“ความรุนแรงภายในครอบครัว” ปัญหาที่สังคมไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป

ดิฉัน / STORY / “ความรุนแรงภายในครอบครัว” ปัญหาที่สังคมไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป

“ความรุนแรง”  เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งต่อร่างกายและจิตใจของผู้ถูกกระทำ และคนที่อยู่รอบข้าง  ดังที่มีตัวอย่างให้พบเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่ทุกวัน โดยเฉพาะประเด็นข่าวที่กำลังถูกพูดถึงอยู่ในโลกออนไลน์ในขณะนี้กับ “คำพิพากษาของศาลในคดีหมอนิ่ม” ที่ได้ทำการจ้างฆ่าสามี อดีตนักยิงปืนทีมชาติไทย โดยที่ทั้งคู่มีปัญหาขัดแย้งและมีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวมาก่อน นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนปัญหานี้ในสังคมไทยจนไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป

 

MODEL RELEASED. Domestic violence. Silhouette of a woman protecting herself from a blow from her partner by holding her arms in front of her face.

 

จากสถิติการทำร้ายคู่ครองที่เก็บรวบรวมโดยกรมกิจการสตรีและครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่า ผู้ที่กระทำความผิดหรือมีพฤติกรรมของความรุนแรงที่เราพบเห็นในสังคมส่วนใหญ่มักเป็น“ผู้ชายในครอบครัว และ “ผู้หญิง” มักจะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง รวมไปถึงเด็กและผู้สูงอายุก็มักได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน โดยความรุนแรงต่อสตรีและเด็กส่วนใหญ่ 70 – 80 %  โดยมีสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเมาสุรา อันดับถัดมาคือความหึงหวง

 

ทำไมผู้ชายถึงทำร้ายผู้หญิง?

พฤติกรรมของความก้าวร้าวและรุนแรงมาจากปูมหลังหรือภูมิหลังของครอบครัว จากบุคลิกภาพส่วนตัว ผู้ที่เติบโตมาจากครอบครัวที่ไม่ปกติ  จากครอบครัวที่นิจากครอบครัวที่นิวในการจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ  ก็จะใช้ความรุนแรงในการจัดการกับปัญหาในชีวิตตัวเองเช่นเดียวกัน ผนวกกับความกดดันจากปัญหาทางเศรษฐกิจ ยิ่งส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและรุนแรงมากขึ้น ผู้ชายที่ใช้ความรุนแรงมักจะมีความเชื่อว่า  “ความรุนแรง” เป็นวิธีเดียวที่จะสามารถควบคุมผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลที่ดีเยี่ยม และมักจะไม่รู้สึกเจ็บปวดกับผลลัพธ์หรือการกระทำของตัวเอง

 

ทำไมผู้หญิงยังคงอดทนต่อการถูกทำร้าย?

เป็นคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยมากค่ะ ว่า “ทำไมผู้หญิงยังคงอดทนอยู่ภายใต้สัมพันธภาพของความรุนแรง”

และคำตอบที่ได้รับคือ…ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อยังต้องดำรงชีวิตอยู่ และต้องได้รับการดูแลและช่วยเหลือ  โดยเฉพาะจากปัญหาทางเศรษฐกิจจากสามีหรือผู้ที่ทำร้ายเธอนั่นเอง บางคนต้องทนเพราะลูก  ไม่มีที่ปรึกษา  พึ่งตนเองก็ไม่ได้ ในขณะที่บางคนรู้สึกว่าตนเองบกพร่องต่อหน้าที่ หรือเป็นต้นเหตุที่ทำให้สามีโกรธ  เพราะถูกสอนมาว่าให้มีหน้าที่คอยปรนนิบัติ  บริการสามี  และต้องอดทน ดังนั้น ผู้หญิงก็จะถือว่าการถูกกระทำรุนแรงจากสามีเป็นเรื่องปกติ  และเป็นรูปแบบหนึ่งของการสั่งสอนนั่นเอง “ทำไมเธอยังคงทนอยู่?” “เธอทนอยู่เพื่ออะไร?” “เธอต้องทนอยู่ในสภาพนี้อีกนานเท่าไร?” “ทำไมไม่ก้าวออกมาจากชีวิตแบบนั้น?” และอีกหลายคำถามที่ตั้งประเด็นไปยังผู้หญิงที่ได้รับความรุนแรงว่าทำไมไม่ดำเนินกฎหมายกับผู้ถูกกระทำ เพราะความรุนแรงนั้นเข้าขั้นอาชญากรรม คำตอบที่ได้รับจากผู้หญิงเหล่านั้นมักคล้ายคลึงคือ เพราะเขาเป็น “สามี” และเป็น “พ่อของลูก”

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อผู้หญิงต้องกลายเป็นผู้ไปเจอความรุนแรงซ้ำๆ และต่อเนื่อง ทำให้ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยมีปัญหาสุขภาพจิต จัดอยู่ในกลุ่มอาการ Battered Wife Syndrome หรือการเปลี่ยนพฤติกรรมทำให้ผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงกลับกลายมาเป็นผู้ใช้ความรุนแรง จนถึงกลายเป็นผู้ฆ่าสามี

 

iStock_000038125284_Large

 

จากกรณีนี้ สังคมไทยคงถึงจุดที่ต้องนำมาขบคิดว่าเราจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร 

  1. สิ่งที่สังคมต้องให้ความสนใจกับผู้หญิงเหล่านี้ – ความต้องการของผู้หญิงที่ถูกกระทำนั้นคืออะไร – มาตรการและกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ทุกฝ่ายพัฒนา วางแนวทางเพื่อแก้ไขและช่วยเหลือผู้หญิงที่ได้รับความรุนแรงนั้นสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ถูกกระทำอย่างเหมาะสมแล้วหรือไม่ อย่างไร
  2. สิ่งที่ผู้หญิงในฐานะที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวต้องการ – ความคุ้มครองเพื่อไม่ให้ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า – ให้มีการช่วยเหลือสามีหรือคู่รัก เพื่อที่เขาจะได้หยุดพฤติกรรมความรุนแรง และจะได้ไม่ต้องติดคุก – ให้ที่พักพิงหลบภัยชั่วคราว – ให้ลูกได้รับความดูแล  หาต้องทิ้งครอบครัวออกมา – ให้คำปรึกษา  ความช่วยเหลือที่จะปรับตัวเข้ากับสภาพใหม่  หากตัดสินใจก้าวออกจากความรุนแรง – ความเข้าใจหากเธอจะตัดสินใจกลับไปสู่ความสัมพันธ์ที่คนนอกทราบดีว่า จะยังคงความรุนแรงและอาจจะรุนแรงขึ้นอีก

 

ปัจจัยที่เอื้อต่อการตัดสินใจให้ก้าวเดินออกจากความรุนแรงก็คือ ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น  ถี่ครั้งขึ้น  จนถึงจุดที่คิดว่าจะไม่มีทางเปลี่ยนพฤติกรรมของอีกฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน  ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่ปัญหาที่จำกัดแค่คนในครอบครัวต้องจัดการ หรือคิดเพียงแค่ปัญหา “ลิ้นกับฟันกระทบกัน” เท่านั้น แต่สังคมต้องเปลี่ยนความคิดและทัศนคติเกี่ยวกับการทำร้ายอีกฝ่าย ไม่เช่นนั้นอุทาหรณ์ความรุนแรงดังเช่นคดีฆ่าอดีตนักยิงปืนทีมชาติไทย ย่อมไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

 


Source: vcharkarn.com | now26.tv

Image Credit: www.thebetterindia.com | www.malibuvista.com/

Image Preview Credit: www.malibuvista.com