ปัญหาหนัก จากเรื่อง ‘เบา’

ดิฉัน / STORY / ปัญหาหนัก จากเรื่อง ‘เบา’

หวังว่าจะอุปาทานไปเอง เพราะเข้าหน้าร้อนทีไรให้รู้สึกว่ามีคนไข้ ‘ปัสสาวะมีปัญหา’ เข้ามาหามากขึ้น ดังวันก่อนมีคุณป้าปัสสาวะขัดปวดท้องน้อยหลังจากอั้นปัสสาวะยามนิทรา แล้วมีสาวที่มาหาด้วยอาการปัสสาวะแสบและมีสีชมพูจางจากเลือดปน ซึ่งพอรักษาแล้วก็เลยฝากเคล็ดให้ดื่มน้ำช่วยทางเดินปัสสาวะ ผู้ที่ดื่มน้ำน้อยแล้วเกิดอาการช็อคแดดหรือ ‘ฮีทสโตร็ค’ นั้นจะทำให้ไตมีโอกาสปิดสวิตช์หยุดทำงานเป็นไตวายเฉียบพลันได้

น้ำจึงช่วยได้ทั้งสุขภาพและชีวิต เมื่อน้ำเข้าไปในร่างกายเราได้แล้วก็ยังไม่หมดปัญหา ต้องดูน้ำที่ ‘ออก’ มาด้วยเช่น ถ้าเหงื่อออกมาก, ปัสสาวะเยอะก็ต้องดื่มน้ำเข้าไปให้พออีก ส่วนถ้านน้ำ ‘ไม่ออก’ หรือออกผิดปรกติไปก็คงต้องมาดูกันครับว่ามีอะไรเกิดขึ้น

shutterstock_513122938-1

7 อย่างที่ไม่ควรปล่อยไว้!

ส่วนการดูแลตามแนวหลักการนั้นอยู่ในมือของหมอซึ่งจะขอเล่าเทคนิคที่ใช้ปลดล็อคฉุกเฉินยามเกิดหอบหืดขึ้นมาครับ

1. ปัสสาวะถี่-กระหายน้ำบ่อย นอกจากอากาศร้อนทำให้เกิดได้แล้ว อาการนี้ยังชวนให้นึกถึง ‘เบาหวาน’ ไว้ด้วย ดังนั้นควรรีบเช็คน้ำตาลในเลือดและปัสสาวะดู

2. ปัสสาวะไม่ออก ค่อนข้างฉุกเฉินทีเดียวถ้าอยากปัสสาวะแล้วแต่ ‘ไม่ออก’ ซึ่งอาจเป็นได้จากท่อปัสสาวะอักเสบ, นิ่วทางเดินปัสสาวะ, ต่อมลูกหมากโตในผู้ชาย หรือก้อนเนื้องอกทางเดินปัสสาวะไปอุดกั้นได้ ดังนั้นก่อนที่จะเกิดวิกฤตินี้ ถ้ามีอาการปัสสาวะลำบากขึ้นหรือออกบ้างไม่ออกบ้างก็ขอให้รีบไปตรวจเสียก่อนครับ

3. ปัสสาวะไม่หมด รู้สึกไม่สุดหรือไม่หมดท้อง เพราะต้องเข้าห้องน้ำซ้ำอีกในเวลาไม่นาน ซึ่งอาการนี้เกิดได้จากหลากสาเหตุต่างกันไปใน ‘ชาย’ และ ‘หญิง’ เช่นในผู้ชายเกิดได้จากต่อมลูกหมากโตไปเบียด, ต่อมลูกหมากอักเสบ อุบัติเหตุที่ท่อปัสสาวะ ส่วนผู้หญิงเกิดได้จากมีกระเพาะปัสสาวะหย่อน เนื้องอกมดลูก มดลูกยื่น ช่องคลอดติดเชื้อ ปัญหาหูรูดหลังคลอด นอกจากนั้นยังมีสาเหตุที่เกิดร่วมกันได้เช่น นิ่ว มะเร็ง ปัญหาระบบประสาทอัมพฤกษ์-อัมพาต หรือแม้แต่ท้องผูกเรื้อรังก็ไปเบียดได้ครับ

