พรหมลิขิตไม่ได้จำกัดสิทธิเฉพาะเพศไหน

ดิฉัน / STORY / พรหมลิขิตไม่ได้จำกัดสิทธิเฉพาะเพศไหน
ทำงานด้วยกันมานาน พอมีใครสักคนต้องลาออกไปก็ใจหายทุกที ส่วนใหญ่ก็เป็นเหตุผลของน้องรักดีที่พี่ไม่ค่อยเข้าใจ

“ออกไปลองใช้ชีวิตที่ออสเตรเลียค่ะพี่” อยู่เมืองไทยใช้ชีวิตไม่ได้หรือ? ถามกันซื่อๆ

“มันไม่เหมือนกันค่ะพี่” น้องหัวเราะเขินๆ

จ้ะ จ้ะ จริงๆการอยู่เมืองไทย ฝึกการใช้ชีวิตมากกว่าอีกนะ แต่เอาล่ะในเมื่อเลือกแล้ว ว่าแต่ไปอยู่เมืองไหนเนี่ย

“ซิดนี่ย์ค่ะ” โอววว!! เมืองที่น้องไปเผลอๆต้องใช้ภาษาไทยมากกว่าอยู่ที่นี่อีกยิ่งพูดยิ่งดับฝันน้อง เอ้า! ลองดู เมืองไหนๆไม่ไปก็ไม่รู้ เมืองที่เราไม่ได้อยู่ เรามักเห็นความสวยหรูของมัน เหมือนคนนั่นแหละค่ะ

shutterstock_60579031-1

คนที่เห็นข้อดีมากมายของการมีชีวิตคู่มักจะเป็นคนโสด และคนที่รู้ดีว่า การเป็นโสดก็ไม่เห็นจะโดดเดี่ยว ส่วนใหญ่คือคนที่มีแฟนทั้งนั้น อะไรที่ยังไม่ใช่ของเรา มันมักทรงคุณค่าเสมอ

แต่ก็อีก เวลาเปลี่ยนไป สิ่งที่คิดว่าใช่ก็มีโอกาสเปลี่ยน ดูอย่างอินเดียสิคะ แต่ก่อนนี้มีลูกสาว พ่อแม่นั่งเศร้าเตรียมหาสินสอดไว้ไปขอลูกชายเขา นานวันเข้าก็คุมกำเนิด หาวิธีเลือกเพศลูก ในที่สุดตอนนี้ผู้ชายเต็มบ้านเต็มเมือง ถ้ายังมีอัตราการกำเนิดบุรุษเพศขนาดนี้ อีกไม่ถึง 20 ปี ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกจะเปลี่ยนจากจีนเป็นอินเดียทันที คราวนี้ผู้หญิงจะกลายเป็นฝ่ายนั่งเลือก ผู้ชายมากมายคล้ายฝูงลิง ผู้หญิงต่อให้ไม่สวย ไม่เริ่ด แต่ก็เชิดใส่ เธอหลุดมือไปทางเลือกใหม่เยอะแยะ ธรรมเนียมการที่ผู้หญิงต้องยกสินสอดไปขอผู้ชายจะเริ่มหายไป คราวนี้ผู้ชายอยากได้ใคร ต้องหอบสินสอดกองใหญ่ไปขอสาวเหมือนประเทศทั่วๆไปในโลก ธรรมชาติจัดสรรทุกอย่างให้ยุติธรรมเสมอ ขออย่างเดียว อย่าให้ผู้ชายมากมายหนีไปรักกันเองก็แล้วกัน

shutterstock_2386772921

“พี่อ้อยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตในเพศที่สามไหมครับ” น้องผู้ชายคนหนึ่งเคยถามกลางรายการในวันที่เราเปิดโอกาสให้คุยในหัวข้อ ‘มีแต่คิดถึง’ เรื่องไหนที่ยังอยู่ในใจแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม “เพศไหนๆ มีโอกาสเจอรักที่ดีและรักที่แย่ไม่ต่างกันหรอกค่ะ พรหมลิขิตไม่น่าจะเลือกปฏิบัติต่อเพศใดเพศหนึ่งอยู่แล้ว”

“จริงครับพี่ ผมเจอกับแฟนในห้างฯ และคบกันมาถึง 5 ปี” น้องเริ่มเล่าเรื่องรักในความทรงจำของตัวเอง ในใจยังสงสัยว่าเจอกันในห้างฯแล้วขอเบอร์กันยังไง เห็นอะไร ถึงรู้ว่า หน้าอย่างเธอต้องเจออย่างฉัน ในละครยังต้องเดินชนกัน หกล้มปากชนกันปั๊บ หัวใจก็เริ่มรักซะแล้ว

“พอเจอกัน มองกันก็พอรู้ว่าถูกใจกันเขาเป็นฝ่ายมาขอเบอร์ผมครับ ติดต่อกันไปมา จนคบหาดูใจ ไม่มีวันไหนที่ผมไม่มีความสุข เราดูแลกันและกันดีมาก จนผมนึกถึงวันที่ต้องจากกันไม่ออก ผ่านไป 5 ปี เขาเริ่มชวนผมไปหาพ่อแม่ที่จ.อุตรดิตถ์ในฐานะผู้มีพระคุณ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อะไรช่วยได้ผมก็ช่วยเขาไม่เว้นแม้แต่เรื่องเงินทอง จำได้ว่าผมไม่เคยนั่งรถไกลขนาดนี้มาก่อน จากกรุงเทพฯไปถึงบ้านเขาเกือบตีสาม เขามารอที่ท่ารถ พอเห็นหน้ากัน เขาดีใจมาก เขารับขวัญผมด้วยกระเป๋าสตางค์ใบใหม่ที่ตั้งใจเลือกมาเป็นพิเศษ ตอนนั้นเหมือนโลกหยุดหมุน ดีใจที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขา

เกือบอาทิตย์ที่ผมเหมือนเป็นลูกอีกคนหนึ่งของพ่อแม่ ทำให้เรายิ่งมั่นใจในกันและกันมากขึ้น….จนเช้าวันหนึ่ง ผมตื่นขึ้นมาแล้วงงว่า แฟนผมหายไปไหน พอถามแม่ แม่บอกว่าเขาออกไปแต่เช้า ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่า อุตรดิตถ์กว้างใหญ่แค่ไหนขับมอเตอร์ไซค์ว่อนไปเรื่อย ออกซอยนั้นซอยนี้ สุดแท้แต่สัญชาตญาณจะพาไปแล้วผมก็ไปเจอแฟนผมจริงๆ!!!

เขากำลังคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง พอเห็นผม เขาตกใจ แต่ใจผมมันตกไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้ว วินาทีนั้น ในหัวมันสับสนไปหมด ผมขับมอเตอร์ไซค์เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้พุ่งลงไปในแม่น้ำน่าน เขาตาม แล้วโดดลงไปในน้ำเหมือนกัน

‘ทำไมต้องทำแบบนี้’ เขาตะโกนลั่นในขณะกอดผมแน่น ผมพูดได้แค่ว่า ผมจะกลับบ้าน เขาร้องไห้และยืนยันว่าเราจะกลับไปด้วยกัน เขาขออย่างเดียว ขอมีผมและมีผู้หญิงคนนั้นด้วยได้ไหม ผมตัดสินใจในวันนั้นทันทีว่า จบเถอะ!!! ทำไมผมต้องคบเขาซ้อนกับใคร มันเป็นไปไม่ได้

กลับมากรุงเทพฯ เขาตามกลับมาที่ห้อง กอดผม และขออย่าให้ผมไปไหนกับผู้หญิงคนนั้น เขาทำเพื่อพ่อแม่ของเขาแต่เราก็รับไม่ได้จริงๆ ผมบอกเลิกเขาและเราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย 18 ปี!!! ผมเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ทั้งหมด แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ตามผมเจอ เขาโทฯมาขอที่อยู่ เพื่อจะส่งการ์ดแต่งงานมาให้!!

ถ้าพี่คิดว่าผมจะไม่ไป พี่คิดผิด ผมไปเป็นเกียรติในงานของเขา คนที่เรารักมาตลอด ผมไม่คบใครอีกเลยต่อจากนั้น ถามว่ารอเขาไหม ผมไม่ได้รอ แค่ไม่เจอคนที่จะทำให้ผมรักได้เหมือนเขามากกว่า

ผมรดน้ำสังข์ให้เจ้าสาว อวยพรให้เธอมีความสุขในชีวิตแต่งงาน แล้วเดินมารดน้ำที่มือของเจ้าบ่าว บังคับตัวเองเต็มที่ไม่ให้น้ำตาไหล ผมอวยพรไปแบบที่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าพูดอะไรไปบ้าง แต่สิ่งที่ทำร้ายผมที่สุดในวันนั้นคือ

เจ้าบ่าวของเจ้าสาวในงานแต่งกระซิบข้างหูผมว่า ‘ยังรักเหมือนเดิมนะ’ ผมเดินออกจากงานตัวเบาๆไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ในใจมันบอกกับตัวเองเสียงดังฟังชัดว่า ผมจะไม่ทำบาปกับใคร เขาเป็นสามีภรรยากันแล้วผมจะไม่แย่งใครเด็ดขาด จากวันนั้นผ่านมา 2 ปี ยังคิดถึงเขาทุกวัน จากวันแรกถึงวันนี้ก็ 20 ปีแล้วครับ ผมไม่เคยรักใครอีก แค่วันนี้อยากโทฯมาเพื่อบอกว่า เขายังอยู่ในใจ แม้ผมจะไม่อยากเจอเขาอีกแล้วก็ตาม”

ใครบอกว่า รักแท้ไม่มีแน่ๆในหมู่เกย์คะ

แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นใน 2 วันต่อมา มีผู้ชายอีกคนหนึ่งโทฯเข้ามาในรายการและแนะนำตัวว่า เขาคือเจ้าบ่าวของเจ้าสาวในวันนั้น เขานั่งดูรายการอยู่พอดี และอยากจะโทฯเข้ามาเพื่อยืนยันว่า เขารู้สึกตามที่พูดจริงๆในวันแต่งงาน ผ่านไป 20 ปี ความรู้สึกนี้ยังเหมือนเดิมและตอนนี้เขาเพิ่งหย่ากับภรรยาได้ 2 เดือน เพราะมั่นใจว่าไม่มีใครทำให้เขารักได้มากเท่าผู้ชายในหัวใจของเขาอีกแล้ว…..

ฟังแล้วชะนีเศร้าเลยค่ะ ได้ยินผู้ชายบอกรักกัน แม้เวลาจะผ่านไป 20 กว่าปี ใครที่มักพูดว่าเกย์ที่ไหนจะเจอรักแท้ ลองเปลี่ยนความเชื่อซะใหม่….. แต่ในใจก็ยังอยากร้องขอ ถ้ามั่นใจว่ารักกันจริง อย่าดึงผู้หญิงเข้ามาเป็นดาราสมทบอีกเลย รักแท้ 20 ปีของผู้ชาย 2 คน ทำเอาผู้หญิงคนหนึ่งไร้ตัวตนไป 20 ปี ดีใจที่รู้ว่าเธอรักกัน แต่ดึงฉันเข้ามาให้ปวดใจทำไม?

ไม่ได้ตามต่อค่ะว่า ผู้ชาย 2 คนนี้ลงเอยกันไหม หรือต่างคนต่างไปเพราะในที่สุด ไม่ว่าจะได้อยู่ด้วยกันหรือเปล่า แต่ทั้งสองรับรู้แล้วว่าต่างยังอยู่ในความทรงจำที่ดีที่สุดของกันและกันมากว่า 20 ปี เท่านี้ อาจจะมากพอแล้ว