6 ข้อดีของการ ‘พกยา’ ไปหาหมอ

ดิฉัน / STORY / 6 ข้อดีของการ ‘พกยา’ ไปหาหมอ

ประวัติศาสตร์ของสุขภาพท่านอยู่ที่ถุงยาด้วยส่วนหนึ่งครับ การพกยาหรือ ‘พกรายชื่อยา’ ติดตัวไว้ไม่หนักหนาอะไรเลย แต่ได้ประโยชน์คุ้มค่ามหาศาลเกินคาด

shutterstock_460086769-1

ยกตัวอย่าง ผมได้พบคนไข้ท่านหนึ่งไอเรื้อรังมาตลอดจนที่สุดแล้วกำลังจะต้องไปส่องกล้องเข้าหลอดลม ผมก็ขอดูยาที่กินอยู่ประจำ โชคดีมากครับที่วันนั้นท่านพกมาปรากฏว่ามียาตัวหนึ่งน่าสงสัยเป็นยา ‘ลดความดัน’ เลยให้เปลี่ยนเป็นอีกตัวอาการไอหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะยาเจ้าปัญหานั่นดันออกฤทธิ์ข้างเคียงเป็นอาการไอค่อกแค่ก ส่วนอีกรายหนึ่งเป็นนักเทนนิสมืออาชีพเชียวนะครับ กำลังจะแขวนแร็กเก็ตบอกว่าปวดตามตัวออกกำลังไม่ไหวแล้วสงสัยจะแก่ ก็เลย ขอดูยาประจำครับ พบ ‘ยาลดไขมัน’ ตัวสำคัญเลยขอให้ยุติการกินไว้ก่อน ปรากฏว่าอาการปวดค่อยๆหายไป คนไข้กลับมามีความสุขกับชีวิตได้เหมือนเดิม

นี่เป็นเพียงตัวอย่างน้ำจิ้มเท่านั้น สำหรับการกินยาประจำ ถ้าท่านนำยาไปให้แพทย์ดูด้วยจะช่วยตัวท่านได้มากครับ อาจมียาที่ไม่น่าไว้ใจปนอยู่โดยไม่รู้ตัวซึ่งประโยชน์ของการนำชื่อยาประจำติดตัวมาด้วยมีดังนี้ครับ

1. บอกชนิดของโรคได้ เช่น ยาเบาหวาน, ยาความดัน, ยาไขมัน, ยาภูมิแพ้ หรืออย่างยาบางชนิดก็บอกภาวะขาดได้เช่น ยาธาตุเหล็กบอกโรคโลหิตจาง หรือยาละลายลิ่มเลือดแสดงถึงความเสี่ยงในการเกิดเลือดข้นเป็นลิ่มอุดตัน

2. รู้ผลข้างเคียง อาจถึงกับช่วยคุณหมอ ‘วินิจฉัย’ โรคได้ทีเดียวครับ เช่น คนไข้ที่ไอมาไม่หาย พอเอายาความดันที่กินประจำมาให้คุณหมอดูก็จะรู้ได้ทันทีว่าเกิดจากยาความดันชนิดนั้นๆหรือเปล่า และช่วยให้คุณหมอไม่สั่งยาที่จะมีผลตีกันกับยาเก่าด้วยครับ

3. เลี่ยงได้ยาเกิน เมื่อคุณหมอเห็นยาเดิมที่กินอยู่แล้วจะได้ไม่เผลอสั่งยาเพิ่มถ้าเป็นตัวที่ ‘ซ้ำ’ กับตัวที่มีอยู่ เพราะยาหลายชนิดให้ผลใกล้เคียงกันครับ เช่น ยาแก้ปวดกับยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาลดความดันกับยาขับปัสสาวะ ส่วนยาประเภทที่รักษาต่อมลูกหมากก็จะทำให้ความดันต่ำได้

4. เพลินเข้าใจโรค ยาประจำตัวจะช่วยให้เราเข้าใจโรคที่เป็นอยู่มากขึ้นครับ ช่วยบอกได้ว่าขณะนี้ควรจะปรับยาขึ้นหรือลง เป็นต้นว่าเป็นไข้หวัดเจ็บคอความดันขึ้นชั่วคราว อย่างนี้ก็ยังไม่จำเป็นต้องเพิ่มยา หรือว่าจะเป็นยา แก้มึนเวียนศีรษะ ถ้าอาการดีขึ้นก็สามารถหยุดได้ไม่ต้องกินต่อเนื่องครับ

5. หัวโจกเรียกยา เมื่อเอายาทั้งหมดมาดูจะเห็นว่าบางชนิดก็ซ้ำซ้อนกันและที่สำคัญคือเมื่อกินยาตัวหนึ่งแล้วมักเรียกยาอีกตัวหนึ่งมา เช่นกินยาแก้ปวดบ่อยก็จะเรียกยาโรคกระเพาะมาได้ หรือในท่านที่กินยาลดไขมันก็ จะเรียกยาแก้ปวดและวิตามินบำรุงตับมา เพราะว่ายาลดไขมันทำให้ตับสร้างวิตามินไม่ได้ครับ

6. พาตัวปลอดภัย ที่สุดแล้วของข้อดีของการนำยาประจำไปให้คุณหมอดูคือ ช่วยให้ตัวท่านเองปลอดภัยไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรคจาก ‘ยาเกินขนาด’ และทำให้คุณหมอ ‘รู้จักตัวท่าน’ คือรู้โรคให้ท่านได้ดีขึ้นดีกว่าไปบอกคุณหมอว่า ‘จำไม่ได้’ ว่ากินยาอะไรอยู่บ้าง รวมถึงรายชื่อยาที่สงสัยจะแพ้ด้วยนะครับให้นำติดตัวไปด้วย

การนำยาติดตัวไปพบแพทย์ได้ประโยชน์มากกว่าโทษแน่นอนครับ ขอให้นับรวมวิตามินและอาหารเสริมที่กินอยู่ประจำไว้ด้วย ยกตัวอย่าง น้ำมันปลาที่ดูน่าจะไร้พิษสง แต่เมื่อรับประทานร่วมกับ ‘แอสไพริน’ จะทำให้เลือดไหลออกง่ายไม่หยุด หรืออาหารเสริมจำพวกเห็ดสกัด, มะรุมสกัด, ขมิ้นชันแคปซูลและสมุนไพรทั้งหลายก็ให้ระวังในกรณีเป็นโรคตับ

เห็นไหมครับว่าแค่พา ‘รายชื่อยา’ ที่ใช้ประจำอยู่พร้อมกับขนาดและวิธีกินโดยละเอียดติดตัวไปด้วยช่วยได้ตั้งแต่หัวจดเท้าเลยนะครับ หากระดาษเล็กๆสัก แผ่นจดเอาไว้แล้วใส่กระเป๋าสตางค์ เพราะยุคนี้เป็นยุคยาเยอะ (มาก) ครับ ไปหาคุณหมอแต่ละทีเห็นคนไข้ได้ยามาเป็น ‘หอบ’

ตอบโจทย์ยุค ‘ยานิยม’


เรื่อง: น.พ.กฤษดา ศิรามพุช  คอลัมน์ รู้ไว้ใช่ว่า นิตยสารดิฉัน