4. ปัสสาวะแสบขัด ถ้ามีขัดร่วมด้วยปัสสาวะบ่อยๆจนแทบอยากนอนในห้องสุขาร่วมกับปริมาณที่ออกแค่ทีละน้อย ให้นึกถึง ‘ทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ’ ซึ่งเป็นได้ตั้งแต่ท่อปัสสาวะส่วนปลาย กระเพาะปัสสาวะไปจนถึงกรวยไตที่อักเสบติดเชื้อรุนแรงได้ โดยให้ทำขั้นตอนดังนี้ถ้ามีอาการ คือไปตรวจปัสสาวะดูเม็ดเลือดขาวที่หลุดออกมา คอยสังเกตอาการไข้และปวดหลัง ซึ่งถ้าพบว่าติดเชื้อก็ต้องให้ยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมถึงจะช่วยแก้ได้ครับ

5. ปัสสาวะขุ่น อาการที่ของเหลวออกมาไม่ใสแจ๋วนักจนถึงขั้นขุ่นเห็นชัด เกิดได้จากหลายสาเหตุซึ่งอาจไม่ใช่โรคก็ได้อย่าเพิ่งตกใจครับ ด้วยภาวะเช่นขาดน้ำจากการดื่มน้ำน้อย ท้องเสียหรือเสียเหงื่อมาก ส่วนในกรณีที่ขุ่นเพราะโรคก็เช่นการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หนองใน ตกขาวหรืออาหารบางอย่างที่กินเข้าไปก็ทำให้เกิดได้

6. ปัสสาวะมีกลิ่น มาจากหลายพฤติกรรมและโรคครับ เช่นการดื่มน้ำน้อยก็จะให้ปัสสาวะ กลิ่นฉุนสีเข้ม กินหน่อไม้ฝรั่งจะให้กลิ่นเฉพาะของเมอร์แคปแทน การติดเชื้อกระเพาะปัสสาวะ โรคเบาหวานกำเริบ (Ketoacidosis) หรือมีปัญหาจากการผ่าตัดและอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดรูรั่วต่อระหว่างกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ ทำให้มีของเสียออกมาทางปัสสาวะแล้วมีกลิ่น เสี่ยงติดเชื้อได้

7. กลั้นไม่อยู่ สูญเสียการควบคุมกระเพาะปัสสาวะไปทำให้รบกวนคุณภาพชีวิต เช่น กลั้นไว้ไม่ได้จนไหลซึมหรือไอจามแล้วมีปัสสาวะรั่วออกมา ซึ่งปัญหานี้มีอยู่ทั้งแบบชั่วคราวและถาวร เช่น ถ้าต้นเหตุจากสมองหรือระบบประสาทก็อาจต้องรักษาแบบประคับประคองกันไปอย่างในคนไข้ที่เป็นพาร์กินสัน สโตรค เนื้องอกในสมอง อุบัติเหตุไขสันหลังและมัลติเพิล สเคลอโรสิสก็อาจมีอาการ ‘กระเพาะปัสสาวะไวเกิน (Overactive Bladder,OAB)’ จนกลั้นไม่อยู่ได้ นอกจากนั้น เรื่องของ ‘วัย’ ที่มากขึ้นก็ทำให้ฮอร์โมนเปลี่ยนและความสามารถในการกักเก็บของกระเพาะปัสสาวะก็ลดลง

ปัญหาที่เล่ามานี้ล้วน ‘รักษาได้’ แต่ก็ไม่ควรปล่อยไว้นานด้วยเกรงว่าจะรบกวนชีวิตที่ดีของท่านมากขึ้น ถ้าเห็นใครมีอาการก็ขอให้ช่วยกันเตือนว่าใช้ชีวิตอยู่กับความไม่ปรกติของปัสสาวะนานจนเกินไป ด้วยจากที่พบคนไข้นั้น การรีบตรวจจนเจอว่า ‘ปัญหามาจากไหน’ แล้วรีบรักษาจะช่วยสงวนช่วงเวลาดีๆของชีวิตไว้ได้มากครับ


เรื่อง: น.พ.กฤษดา ศิรามพุช  คอลัมน์ รู้ไว้ใช่ว่า นิตยสารดิฉัน