คนใดที่ไม่ได้เขามา มักสูงค่าเกินจริง

ดิฉัน / STORY / คนใดที่ไม่ได้เขามา มักสูงค่าเกินจริง
วันหนึ่งนั่งฟังรายการที่น้องอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ จัดอยู่ที่ EFM เขาตั้งประเด็นไว้ว่า การแต่งงานสำคัญแค่ไหนกับความรัก? และเป็นไปตามที่คาดค่ะ สุภาพสตรี ส่งความเห็นกันอุ่นหนาฝาคั่ง

“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ถ้ารักกัน คนสองคนเท่านั้นที่สำคัญที่สุด การแต่งงานเป็นเรื่องสิ้นเปลืองมากกว่า” บ้างก็ว่า “ไม่เห็นจำเป็นต้องมี ทำไมต้องประกาศให้ชาวบ้านรู้ว่ากำลังจะมีสามี” สารพัดเหตุผลที่คนให้ความสำคัญกับความรัก ไม่สนใจในพิธีแต่พอผู้ชายเป็นฝ่ายแสดงความเห็นบ้างความต่างก็เริ่มมีให้เห็น

“ผมว่า งานแต่งไม่ได้สำคัญเท่าไหร่แต่ยังไงก็ควรให้เกียรติพ่อแม่ทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว”

“ลำพังสองคนกับแฟนไม่ค่อยอยากมีงานหรอกครับ เหนื่อย เสียเงิน แต่ถือว่าทำเพื่อพ่อแม่ ก็โอ.เค.ครับ เต็มที่ไปเลยวันเดียว” ฯลฯ ฟังแล้วเหมือนโดนตบหน้าเล็กน้อย

ผู้หญิงเรานี่รักเป็นรักจริงๆ บูชาความรักไว้เหนือหัว ใช้ความดราม่าในการดำเนินชีวิต บางทีเราก็ลืมคิดไปว่า งานแต่งงานไม่จำเป็นต้องใหญ่โตมโหฬารเสมอไป ผู้ชายคิดถึงพ่อแม่ แต่เพศแม่กลับคิดแต่เรื่องหัวใจของผู้ชาย ฟังไปยังคิดไป เรามีลูกมีหลานที่ทั้งรักและฟูมฟักมาอย่างดี วันหนึ่งเขาจะไปสร้างครอบครัวใหม่ เขาก็เดินออกจากบ้านเฉยๆ ขนเสื้อผ้าไปนอนห้องเขา แล้วบอกกับครอบครัวเราว่า ถ้าใจรักกัน เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญอีกแล้วเหรอ!! เราทำใจกับเรื่องแบบนี้ได้จริงหรือ

ประเทศจีนตอนนี้เขาฮิตกระแส ‘naked wedding’ แต่งงานกันตัวเปล่าเล่าเปลือยจากความเชื่อว่าต้องพร้อมก่อนค่อยแต่งงาน กลายเป็นแต่งงานกันไปร่วมสร้างฐานะกันไปก็สบายใจดี สินสอดไม่มี แต่เอาหัวใจและความรับผิดชอบยิ่งใหญ่มาขอลูกสาวกันจะมีบ้างก็ตรงที่อภิมหาธรรมเนียมที่เคยทำต่อๆกันมา ก็จะถูกลดทอนไปเมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อน อาตี๋ อาหมวยรุ่นนี้เลยทำให้ผู้ใหญ่ ‘ไม่ค่อยล่ายหลั่งจาย’ แต่ทำยังไงได้เวลาเปลี่ยน วิถีชีวิตก็ต้องเปลี่ยนไป

แต่งงาน อาจจะหมายถึงพิธีเล็กๆน้อยๆเพื่อขออนุญาต หรือขอเข้ามาเป็นลูกอีกคน เพื่อที่จะดูแลลูกสาวของพ่อและแม่ ไม่ใช่เอ่ยถึงงานแต่งงานทีไร ต้องแปลว่าเป็นงานประกาศอย่างเป็นทางการพร้อมเสียสาวให้คนที่สอยลงจากคานซะที

แต่งงาน บอกว่า เรามีคู่ แต่ไม่ได้บอกเสมอไปว่า เรามีค่า เห็นประโยคนี้ในเฟซบุ๊ค โดนใจดี คนโสดหลายคนชอบมองตัวว่าช่างไร้ตัวตนที่ไม่มีคนเอา โถ..คนโสดมากมายในโลกใบนี้ มีแต่เรื่องดีๆ เลยไม่อยากวอน การมีคู่ไม่ใช่สถานภาพที่การันตีว่าต้องมีความสุข แค่เราเรียนรู้ที่จะรับมือกับความทุกข์ไปพร้อมๆกันกับคู่เรา

เมื่อไม่นานนี้ น้องสาวโสดคนหนึ่งเริ่มคิดจะจีบผู้ชายที่ตัวเองถูกใจ แต่ก่อนกระทำการใด น้องยังมาขอความเห็นพี่อ้อยคะ ผู้หญิงจีบผู้ชายก่อน มีโอกาสมากมายแค่ไหนคะ ช่างตอบยากจริงผู้หญิงบ้านเรา มักถูกเลี้ยงดูไม่ให้แสดงความรู้สึกอะไรมากนัก แต่ในชีวิตจริงมันช่างไปไกลกว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่สอนไว้เยอะ

มีครั้งหนึ่งกำลังแต่งหน้าเพื่อเตรียมทำรายการที.วี. love-8-1009 ตาข้างหนึ่งกำลังชุ่มกาวแปะขนตา อีกตาพยายามเหลือกดูหนังเรื่องหนึ่งที่กำลังออกอากาศ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนังชื่ออะไร เกี่ยวกับอะไรดูไป 20 นาทีน้ำตาซึม ที่น่าสนใจเพราะนางเอกในเรื่องหลงรักพระเอกมาตั้งแต่เด็ก เธอแสดงออกเต็มที่มาก อยากได้จูบแรกจากเขาซะเหลือเกิน เด็กที่แสดงก็ช่างน่ารัก ยากนะคะ มันเป็นเส้นบางๆระหว่าง ชัดเจนในความรู้สึกกับแ-ร-ดเลยทีเดียว

“ผมของเขาหอมเหมือนแคนตาลูป ฉันแอบดมกลิ่นแคนตาลูปมา 1 ปีเต็ม” เด็กผู้หญิงผมทองแอบดมผมเด็กผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างหน้าด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ขณะนั่งเรียน ..ตลอดเวลาที่เจอกัน เธอจะอ้าแขนรอเพื่อนผู้ชายให้สวมกอด แต่ไม่เคยสมหวัง จากเด็กประถมสู่เด็กมัธยมผู้ชายของเธอก็มีผู้หญิงคนอื่นอยู่ตลอดเวลา จนวันหนึ่ง พ่อถามลูกสาวเกี่ยวกับเด็กผู้ชายคนนี้

ลูกสาวก้มหน้าแล้วถามพ่อว่า “ถามถึงเขาทำไม” พ่อรีบเฉไฉ “โอ.เค.ๆ พ่อคิดไปเองก็ได้” ฉากเล็กๆแบบนี้ เขาทำได้ดีจังพ่ออยากรู้เรื่องของลูกแต่เปิดโอกาสให้ลูกคิดและตัดสินใจเองว่าพ่อควรรู้เรื่องอะไรบ้าง ลูกสาวค่อยๆเล่าถึงผู้ชายที่หมายปองมาตั้งแต่เด็ก

“เขาตาสวยมากค่ะพ่อ รอยยิ้มของเขาเป็นยิ้มที่หนูชอบ” พ่ออมยิ้ม ไม่มีความเห็นใด นอกจากสอนลูกว่า

“รายละเอียดเป็นเรื่องดีก็จริงนะลูกแต่อย่าลืมมองภาพรวม” ลูกสาวพยักหน้ารับแม้ไม่เคยเข้าใจ จนกระทั่งวันหนึ่งลูกสาวเห็นว่าวไปติดอยู่บนต้นไม้สูง เธอพยายามปีนขึ้นไปเพื่อดึงว่าว บนนั้น…เธอมองเห็นภาพสวยๆที่คนเบื้องล่างไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็น ภูเขาสูง ทุ่งหญ้าเขียวๆตัดกับแสงอาทิตย์ นี่แหละมั้งที่พ่อเรียกว่า ภาพรวม

ภูเขาก็สวย ทุ่งหญ้าก็สวย แต่ถ้ารวมกันแล้วตัดกับแสงของพระอาทิตย์ จะยิ่งสวย เธอหลงใหลภาพนี้จนต้องปีนขึ้นมาดูทุกวัน จนถึงวันสุดท้าย เจ้าหน้าที่ได้รับการไหว้วานให้มาตัดต้นไม้ เพราะเจ้าของต้องการสร้างบ้านใหม่ แน่นอนเธอพยายามทุกอย่างไม่ให้เขาตัด ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีสิทธิ์ใดๆในต้นไม้ต้นนั้น เธอร้องไห้ ตะโกนเสียงดังว่า

“อย่าตัดมันเลยค่ะ หนูขอร้อง”

“ลงมาเถอะหนู เราต้องทำงานอีกหลายอย่าง” เจ้าหน้าที่เริ่มเกรี้ยวกราดเมื่อเห็นเธอยังยื้อดึงดัน แล้วผู้ชายในฝันของเธอก็เดินมาพอดี เธอทั้งร้องขอและขอร้องเด็กผู้ชายคนนั้นให้ปีนขึ้นมาหาเธอ

“ไบรท์ซ์ เธอขึ้นมาสิ เขากำลังจะตัดต้นไม้ ถ้าเธอขึ้นมาอีกคน เขาจะไม่ตัดนะ ขึ้นมาซี้” เธอร้องไห้น้ำตานองหน้า

แต่ผู้ชายตาสวยที่เธอหลงรักมาตั้งแต่เด็กได้แต่มอง แล้วเดินหนีขึ้นรถโรงเรียนไป หัวใจสลายเลย ผู้ชายตาสวย ยิ้มน่ารักแต่พอประกอบกัน คือคนใจร้ายที่ไม่ใส่ใจน้ำตาของเธอ หรือแม้แต่คำอ้อนวอนขอความช่วยเหลือของเธอ

คนที่ปีนขึ้นมาหาคือพ่อ

“ลงมาได้แล้วลูก มันหมดเวลาแล้ว”

“พ่อขา ภาพบนนี้มันสวยมากจริงๆ” เธอร้องไห้แล้วกอดพ่อ

เช้าวันรุ่งขึ้น พ่อเตรียมของเพื่อปลอบขวัญลูกสาว… พอแกะห่อออก ลูกสาวยิ้มกว้างเพราะภาพที่เห็นคือ ภาพวิวบนยอดไม้สูง ที่พ่อวาดไว้ให้ลูกเก็บ จะได้ไม่ต้องเจ็บในวันที่ไม่มีต้นไม้ต้นนั้นอีกแล้ว

คนหรือของใดที่ไม่ได้มา มักสูงค่าเกินจริง เฝ้าฝันเฝ้ารอ ขอเป็นแฟนสักครั้ง คงสวรรค์เห็นๆ ใครจะรู้ ถ้าเป็นแฟนกันจริงๆอาจจะเลิกไปแล้ว ก่อนตัดสินใจบอกรักใคร ดูที่นิสัยและภาพรวม คนบางคนเวลาแยกส่วนแล้วช่างดูดี ตา หู จมูก ปากช่างน่ามอง แต่พอเอามากองรวมกันแล้วขี้วีน ช่างหงุดหงิด ก็ต้องคิดใหม่

ผู้หญิงแสดงออกก่อน ก็คงถูกมองไม่ค่อยเก๋เท่าไหร่ ผู้ชายมักต้องเป็นผู้ล่า ผู้หญิงรอการล่า แต่เวลาเปลี่ยนหน้าที่กัน ฉันอาจจะอยากล่าบ้างอะไรบ้าง ที่สมหวังก็มีนะคะ อย่างอีเมล์ฉบับนี้

“สวัสดีค่ะพี่อ้อย หนูเป็นคนจีบแฟนก่อนค่ะ ต้องยอมรับว่าจีบยากมากๆผู้ชายคนนี้ ทำทุกอย่าง ส่ง sms ให้เขาทุกวันพยายามชวนไปกินข้าว แรกๆโดนปฏิเสธตลอดก็พยายามไม่ตื๊อมาก โทฯไม่บ่อยแค่อาทิตย์ละครั้ง สืบจนรู้ว่าเขาชอบอะไรจนจับจุดได้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่ชอบเล่นหุ้น ดูพระ ทำแต่งาน ชอบไปร้านหนังสือ ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืน ตอนแรกเขาปฏิเสธหนูตลอดเลย เขาบอกว่าไม่พร้อมมีใคร อยากทำงาน อยากไปไหนก็ไป แล้วก็บอกว่าเขายังเด็กค่ะ (ตอนนี้ 30 แล้วนะคะ) โดนปฏิเสธมาเยอะ บางทีนัดกินข้าวก็ยังเบี้ยวนัดบ่อยๆ แต่หนูโอ.เค.นะคะ

เพราะคิดว่า ถ้าเป็นเรา เราไม่ชอบไม่คิดอะไร ก็คงทำแบบที่เขาทำเหมือนกันขนาดหนูนอนโรงพยาบาลสี่วัน เขาไม่เคยมาเยี่ยมหรือโทฯมาเลย แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนูตัดใจหรอกนะคะ ตรงกันข้าม มันทำให้หนูรู้ว่าเขาเป็นคนตรงๆ ชัดเจน หนูจีบเขาอยู่หนึ่งปี จนในที่สุด อยู่ๆเขาก็ชวนหนูไปงานแต่งงานของเพื่อนสนิทแล้วก็แนะนำใครๆว่าหนูเป็นแฟน ….อึ้งมากค่ะ ตกใจ ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากเขา

ทุกวันนี้คบกันในฐานะแฟนได้ปีกว่าแล้ว ไม่เคยวีนใส่เขา เพราะรู้ว่าเขาก็เหนื่อยกับงานแล้ว แฟนหนูเป็นวิศวกรค่ะ ทำงานเกี่ยวกับภาพถ่ายทางอากาศ เรามักจะไกลกันบ่อยๆ แต่หนูเชื่อใจเขาค่ะ มันทำให้เรารู้สึกสบายใจทั้งสองฝ่าย ทุกวันนี้ก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกันค่ะ เราไม่เคยทะเลาะกันเลย จากที่เราสนใจเขาฝ่ายเดียว ตอนนี้ทุกอย่างเท่ากันแล้วค่ะ มีความสุขมาก รักเขาด้วยความเข้าใจในตัวเขา ไม่เคยโทฯจิกโทฯตาม มีช่องว่างให้เขาได้หายใจ ไม่เคยเช็คโทรศัพท์เขา จนเขาบอกว่าเวลามีโทรศัพท์มาให้หนูรับแทนได้เลย กลายเป็นว่าหลังๆเขาเป็นคนโทฯหาหนูซะเอง รู้สึกดีมากเลยค่ะ เพราะถ้าเราเป็นคนยังไง เราก็อยากได้อย่างนั้น ตอนนี้มีความสุขมาก จะประคับประคองความรักครั้งนี้ให้ดีที่สุด”

ทั้งหมดอยู่ที่ความพอดีค่ะ รักเขามากแค่ไหน แสดงออกอย่างไร เอาความรู้สึกดีๆ ของเราไปรบกวนเขาแค่ไหน และในที่สุดเราชอบเขาก็ไม่ผิด เขาไม่ชอบเราก็ไม่ผิดบังคับให้เขารักเรา ยากพอๆกับบังคับเราให้เลิกรักเขา รู้สึกดีไม่ว่า แต่อย่าถึงขั้นยอมไร้ค่าต่อหน้าเธอ หลายครั้งคนเริ่มก่อนไม่ได้แปลว่ารักมากกว่า ถ้าเราชัดเจนกับความรู้สึกของเราแล้วเขาอึดอัดอยู่กับฉันแล้วเธอไม่สุข ฉันยอมหนีไปทุกข์ไกลๆ และในที่สุด รักตัวเองให้ได้ครึ่งหนึ่งเท่าที่รักเขา เราก็ไม่รู้สึกแย่กับตัวเองแล้ว แม้เขาจะไม่เห็นคุณค่าก็ตาม


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน