ติดบ่วงตัวเอง

ดิฉัน / STORY / ติดบ่วงตัวเอง
เห็นข่าวแล้วเศร้าใจ แฟชั่นใหม่ในญี่ปุ่น เด็กวัยรุ่นนิยมฉีดน้ำเกลือเข้าไปที่หน้าผาก ทำเหมือนหัวปูดแล้วใช้นิ้วกดให้เป็นรูตรงกลางเป็นเทรนด์ทำหน้าให้เหมือนมนุษย์ต่างดาว อยู่ๆก็อยากเป็นคนนอกโลกซะอย่างั้น ล่าสุดมีคุณหมอออกมาเตือน การเอาน้ำเกลือเข้าสู่ร่างกายไม่อันตราย แต่ถ้ามากไป เนื้อบริเวณนั้นจะตาย อีกอย่างหน้าผากช่างใกล้กับลูกตาและสมองแค่คิดก็สยองแล้ว ถ้าติดเชื้อ

ผู้นำแฟชั่นว่าบ้าแล้ว ผู้ตามทั้งหลายดูบ้ากว่า เรามักชอบสวยเสี่ยงๆ เปรี้ยวเฉียดนรก ไม่เป็นอะไรก็ดีไป แต่ส่วนใหญ่มาเสียใจภายหลัง รู้อย่างงี้ไม่ทำดีกว่า บางคนโชคดีที่ยังมีโอกาสได้พูดว่า รู้อย่างงี้ แต่บางทีแทบไม่มีโอกาสได้บ่น แล้วแต่จิตใจคนค่ะเรื่องแฟชั่น สุดแท้แต่ใจใคร ถ้าทำไปแล้วรู้สึกดีกับตัวเองก็ว่ากันไป แค่ตอนคิดจะทำตามใครถามตัวเองให้ดีก่อนว่าวิธีนี้ปลอดภัยไหม อย่าเป็นพวกยอมตายได้เพราะอยากสวย

สังเกตดูได้ หลายครั้งที่เราเจอปัญหาเราชอบบอกว่า โลกไม่ยุติธรรมกระหน่ำด่าทอโชคชะตา ลืมมองไปว่า หรือจริงๆมันเป็นเพราะเรา ครั้งหนึ่งในรายการ Club Friday ผู้หญิงคนหนึ่งโทฯมาเล่าให้ฟัง น้องสร้างกำแพงสูงใหญ่ไว้ปกป้องหัวใจ สุดท้ายกำแพงถล่มล้มทับตัวเอง

ก่อนหน้านี้น้องคบกับผู้ชายคนหนึ่งมา 7 ปี จะด้วยอาถรรพณ์เลข 7 หรือความอดทนที่เริ่มใช้แล้วหมดไป น้องตัดสินใจเลิก เพราะแฟนช่างเสมอต้นเสมอปลาย นอกใจยังไงก็นอกใจอย่างนั้นทั้งเสียใจ ทั้งเสียเงิน ผู้ชายเองหลอกให้ซื้อบ้าน ซื้อรถ เอาไว้เพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน และในที่สุดก็ดึงเอาทุกอย่างไปสร้างอนาคตของตัวเองกับผู้หญิงคนอื่นทั้งเจ็บ ทั้งแค้น เลยตั้งใจไว้กับตัวเองว่าต่อไปนี้ไม่มีความรักที่แท้จริง เงินซื้อได้ทุกสิ่งแม้กระทั่งผู้ชาย

เธอไม่ได้คิดอย่างเดียวค่ะ เธอทำด้วยตั้งแต่นั้นก็ใช้บริการผู้ชายขายบริการที่เรียกว่า host เข้าใจว่าอยากประชด แต่ไม่รู้ประชดใคร ประชดอะไร คนที่เราอยากให้เขาสะใจ เขารู้สึกรู้สมอะไรไหม หรือมีแต่เราที่สะใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน เมื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตอย่างผิดปรกติก็ยากที่จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างปรกติผู้ชายที่ซื้อมา ก็สับเปลี่ยนเวียนไปทำหน้าที่ตามราคา เก่าไปใหม่มาจนมาถึงผู้ชายคนล่าสุดที่ซื้อมา เธอพบว่าเขาไม่ใช่แค่สินค้าที่ได้มาเพราะเงิน

การดูแลเอาใจใส่ เป็นคู่คิดในวันที่ชีวิตสับสน เป็นคนแรกที่เดินเข้ามาในวันที่เกิดปัญหา คล้ายๆว่าเธอจะเริ่มตกหลุมรักอีกครั้ง จากการซื้อมาชั่วครั้งชั่วคราวเธอเริ่มอยากสัมปทานเป็นเจ้าของตลอดไป เริ่มใช้จ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อเขา เพื่อไม่ให้ทำงานอยู่ในอาชีพเดิมๆ เขาเองก็ยอมและพยายามจะหางานอื่นที่น่าภูมิใจกว่า เขามีภรรยาค่ะแต่เลิกไปแล้ว มีลูกติด 1 คนด้วยความรักที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ เธอยอมแม้จะเอาลูกเขามาเลี้ยง ดูแลกันและกันไปอย่างดี สิ่งเดียวที่ติดอยู่ในใจคือ เราซื้อเขามา

“พี่อ้อยคะ หนูไม่กล้าเอาเขาไปไหน เพื่อนๆต้องรู้แน่ๆว่าเราได้เขามายังไงเพราะส่วนใหญ่เพื่อนจะรู้ว่าเราเที่ยว host” น้องใช้คำเหมือนเขาเป็นกระเป๋าหรือของใช้สักอย่าง

หรือจริงๆ ปัญหาอยู่ที่ทัศนคติของเราคนอื่นมองเขาแบบไหนไม่สำคัญเท่าเรามองเขายังไง ถ้าคิดซะว่าเขาเป็นคนๆหนึ่งที่ทำงานสุจริต ไม่ได้ไปปล้นฆ่าใคร และเขาก็พร้อมจะหาอาชีพใหม่เพื่อยืนเคียงข้างเรา จะไม่ให้โอกาสเขาเลยหรือ

น้องวนๆแต่เรื่องที่ว่าซื้อเขามา ยังถามไปว่าแล้วตอนนี้ยังจ่ายเงินเพื่อให้เขาอยู่กับเราหรือเปล่า

“ก็มีบ้างค่ะพี่ บางทีเขาบอกว่าภรรยาเก่ามาขอเงิน เราก็ให้”

ถามต่อ “น้องว่าเขาดูรักเราไหม”

“เขาก็ดูแลเราดีมากนะคะ แต่ไม่รู้เป็นเพราะเราให้เงินเขาหรือเปล่า”

ติดบ่วงตัวเองแท้ๆ ประชดชีวิตคิดว่ารักนี้ไม่มีจริง ใช้เงินซื้อมันซะทุกสิ่ง สุดท้ายเลยไม่รู้ว่ารักของเขามันจริงหรือไม่จริง

แม้บางคนจะถือคติ สวยเลือกได้รวยเลือกก่อน แต่ในที่สุดเราอยากเจอคนที่เลือกกันแม้ว่าฉันจะไม่สวยหรือไม่รวยถ้ายังสงสัยว่า รักของเขาวัดเป็นราคาหรือวัดคุณค่าด้วยหัวใจ ลองตัดท่อน้ำเลี้ยงก่อนดีไหม จะบอกว่าเขาได้ใจ หรืออีกนัยเราก็เคยตัว เมื่อรู้สึกว่าทุกอย่างซื้อได้เลยจ่ายกับจ่าย จะให้อะไรใคร อย่าให้จนเขาอ่อนแอแบมือขอกันอย่างเดียวหรือจะลองไม่ให้บ้างแบบค่อยเป็นค่อยไปค่อยๆให้เขาสร้างความภาคภูมิใจ แล้วดูกันไปว่า ถ้าไม่มีเงินให้ เขายังมีใจจะอยู่กับเราหรือเปล่า

รักกันต้องภูมิใจในการมีกันและกัน ถ้ารักกันไปดูถูกกันไป ยังไงมันก็ไม่รอด เขาอยู่ของเขาดีๆ เราต่างหากที่เดินเข้าไปแล้วดึงเขามา พอเขาตามมา ก็เราเองนั่นแหละที่ไม่มั่นใจว่า ควรจะเอาเขามาไหม แต่พอเขาจะกลับไป เราก็อยากดึงไว้ ที่เคยบอกไว้ว่ารักดีๆไม่มีจริง ใช้เงินสิถึงได้มาทุกสิ่ง แล้ววันนี้ความจริงก็บอกเราแล้วว่า เงินๆทองๆกับเรื่องของหัวใจ บางทีมันวัดกันไม่ได้

ถ้าคิดว่าเขาอยู่กับเราเพื่อเงิน ก็ลองตัดเงิน ถ้าตัดแล้วเขาเริ่มอยากไป คราวนี้ก็ต้องตัดใจ มันก็คงแค่นี้ แต่ถ้าเขายังดีแสนดี เราก็ยังแอบอายกลัวคนอื่นจะรู้ที่มา ปัญหานี้ต้องแก้ที่เรา อดีตแก้ไม่ได้รับมือให้ไหวกับปัจจุบัน แล้วมุ่งมั่นสร้างอนาคตกันไป เจอกันยังไงไม่ได้สำคัญไปกว่า เราจะเดินหน้าต่อไปด้วยกันไหมและสุดท้ายอย่าประชดใครแบบที่รู้ว่าคนที่เสียใจยังไงก็เป็นเราอยู่ดี


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน