เทคนิคเลือก ‘เชื้อดี’ ในโยเกิร์ต

ดิฉัน / STORY / เทคนิคเลือก ‘เชื้อดี’ ในโยเกิร์ต

ชนเขตหนาวมักมีอาหารนมประเภท ‘โยเกิร์ต’ ใช้บริโภคอยู่เสมอครับ โยเกิร์ตคือ ‘นมหมัก’ ซึ่งจะเรียกว่า ‘บูด’ เสียก็ไม่เต็มปากนักเพราะโยเกิร์ตเป็นของที่รับประทานได้ไม่ใช่ของเสีย แต่ถ้ากินผิดก็กลายเป็นพิษได้เหมือนกัน

shutterstock_281781911

ท่านที่นิยมรับประทานโยเกิร์ตจะได้ของดีหลักๆคือโปรตีนนมที่ไม่ทำให้ท้องเสีย, วิตามินดี, แคลเซียมและที่สำคัญคือ ‘โปรไบโอติกส์’ ครับ คำนี้แปลง่ายๆว่า ‘เชื้อดี’

ความดีของมันคือช่วยปกป้องอธิปไตยลำไส้ของเราไม่ให้ ‘เชื้อร้าย” เข้ามากล้ำกรายหรือครอบครองปรปักษ์ได้ครับ ไม่ต้องไปลำบากถึงศาลโลก แค่มีเชื้อดีๆคอยควบคุมเชื้อไม่ดีอยู่ก็จะทำให้สุขภาพลำไส้รวมไปถึงทั้งร่างกายของเราแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย กินแล้วสบายครับ

พอพูดถึงเชื้อดีหรือโปรไบโอติกส์นี้ที่จริงแล้วไม่ใช่ของใหม่เลยนะครับ มีการใช้มาก่อนในปศุสัตว์ ถูกแล้วครับ คุณหมอสัตวแพทย์ท่านใช้มาก่อนใครเพื่อน

จากนั้นพอมีเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ เราก็จัดโปรไบโอติกส์เป็นอาหารต้านชราอย่างหนึ่งซึ่งได้จากธรรมชาติ ช่วยพิฆาตเชื้อที่มารุกรานลำไส้ เหมาะกับท่านที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย, ท้องเสียบ่อย, อาหารไม่ย่อย ลำไส้ไม่ดูดซึมหรือแม้แต่อาการท้องอืดบ่อยจนน่ารำคาญ ลองกินโปรไบโอติกส์ดูครับ

แต่ความลับก็คือท่านต้องรู้วิธีเลือกครับ เพราะใช่ว่าโยเกิร์ตทุกยี่ห้อจะดีหมดเสมอไป หรือโปรไบโอติกส์แบบอัดแคปซูลจะดีกว่า เพราะว่าจริงแล้วคำตอบอยู่ที่ 4 ข้อต่อไปนี้ ซึ่งเป็นเทคนิคเลือกที่ท่านดูได้เองครับ

1. ถามตัวเองว่าจะเลือกโปรไบโอติกส์จากแหล่งใด เพราะโยเกิร์ตไม่ใช่แหล่งเดียวที่มี ‘เชื้อดี’ ครับ ยังมีอาหารแบบไทยๆเราอีกมากที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติกส์ เช่น ข้าวหมาก ถั่วเน่า ปลาร้า ผักดอง ฯลฯ

2. พลิกฉลากดูชาติตระกูล เชื้อระดับ ‘เอ-ลิสต์’ มีชื่อยาวสักนิดต้องขอท่านที่รักจดไว้ก็คือ ไบฟิโดแบคทีเรียม ไบฟิดุม (Bifidobacterium bifidum), ไบฟิโดแบคทีเรียม แอนิมาลิส (Bifidobacterium animalis DN173010), แล็คโตแบซิลลัส เคซิไอ (Lactobacillus casei), แล็คโตแบซิลลัสแอซิโดฟิลลัส (Lactobacillus acidophilus) เอาไว้ดูเพราะนี่ละครับคือเชื้อ ‘โปรไบโอติกส์’ อันเป็นหัวใจของเราในวันนี้

3. ดูความเข้มข้นของประชากรเชื้อ คราวนี้มีเชื้อชื่อถูกอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องขอดูปริมาณที่ติดไว้ข้างฉลากเช่นกันโดยต้องให้มีเชื้อตัวจิ๋วเหล่านี้อย่างน้อย 1010-1011 นั่นคือมีมากกว่าหลักล้านตัวครับ มากกว่าล้านๆด้วย ตัวเลขที่ให้มาเป็นเลขยกกำลังฟังเข้าใจยาก เลยขอฝากเทคนิคให้ท่านที่รักไว้ง่ายๆคือให้ดูจำนวนว่ามีเลขศูนย์ตามหลังอย่างน้อย 10 ตัวขึ้นไป เป็นใช้ได้ครับ

4. ดูความเหมาะกับตัวเรา ข้อสุดท้ายนี้สำคัญสุดเลยครับเพราะเรากินโปรไบโอติกส์ก็ต้องมีความเข้าใจ มีจุดประสงค์ว่าจะให้มันช่วยอะไรเรา โดยอาการหลักๆที่โปรไบโอติกส์ช่วยได้คือปัญหาการขับถ่ายครับ ท่านที่ถ่ายลำบากต้องอ้อนวอนกันมาก ลองรับประทานโยเกิร์ตที่มีเชื้อกลุ่ม ‘ไบฟิโดแบคทีเรียม แอนิมาลิส’ ก่อน แต่ในทางตรงข้าม ถ้าท่านเป็นคนประเภท ‘ลำไส้ไว’ ก็ขอให้เลี่ยงโยเกิร์ตชนิดที่ใส่ ‘โปรไบโอติกส์’ ซึ่งเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อครับ

ทั้ง 4 วิธีนี้จะช่วยให้ท่านเลือกโปรไบโอติกส์จากโยเกิร์ตได้อย่างตรงความต้องการและได้ประโยชน์เต็มที่ครับ โดยมีเทคนิคการกินแถมท้ายไว้ให้ท่านผู้อ่านก็คือ การกินโปรไบโอติกส์ให้ได้ผลดีต้องกินอย่าง ‘สม่ำเสมอ’ จึงจะได้ผลดีครับ โดยช่วงแรกอาจลองสัก 2-3 สัปดาห์ก่อน จากนั้นถ้าดีก็ค่อยกินต่อ แต่ถ้าไม่ดีก็สามารถเปลี่ยนชนิดของเชื้อได้ครับ

ให้เหมาะกับตัวของเราที่สุด


เรื่อง: น.พ.กฤษดา ศิรามพุช  คอลัมน์ รู้ไว้ใช่ว่า นิตยสารดิฉัน