กินอย่างไรไม่ให้ ‘มันจุกตับ’

ดิฉัน / STORY / กินอย่างไรไม่ให้ ‘มันจุกตับ’

ห่านและเป็ดพันธุ์พิเศษที่ถูกขุนให้อ้วนพีด้วยอาหารปริมาณที่เกินพอดีและป้อนด้วยความถี่มากกว่าปรกตินั้นคือที่มาของ ‘ฟัวกราส์’ ที่กูร์เมต์หลายท่านรับรองกันว่าเป็นอาหารรสเลิศเจริญลิ้น

shutterstock_564858751-1
การกินจนเกินพอดีทำให้ตับทำงานหนักนี่คือหลักสรีรวิทยาที่แพทย์ทุกคนรู้ดี ดังนั้นมนุษย์ที่กินดีอยู่ดีจน ‘เกินพอดี’ จึงมีสิทธิ์ที่จะได้รับตับที่อวบด้วยไขมันเป็นมรดกเป็น ‘ฟัวกราส์มนุษย์’ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับ ‘ความอ้วน’ และ ‘การรับประทาน’ ครับ เพราะมันทำให้มีการเก็บไขมันไว้ในตับซึ่งไม่ใช่สิ่งดีนัก การที่มีมันจุกตับทำให้ตับทำงานหนักคล้ายกับตับอักเสบอ่อนๆ โดยไม่รู้ตัว แล้วพอนานเข้าก็กลายเป็น ‘ตับแข็ง’ หรืออาจเปลี่ยนเป็น ‘มะเร็งตับ’ ได้ผลลัพธ์ไม่ต่างกับการเป็นนักดื่ม (แอลกอฮอล์) ตัวยงพูดให้ง่ายเข้าคือดื่มเหล้ากับกินดีเกินไปอาจให้ผลร้ายเท่ากัน หรือยิ่งใครที่ทั้งดื่มทั้งกินเต็มที่ประเภท Too much wine and too much song ก็ยิ่งมีเสี่ยงได้รับสิทธิ์นั้น เป็นได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กครับ ดังนั้นใครที่ค่อนข้างเจ้าเนื้อและนิยมการรับประทานมื้อมโหฬารก็อาจต้องคอยเจาะเลือดตรวจตับและอัลตราซาวนด์ดูสุขภาพตับไว้บ้าง เลี่ยงการสร้างตับห่านไว้ในพุงดีกว่าครับ อร่อยบ่อยไปก็ ‘ตับแข็ง’ ได้

4 เทคนิคเลี่ยงมันจุกตับ
ผลของไขมันจุกตับเรียกโรคต่างๆตามมาด้วยกลไกสำคัญคือ ‘อินซูลินทำพิษ (Insulin resistance)’ กับ ‘การอักเสบในวงกว้าง (Inflammatory signaling)’ ซึ่งทางแก้ไขนั้นยังพอมีอยู่ครับด้วยการลดน้ำหนักและอีกทางหนึ่งคือเลือกอาหารรับประทาน

1. กินผักเขียวและวิตามินอี โดยการศึกษาของมหาวิทยาลัยแพทย์เคสเวสเทิร์นในสหรัฐฯชี้ว่า การรับประทานผักเขียวอย่างปวยเล้ง ใช้น้ำมันดอกทานตะวันทำกับข้าว, อะโวคาโดและรับประทานถั่วต่างๆจะช่วยบรรเทาอาการของมันจุกตับได้

2. น้ำมันปลาและปลาสด เพราะมีกรดไขมันสำคัญอย่าง EPA กับ DHA ที่ช่วยคุมสัดส่วนของไขมันดีและร้ายในร่างกาย ซึ่งมีงานวิจัยตีพิมพ์ใน British Medical Journal ชี้ว่า การได้รับกรดไขมันดีโอเมก้า 3 จากปลาในทุกๆวันนั้นจะช่วยลดสัญญาณความเสื่อมของตับและไขมันไตรกลีเซอไรด์ซึ่งเป็นตัวที่ชอบเกาะตับลง

3. ลดแป้งและของหวาน เป็นอาหารต้องห้ามของผู้ที่มีไขมันเกาะตับหรือผู้ที่ยังไม่อยากมีฟัวกราส์ส่วนตัว เพราะน้ำตาลมีส่วนทำให้ไขมันเกาะตับเลวร้ายขึ้น โดยเฉพาะน้ำตาล ‘ฟรุกโตส’ ที่แปลงไปเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์พอกพูนในอณูตับทำให้ตับมีสภาพอุดมไปด้วยไขมัน ควรระวังน้ำหวานและอาหารที่ใช้น้ำเชื่อมข้าวโพดสังเคราะห์ ‘HFCS’ ด้วยครับ

4. เลี่ยงแอลกอฮอล์ โดยเครื่องดื่มประเภทนี้มีผลกระทบรุนแรงโดยตรงกับตับที่เหนื่อยล้าจากไขมันที่เกาะตามตัวอยู่แล้ว โดยพิษจากเหล้าจะเกิดขึ้นเมื่อเข้าไปในตับโดยตรงแล้ว ตับทำหน้าที่ล้างพิษจากแอลกอฮอล์ โดยจะไปดึงเอาของดีจากตับมาใช้นั่นคือ ‘กลูตาไทโอน’ ซึ่งเมื่อดื่มมากเข้าก็จะล้างพิษได้ไม่หมด และพิษ
จากแอลกอฮอล์ที่อาบตับอยู่จะยิ่งเร่งการทำลายเนื้อตับให้เร็วขึ้น

นอกจากวิธีที่ว่ามาทั้งหมดนี้ ยังมีวิธีป้องกันตับที่ทำได้อีกมาก อย่างการระวังการรับประทานยา, สารเคมีหรือสมุนไพรที่มากเกินไปซึ่งจะทำให้ตับต้องทำงานหนักขึ้น นอกจากนั้น พืชบางชนิดอย่าง Milk Thistle มีงานวิจัยว่า ช่วยการทำงานของตับในระดับอณูเซลล์ให้ทำงานดีขึ้น มีการซ่อมแซมตัวเองได้ดี ขอให้ช่วยๆกันหลายวิธี มันจุกตับจะได้มีสิทธิ์หายครับ


เรื่อง: น.พ.กฤษดา ศิรามพุช  คอลัมน์ รู้ไว้ใช่ว่า นิตยสารดิฉัน