โลหิตเป็นพิษ

ดิฉัน / STORY / โลหิตเป็นพิษ

มัจจุราชที่อาจคร่าชีวิตคนไข้ได้โดยไม่ทันคาดคิดก็คือเรื่อง ‘ติดเชื้อในกระแสเลือด (Septicemia)’ ครับ ท่านจะได้เห็นสาเหตุการตายที่ปัจจุบันคุณหมอก็ยังคงเขียนกันอยู่คือเรื่องของการเกิดเลือดติดเชื้อรุนแรง

shutterstock_348719165-1

เรื่องเลือดเป็นพิษจนเสียชีวิตเป็นเรื่องที่แพทย์เราห่วงกันมากโดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง ส่วนใหญ่เป็นความเสี่ยงที่เลี่ยงได้ครับถ้าเราได้รู้ตัวไว้ก่อน ตอนนี้ท่านกำลังจะได้รู้จักกับความเสี่ยงนั้น นั่นคือท่านที่มีภาวะต่อไปนี้ครับถือว่ามีต้นทุนเสี่ยงที่จะเกิดโลหิตเป็นพิษได้

1. โรคเบาหวาน ภาวะอันตรายสูงลำดับต้นต้นๆของคนติดเชื้อในกระแสเลือดให้คิดไว้ก่อนถ้าเจ็บป่วยติดเชื้อขึ้นมาต้องระวังด่านหน้าคือเชื้อพุ่งตรงเข้ากระแสเลือดได้ทันที ยิ่งท่านที่คุมน้ำตาลได้ไม่ดีพอน้ำตาลจะเป็นตัวกดภูมิคุ้มกันและไปเลี้ยงเชื้อให้แพร่ลูกหลานได้เร็วไวนัก ที่สำคัญควรพักร่างกายให้พอ และคอยระวังแผลตามตัวที่จะเป็นตัวปูทางสร้างพรมแดงให้เชื้อแรงๆแฝงเข้ากระแสเลือดได้ครับ

2. แผลติดเชื้อหรือฝีหนอง ท่านที่มีแผลเรื้อรังไม่หาย อย่าง ฟันผุ,โรคปริทนต์, แผลถลอก, มีดบาด, ฝีบริเวณทวารหนัก, แผลผ่าตัดดึกดำบรรพ์หรือแผลแค่เพียงเล็กน้อยแต่ดูอักเสบแดงบวมเจ็บมากขออย่าได้นอนใจครับ เพราะมันกำลังแพร่เชื้อส่วนหนึ่งเข้าไปในตัวท่าน

3. ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ท่านที่เข้าข่ายนี้คือ เด็กน้อย, ผู้สูงวัย, คนไข้แพ้ภูมิตัวเอง, เอสแอลอี, รูมาตอยด์, สะเก็ดเงิน, เบาหวาน ท่านที่มีอาการปวดตามข้อ ผื่นแดงที่ใบหน้าขอให้รู้ว่าท่านอาจมีความเสี่ยงครับ แล้วผลที่ตามมาคือถ้ามีแผลเล็กแผลน้อยขึ้นมาหรือเพียงแค่เป็นหวัด ท้องเสีย ท่านก็อาจได้เชื้อ
แถมพกเข้ากระแสเลือดอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวได้

4. ใช้ยาสเตียรอยด์ ยาชนิดนี้เป็นที่นิยมกันในหลายโรคครับ อย่างภูมิแพ้, ผื่นคัน, เส้นประสาทอักเสบ, เจ็บปวดตามร่างกาย ไปจนถึงยาจีน ยาไทย ก็อาจมีใส่สเตียรอยด์ลงไปด้วย มันจะไปกดต่อมป้องกันร่างกายที่สำคัญคือ ‘ต่อมหมวกไต’ ครับ ต่อมนี้ทำให้ท่านปลอดภัยจากการติดเชื้อต่างๆ แต่เมื่อร้างรักจากต่อมหมวกไตเสียแล้ว ร่างกายท่านก็จะเปราะบางจนกลายเป็นรังเพาะเชื้อโรคได้ง่าย ถึงคราวอันตรายสู่กระแสเลือดแล้วครับ

5. อาหารเป็นพิษ เชื้อโรคจากอาหารอาจพาลเกเรได้ถึงขนาดทำให้เสียชีวิตจากการเข้าไปในกระแสเลือดครับ ให้ท่านคิดไว้เลยว่ากระเพาะและลำไส้ของเราเป็นบ้านใหญ่ของเชื้อโรค เมื่อไรที่มีทางเข้า เช่น มีแผลในกระเพาะ, อาหารเป็นพิษจนลำไส้อักเสบ เมื่อนั้นเชื้อก็จะพากันแห่เข้าผนังลำไส้ท่านไม่ต่างกับมิดไนท์เซลแล้วจากนั้นท่านจะมีทั้งท้องเสียผสมกับอาการไข้ปวดเมื่อยตามร่างกาย อันตรายจะเกิดได้ถ้าไม่รีบสกัดเชื้อโรคทั้งกองทัพไว้
เสียก่อน

6. หลังผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ ร่างกายจะอ่อนแอมากกว่าปรกติจากยากดภูมิที่คุณหมอให้ ถ้าไม่จำเป็นจึงไม่ควรเสี่ยงรับเชื้อจากภายนอกเช่น การเดินทอดน่องในที่แออัด มีนัดเดทกับคนเป็นหวัดฟุดฟิดหรือการมีชีวิตแบบดิบๆ ประเภทชอบบริโภคของดิบๆสุกๆรวมถึงปลาดิบ ปลาร้า หอยแครงลวก บวกด้วยถ้าเจ็บป่วยแล้วต้องรีบรักษาให้หายครับ เพราะอาการน้อยจะเปลี่ยนเป็นอาการมากได้อย่างรวดเร็วและเชื้อจะอาศัยจุดนี้เองครับที่พาตัวเข้าไป
สิงอยู่เป็นกาฝากในตัวท่าน

7. หลังผ่าตัดทั่วไป หลังผ่าตัดร่างกายย่อมอ่อนแออยู่แล้ว ยิ่งผ่าตัดใหญ่ผ่านช่องท้องยิ่งมีความเสี่ยงสูงเพราะเชื้อโรคในท้องมีเยอะ แค่เผลอเลอะไปหน่อยเดียว นั่นอาจหมายถึงชีวิตคนไข้ ในอดีตที่ผ่านมาคนไข้ผ่าตัดใหญ่จึงมักมีไข้รุมๆได้หลังผ่าตัดคุณหมอจะจัดยาฆ่าเชื้อหยอดน้ำเกลือเตรียมไว้ให้เพื่อป้องกันความเสี่ยงนี้ครับ

ประมาทไม่ได้เชียวครับ


เรื่อง: น.พ.กฤษดา ศิรามพุช  คอลัมน์ รู้ไว้ใช่ว่า นิตยสารดิฉัน