เช่นกัน ออกจากบ้านเช้า กลับดึก จนวันหนึ่งลูกสาวบอกผมว่า ‘จะจำหน้าพ่อไม่ได้อยู่แล้ว’ เป็นประโยคที่แรงต่อความรู้สึกของผมมาก ผมเลยตัดสินใจออกจากงาน และปล่อยให้ภรรยารับราชการต่อไป

ผมมีหน้าที่รับ-ส่งลูกและภรรยาทุกวัน, ทำอาหาร, ซักผ้า (ทุกชิ้น), ทำความสะอาดบ้าน เรียกว่าทุกอย่างเท่าที่ผมทำได้ หลังออกจากงานได้ประมาณ 2 ปี รายได้ที่เคยได้ก็เริ่มลดลง ทำให้เครียดและกังวลพาลให้ไม่มีเพศสัมพันธ์กับภรรยา และอีกประการหนึ่งคือ เธอมีความผิดปรกติที่ปากมดลูก ทำให้เวลามีเพศสัมพันธ์ เธอจะเจ็บ ทำให้เราหยุดเรื่องนี้ไปนานกว่า 3 ปี แต่ครอบครัวเราก็มีความสุขดีมาตลอด

จนต้นปีที่ผ่านมา ผมบังเอิญเห็น Line ของภรรยา คุยกับเพื่อนร่วมงานเก่าแบบลึกซึ้ง เพื่อนเธอคนนี้ผมก็รู้จักดี ในครั้งแรกที่เห็น ผมโกรธมาก แต่ยังคิดในใจว่าเธอคงคุยขำๆไม่มีอะไรมาก ผม set ให้ Line ของเธอ ผ่านระบบ e-mail และผมเปิดดูจาก Notebook ได้ที่บ้าน (ผมมีความรู้เรื่อง Computer อยู่บ้าง) นานวันเข้า การคุยยิ่งลงลึกมากขนาดที่มีการส่งภาพลามกและภาพอวัยวะเพศของเขามาให้ภรรยาผมดูช่วงนั้นภรรยาผมคุยกับเขาครั้งละนานๆ แต่ตอนผมกับลูกคุย Line กับเธอ เธอจะตอบแค่กินข้าวกับนาย หรือติดงานอยู่ตลอด

ทุกวันนี้ผมนอนร้องไห้ทุกคืน ทุกวันเกือบทั้งวัน ไม่มีจิตใจทำงานเลยแม้แต่น้อย แต่ผมก็ยังปฏิบัติต่อเธอและลูกอย่างเป็นปรกติ พยายามบอกรักเธอทุกวัน ทุกเวลาที่ “อย่าไปหาสูตรใดมาการันตีความมั่นคงแน่นอนของจิตใจ เราทำได้แค่ดูแลทุกวันอย่างดีที่สุด บางคนเพื่อนที่เราเห็นหน้าเห็นตากันแท้ๆ ยังแปรมาเป็นคนที่ตีท้ายครัวเราได้เลย”

ทำได้ กอดเธอ หอมแก้ม ถามเธอว่าเรารักกันใช่ไหม เธอก็จะตอบทุกครั้งว่ารักกันสิ รักมากที่สุดในโลก ยิ่งฟังยิ่งเจ็บครับ ผมอยากตายไปพร้อมกับลูกให้เธอได้สำนึก ผมหยิบปืนมาเพื่อเตรียมฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้ง แต่พอเห็นหน้าลูกผมทำไม่ลงเพราะลูกติดผมมากเหลือเกิน”

ได้มีโอกาสคุยกับเจ้าของอีเมล์ 1 ครั้งค่ะ ตามเบอร์ที่ทิ้งไว้ให้ นับถือหัวใจผู้ชายคนนี้จริงๆ เขายังทำหน้าที่เป็นสามีตามปรกติทั้งที่สภาพจิตใจไม่ปรกติ ยังคุยกันไปว่าปูนนี้กันแล้ว มีอะไรถามเลย อย่ากึ่งจริง กึ่งเดา คนเราเวลาที่รู้แล้วทำเป็นไม่รู้มันทรมานใจ เรื่องฆ่าตัวตายตัดทิ้งไป ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ถ้าแม่ทำร้ายหัวใจพ่อและลูกได้ พ่อยังอยากให้ลูกตายเพื่อประชด หัวใจแม่ เรื่องไหนมันแย่กว่า ทำไปให้เธอรู้สึกผิด แล้วเธอรู้สึกผิดไหมเราก็ไม่ได้อยู่เพื่อจะเห็นอยู่ดี พูดกัน คุยกัน มีอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า หาจังหวะสบายๆ คุยกันดีๆ อย่าเพิ่งตำหนิ ด่าทอหรือเหวี่ยงวีนคนอยู่ด้วยกัน จะบอกว่าอีกฝ่ายผิด ให้คิดว่าความผิดครึ่งหนึ่งอยู่ที่เรา ต่างคนต่างคิด ว่าฉันทำเต็มที่แล้ว ฉันดีขนาดนี้ แต่ดีของเรา มันคือดีของเขาหรือเปล่า เราไม่รู้จริงๆผ่านไปได้ไม่กี่อาทิตย์ มีอีเมล์ตอบกลับมา

“เรื่องการคุยมันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ผมตั้งใจไว้ ตอนผมกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ ได้ยินเสียงภรรยาคุยโทรศัพท์หลังบ้าน เลยเดินไปถามว่าใคร เธอตอบว่าเพื่อนโทฯมา และเดินออกจากจุดนั้นไปไกล ผมเดินตาม และถามเธอว่า คุยกันเรื่องอะไร มีเรื่องปิดบังอยู่ใช่ไหม เธอรีบวางสาย และเดินเข้ามาถาม ผมว่า ‘ที่รักเป็นอะไร’ ผมตอบว่าเปล่า ไม่เป็นไร (เพราะผมยังไม่อยากคุยตอนนี้) เธอก็มาเซ้าซี้ถามอีก จนผมต้องพูดกับเธอว่า ผมเห็นไลน์ที่เธอคุยกับเขาคนนั้นทุกประโยคนะ เคยคิดถึงใจเราบ้างไหม เราแต่งงานกันมานาน ปีหน้าก็จะครบ 20 ปีแล้ว ทำไมทำแบบนี้ (ผมต้องขอขอบคุณคุณอ้อยอีกครั้งที่ทำให้ผมคุยกับเธอแบบใจเย็นที่สุดในชีวิต เพราะโดยปรกติผมจะเป็นคนใจร้อน) เธอเข้ามากอดผมแล้วร้องไห้ เธอบอกว่า คุยกันคลายเครียดเฉยๆ แค่คิดว่าการคุยกันจะทำให้เธอกลับมามีอารมณ์ทางเพศอีกครั้ง เพื่อที่เราจะได้มีอะไรกันจริงๆสักที ก็แค่นั้นไม่เคยคิดจะไปมีอะไรกับเขาจริงๆ

ผมเลยขอเธอให้ส่งข้อความต่อหน้าผมไปบอกผู้ชายคนนั้นว่า ขอเลิกติดต่อกัน เพราะสามีอยู่ตรงนี้ และเขารู้เรื่องของเราหมดแล้ว จะส่งเองหรือให้ผมส่ง เธอขอส่งเอง และบอกผมว่า ขอร้องให้ทุกอย่างจบลงไปเถอะ ผู้ชายคนนั้นเขามีภรรยาอยู่แล้ว เราแค่คุยกันเฉยๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ผมแอบเห็นข้อความที่เขาขอให้ภรรยาผมถ่ายภาพเปลือยส่งไลน์ไปให้เขาดูด้วย

เรานั่งมองหน้ากันประมาณ 10 นาที ผมจึงถามเธอว่า ถ้าในทางกลับกัน เธอจับได้ว่าผมไปคุยกับลูกน้องเก่าผม ที่มักจะโทฯ มาปรึกษาเรื่องต่างๆอยู่บ่อยๆ และเธอเป็นผู้หญิงที่สวย sexy มาก ในเรื่องแบบเดียวกัน คุณจะทำอย่างไร เธอตอบว่า เธอคงให้อภัยไม่ได้แน่ๆ เรากอดกันร้องไห้ จากวันนั้นความสุขของผมเหมือนกลับมาอีกครั้ง เธอดูแลผมมากขึ้น ไม่ใช้โทรศัพท์ถี่เหมือนก่อน ผมบอกเธอว่า วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุด เหมือนกับการยกภูเขาออกจากอก ทิ้งความทุกข์ลงแม่น้ำ เราจะลืมเรื่องนี้กัน แล้วเริ่มต้นกันใหม่”

นอกใจ อย่าใช้คำว่าพลาด เพราะส่วนมากใจอยาก ทั้งที่รู้ว่าทำไปแล้วคนที่เสียใจคือใคร อีกฝ่ายก็เหมือนกันค่ะ อยากรู้อะไรให้ถาม อย่าพยายามใช้แต่ความอดทนจนตัวตนของเราหาย ถ้าถามกันแล้ว เธอยังดึงดันนอกใจ จะได้บอกตัวเองได้ว่าความรักของเราจะเอายังไงต่อดี


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน