10 ตรวจที่ปวดใจ

ดิฉัน / STORY / 10 ตรวจที่ปวดใจ

สิบตรวจมาก รักษาเกิน ต้องดูให้ดี เมื่อคุณหมอพูดคำว่า ‘ต้องผ่าตัด’ คำนี้เปรียบเสมือนประกาศิตพอๆกับคำว่า ‘คุณเป็นมะเร็ง’ มีหลายกรณีทีเดียวครับ ที่คนไข้ถูกฟันธงว่าต้องผ่าตัดโดยคุณหมอคนหนึ่ง แต่เมื่อไปขอความเห็นที่สองหรือที่สามจากคุณหมอแล้วก็ปรากฏว่าอาจรักษาด้วยยาก่อนก็ได้ ช่วยให้คนไข้คลาดแคล้วจากการขึ้นเขียงอย่างหวุดหวิด จากรายงานเตือนผู้บริโภค (www.consumerreports.org) ได้มีการจัดอันดับสิบการผ่าตัดและรักษาที่ถูกใช้กันอย่าง ‘เกินพอดี’ ดังต่อไปนี้

shutterstock_347439566-1
1. ผ่าตัดหลัง ผ่าตัดเข่า (Back and knee surgery) ลุกโอย นั่งโอย ปวดหลังนิด ปวดเข่าหน่อยๆ ลองค่อยลดน้ำหนักตัวดูก่อน อาจช่วยให้ท่านไม่ต้องจองห้องผ่าตัดได้ เพราะการผ่าตัดก็ไม่ใช่คำตอบเสมอไป ที่ปวดใจคือผ่าแล้วกลับไม่หายปวดนี่แหละที่กลายเป็นเรื่องปวดหัว

2. ผ่าตัดรักษากรดไหลย้อน (Heartburn surgery) รักษาด้วยยาในกลุ่ม ‘ไตรบำบัด (Triple therapy)’ ให้ถูกวิธี ส่วนใหญ่มักหายได้ เพราะบางทีการส่องกล้องเข้าไปผ่าตัดก็อาจไม่ได้ช่วยถ้ายังไม่ลดน้ำหนักหรือปรับไลฟ์สไตล์ แค่จัดยาให้ถูกจุดก็หยุดอาการได้ครับ

3. การรักษาต่อมลูกหมาก (Prostate treatment) มีมากวิธีทั้งยาและการผ่าตัด ขอให้จัดยาบำรุงต่อมลูกหมากด้วยการกินมะเขือเทศและผักบุ้งให้บ่อยเข้าไว้จะได้ ‘ไลโคปีน( Lycopene)’ ไปต้านสนิมมะเร็งด้วย

4. ผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Implanted defibrillators) ต้องดูให้มีข้อบ่งชี้ดีๆครับ ไม่เช่นนั้นการฝังเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ พวกนี้อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น การศึกษาจากมหาวิทยาลัยแพทย์ดุ๊คชี้ว่า แพทย์ปัจจุบันไม่ได้ใส่ให้คนไข้ตามข้อบ่งชี้ที่ค่อนข้างละเอียดมาก

5. ใส่ลวดถ่างขยายหลอดเลือดหัวใจ (Coronary stents) ช่วยชีวิตคนไข้ได้มากรายครับ แต่ก่อนใส่ต้องเลือกให้ดีว่าวิธีใส่ลวดนี้เหมาะกับโรคหัวใจชนิดที่เป็นหรือไม่ เพราะใส่ไปแล้วก็อาจกลับมาตีบได้ ในบางรายอาจใช้การผ่าตัดหัวใจแบบบายพาสดีกว่า

6. ผ่าตัดคลอดบุตร (Caesarean section) พบบ่อยในยุคฤกษ์ผานาทีเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการผ่าคลอดทำให้เลือกเวลาได้และคุณหมอสูติฯชอบใช้ เพราะช่วยทุ่นเวลาไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนรอปวดท้องคลอด ในกรณีนี้ขอให้ดูตามข้อบ่งชี้ว่าจำเป็นค่อยผ่าจะดีกว่าครับ

7. สแกนทั้งร่างกาย (Whole body scan) ไม่ดีแน่ถ้าเข้าอุโมงค์เอ็กซเรย์เพื่ออาบรังสีน้องๆฮิโรชิม่า ถ้าไม่อยากรำลึกวันครบรอบสงครามโดยไม่จำเป็น ขอให้เอ็กซเรย์ต่อเมื่อจำเป็นและทำเป็นส่วนไปจะดีกว่าครับ ยิ่งในเด็กเล็กยิ่งไม่ควรอย่างยิ่งอาจเลี่ยงใช้เป็นสแกนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือ ‘เอ็มอาร์ไอ (MRI)’ แทนจะปลอดภัยกว่าครับ

8. ฉีดสีสวนหัวใจ (Hi-tech angiography) ไม่ปลอดภัยกับไต เพราะสีที่ฉีดต้องขับออกทางไต ถ้าท่านใดสูงวัย หรือไตไม่ดีอยู่แล้ว ขอให้ทำถ้าจำเป็นครับ

9. แมมโมแกรม (Mammography) ตรวจหน้าอกด้วยวิธีที่ไฮเทคแสนปลอดภัย แต่ปฏิเสธไม่ได้กับความเจ็บอันเกิดจากกล้วยทับ เอ๊ย…เครื่องหนีบหน้าอกให้แบนราบที่สุดเพื่อให้ไม่หลุดทุกอณูของเต้านมครับ ทำบ่อยเข้าก็เป็นความเจ็บปวดหน้าอกหน้าใจประการหนึ่ง

10. ตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยวิธีสแกนสามมิติ (Virtual colonoscopy) ดูสะดวกกว่าส่องกล้องที่ต้องสวนล้างลำไส้ด้วยการกินยาถ่ายก่อนวันส่อง แต่ก็ต้องรับรังสีมากพอดูและต้องนอนนิ่งอย่างยิ่งยวดเพื่อไม่ให้ภาพดิจิตอลที่ออกมาสั่นไหวถูกใช้มากขึ้นในปัจจุบันเพราะดูเหมือนเป็นไฮเทค แต่ถึงอย่างไร การส่องกล้องด้วยวิธีดั้งเดิมก็ยังเป็นที่เชื่อถืออยู่ครับ

น่าแปลกที่ประเทศเล็กๆมักคิดเสมอว่ายิ่งตรวจมากยิ่งดีหรือยิ่งเข้าที่หรูๆจะดีกว่าโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย

ยอมจ่ายเงินเพื่อ ‘ซื้อโรค’ กันมากมาย


เรื่อง: น.พ.กฤษดา ศิรามพุช  คอลัมน์ รู้ไว้ใช่ว่า นิตยสารดิฉัน