ของขวัญดีๆ จากผู้ชายห่วยๆ

ดิฉัน / STORY / ของขวัญดีๆ จากผู้ชายห่วยๆ

เทศกาล และของขวัญ เป็นสิ่งที่มาคู่กัน เราพยายามหาของแทนใจ ให้จับต้องได้ แล้วบอกว่านี่คือสิ่งที่แทนความรู้สึกบางคนได้รับของขวัญชิ้นใหญ่ราคาแพงทุกเทศกาล แต่ระหว่างวัน กำพร้าความใส่ใจ โทฯไปหาคนที่เรารักทีไรบอกว่ายุ่ง เดี๋ยวค่อยคุยกัน คิดถึงเขาเมื่อไหร่ได้แต่กอดของ มันชดเชยความรู้สึกข้างในกันไม่ได้ หรือจริงๆของขวัญที่ทุกคนอยากได้มากที่สุดคือเวลา และของขวัญที่เราโหยหาคือความเข้าใจ ไม่ได้มีราคา แต่สูงค่าต่อหัวใจ

shutterstock_587367584-1

ครั้งหนึ่งตอนจัด Club Friday เราใช้ชื่อตอนว่า ของขวัญที่ดีที่สุด เป็นตอนที่ทำเอาน้ำตาซึมทั้งคนจัด ทั้งคนฟัง ไม่ได้เสียใจ ไม่ได้เศร้า แต่เข้าใจและซึ้งใจกับของขวัญที่แต่ละคนได้รับ ของขวัญบางอย่างเป็นของขวัญที่ดีที่สุดจากคนที่ทำให้เราเสียใจที่สุด

“สวัสดีค่ะพี่ฉอดและพี่อ้อย ของขวัญชิ้นนี้ถือว่าเป็นสิ่งล้ำค่าเหนือสิ่งอื่นเลยค่ะ ถึงแม้ว่ามันจะได้มาจากผู้ชายห่วยๆ ที่ทำให้ชีวิตเราเสียศูนย์ที่สุด บีกับอดีตสามีเราคบกันมา 5 ปี ทะเลาะเรื่องโน้นเรื่องนี้ตลอด แต่เราก็ตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตกับคนๆนี้ ร่วมกันซื้อบ้าน รถ จนวางแผนจะแต่งงานกัน แต่ผิดพลาดทางเทคนิค บีเกิดมีน้องซะก่อน เราก็ล้มเลิกแผนแต่งงานแต่ก็มีกินข้าวกันในครอบครัว ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็รับรู้และเข้าใจค่ะ วินาทีแรกที่ได้รู้ว่ามีน้องอยู่ในท้องมันมากกว่าคำว่าดีใจเพราะบีอยากมีอยู่แล้ว ตั้งใจว่าหลังแต่งงานก็จะมีลูกเลย แต่อดีตสามีกลับถามว่า จะไปเอาออกไหม เขาบอกว่าอยากให้มั่นคง มีฐานะมากกว่านี้ มันเหมือนโดนตบหน้าอย่างแรง บียืนยันตลอดค่ะว่า ‘ไม่’ ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าถ้าเลิกกัน ฉันก็ไม่ยอมเอาออก จนอดีตสามีก็ยอมให้เก็บลูกไว้ บีตั้งชื่อลูกว่า ใบบัวค่ะ 9 เดือนที่เขาอยู่ในท้อง ก็จะคุยกับลูกสาวตลอด จนใกล้คลอด ด้วยความกลัวการคลอดลูก บีก็จะบอกใบบัวทุกวันว่าแม่กลัวเจ็บนะ หนูคลอดง่ายๆ ออกมาไวๆนะ แล้วเขาก็คลอดง่ายจริงๆค่ะ เจ็บท้องประมาณ 2 ชั่วโมง ใช้เวลาเบ่งคลอดประมาณครึ่งชั่วโมงเอง น้องเขาก็ออกมาแล้วเพราะมีแต่คนบอกว่าท้องแรกน่าจะเจ็บนานกว่านี้

บีเลี้ยงลูกเอง ตลอด 2 เดือนที่ลาหยุดงาน โดยไม่มีใครช่วยเลยค่ะ เลี้ยงลูกทั้งกลางวัน-กลางคืน ล้างขวดนม ซักผ้าอ้อมทุกอย่างคนเดียวเหมาหมด ส่วนอดีตสามีไม่ได้ช่วยอะไรเลย ทำงานกลับมาก็นอนบางครั้งเรายังต้องหากับข้าวให้กินอีกต่างหาก แต่ก็ยอมรับค่ะว่าเขาทำงานหนักมาก และงานไม่ค่อยเป็นเวลา ก็เห็นใจเขาในจุดนี้

พอครบกำหนดวันลาคลอด บีจ้างพี่เลี้ยงที่ไว้ใจได้เลี้ยงลูกตอนกลางวัน เช้าก็ขับรถไปส่งลูก บีไปทำงานต่อ เย็นก็แวะมารับลูกแล้วก็กลับบ้าน ส่วนอดีตสามี ไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไหร่ อย่างมากก็เล่นกับลูกนิดนึงแล้วก็นอน เวลาผ่านไปจนใบบัวอายุได้ขวบกว่า อยู่ดีๆ อดีตสามีก็ถามขึ้นมาว่า ใบบัวเป็นลูกของเขารึป่าว!!!

โอ้โห…มันเหมือนเขาเอามีดมากรีดตั้งแต่หัวจดเท้าและก็ซ้ำตรงกลางอก บีไม่รู้ว่าเขาไปได้ข้อมูลอะไร ยังไงมา แต่บีไม่เคยมีนิสัยแบบนั้นเลยจริงๆ คนที่เห็นหน้าใบบัวและอดีตสามีจะพูดเหมือนกันหมดว่าสำเนาถูกต้องมากๆเหมือนที่ตอนนี้ฮิตกันก็ต้องพูดว่า DNA มันอยู่ตรงหน้าแล้ว

จากนั้น บีกับอดีตสามีก็มีปัญหาอยู่เรื่อยๆ หนักขึ้นๆ จนเราตัดสินใจเดินออกมาจากชีวิตเขา ยอมทิ้งทุกอย่างที่เราเคยสร้างกันมาด้วยกัน ยกบ้าน รถ ให้เขาทั้งหมด มีสิ่งเดียวที่บีเอามาคือของขวัญที่เขาให้เรามาก็คือใบบัวค่ะ จากที่เคยอยู่บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ก็ต้องมาอยู่อพาร์ทเมนท์สี่เหลี่ยมเล็กๆ จากที่ขับรถไปเที่ยวกันแม่ลูก ตอนนี้ไปไหนมาไหนก็นั่งรถเมล์ค่ะ แต่สิ่งหนึ่งที่มันไม่เปลี่ยนเลยคือความสุขที่เราอยู่ด้วยกัน

บ้านหลังเล็กหรือใหญ่ มันไม่ได้ทำให้ความสุขที่เรามีเปลี่ยนแปลงเลย และเป็นความโชคดีของบีด้วยเพราะใบบัวเป็นเด็กมีเหตุผล เข้าใจอะไรเหมือนผู้ใหญ่ ตอนที่ย้ายบ้าน ย้ายโรงเรียนมา บีก็อธิบายให้เขาฟังว่าเราย้ายบ้านนะ ใบบัวต้องย้ายโรงเรียนนะ แล้วจะมีเพื่อนใหม่ คุณครูใหม่ซึ่งเขาก็เข้าใจ และไม่เคยถาม หรือเรียกร้องอะไรให้เรารู้สึกแย่ไปกว่านี้เลย กลับตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ อย่างเช่นสนุกกับการขึ้นลิฟท์ที่อพาร์ทเมนท์ หรือไม่ก็สนุกกับการขึ้นรถเมล์

มีอยู่ครั้งหนึ่งค่ะ ใบบัวพูดให้ฟังว่าตอนที่ใบบัวไปโลตัสกับคุณแม่ หนูกำลังเลือกหนังสืออยู่ ได้ยินเสียงดัง หันไปเจอคุณแม่กำลังโทรศัพท์ทะเลาะกับคุณพ่ออยู่ใบบัวตกใจแล้วเดินมาหาคุณแม่ ใบบัวพูดกับแม่ว่า ‘ใบบัวรู้ว่าคุณพ่อกับคุณแม่ไม่รักกันนะ แต่หนูรักคุณแม่ที่สุดในโลกเลย แม่จำได้ไหม’ เท่านั้นแหละค่ะ ความเหนื่อยความกังวล ความทุกข์ใจอะไรทั้งหมด มันหายไปเลยค่ะ อะไรที่เราเคยคิดว่า ทำไมชีวิตเราต้องเจอคนแบบนี้ ทำไมต้องลำบากแบบนี้ กลับกลายเป็นคิดว่า บีโชคดีที่สุดแล้วที่มีลูกที่น่ารักอย่างนี้ ถ้าบีไม่เจอสามี บีคงไม่ได้มีลูกอยู่เคียงข้าง ถ้าบีไม่มีใบบัวบีคงจะเคร้ากับชีวิตมากกว่านี้แน่ๆ”

ไม่เคยมีลูกค่ะ แต่พอจะเดาออกว่า คนเป็นแม่ได้ยินแค่นี้จะดีใจแค่ไหน ของขวัญล้ำค่า บางทีไม่ได้มาเฉพาะเทศกาล ของขวัญอยู่ใกล้เราทุกวัน อยู่ที่ว่าเราเห็นคุณค่าและความสำคัญของของขวัญชิ้นนั้นไหม ‘ของขวัญ’ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดคำนี้เป็นคนแรกนะคะ แต่เป็นคำที่ฟังดูอิ่มเอมจัง ของขวัญ ของที่เป็นทั้งขวัญและกำลังใจช่วงต้นปี เรามีเทศกาลดีๆมากมาย ลองมองดูรอบตัว บางทีโลกสร้างของขวัญให้เราทุกวัน มัวแต่ไปนั่งฝันถึงของขวัญที่จะได้จากเธอคนนั้นอย่างเดียว พอไม่ได้ก็มานั่งเศร้าใจ เราลืมนึกไปว่า แค่ยังมีลมหายใจก้าวข้ามผ่านไปแต่ละปี เป็นเรื่องโชคดีแค่ไหนแล้ว เห็นข่าวอุบัติเหตุ ความสูญเสียเมื่อตอนปีใหม่แล้วเศร้าใจ มีคนอีกมากมาย ไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดสวัสดีปีใหม่กับใครๆด้วยซ้ำ

ดูแลตัวเองให้ดีค่ะ ทุกคนคือของขวัญสำหรับคนที่เรารักและรักเรา ประคองชีวิตให้ดีและมีความสุขสมกับที่เป็นของขวัญนะคะ ของขวัญอย่างเราไม่ต้องตีราคา แต่ทำตัวให้มีคุณค่าสูงที่สุดคุณค่าที่มาจากเรา ไม่ใช่คุณค่าที่ถูกตีค่าโดยคนที่รักเราน้อยเหลือเกิน


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน