พระเมตตาฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ ทรงห่วงใยปัญหา “โรคพิษสุนัขบ้า” ที่เป็นปัญหาสำคัญของชาติ

ดิฉัน / STORY / พระเมตตาฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ ทรงห่วงใยปัญหา “โรคพิษสุนัขบ้า” ที่เป็นปัญหาสำคัญของชาติ
15094354_1235655949838742_5911630250731763901_n
 
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าที่เป็นปัญหาสำคัญของชาติ และมีพระประสงค์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย โดยรัฐบาลรับสนองพระดำริดังกล่าว จึงได้มีคำสั่งลงวันที่ 29 กันยายน 2559 แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนิน “โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี” และมีพระกรุณาธิคุณ ทรงรับเป็นประธานกรรมการฯ มีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงร่วมเป็นรองประธานกรรมการฯ มีเป้าหมายคือ “ไม่มีคนเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า”
เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จออก ณ พระตำหนักทิพย์พิมาน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ทรงฟังรายงานความคืบหน้าการจัดตั้งศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นโครงการนำร่องและจะใช้เป็นต้นแบบศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดที่มีมาตรฐาน กระจายอยู่ทั่วประเทศรวม 18 แห่ง
 
โอกาสนี้ ได้พระราชทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน ถึงพระวิสัยทัศน์และพระนโยบายการดำเนินงานโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้าฯ สืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้สุนัขมีความเป็นอยู่อย่างพอมีความสุขในช่วงชีวิตที่เกิดมา และให้ประชาชนที่เลี้ยงสุนัขรู้จักมีความรับผิดชอบต่อสังคม
 
ต่อจากนั้น ทรงออกหน่วยตรวจสุนัขป่วยในโครงการสัตว์ปลอดโรคฯ มีสัตวแพทย์และบุคลากรจากโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ร่วมออกหน่วยครั้งแรก โดยทรงวางยาสลบเพื่อทำหมันสุนัขเพศผู้พันธุ์ผสม เป็นสุนัขของชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบพระตำหนักทิพย์พิมาน
 
สำหรับการออกหน่วยครั้งนี้ นอกจากประชาชนจะได้รับความรู้เรื่องพิษสุนัขบ้าอย่างถูกต้องแล้ว ยังเป็นการช่วยควบคุมประชากรสุนัขในเขตชุมชนและสาธารณะ ที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าด้วย
 

 

โรคพิษสุนัขบ้าคืออะไร ?

    โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงชนิดหนึ่ง เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ เรบีส์ ไวรัส (Rabies) ทำให้เกิดโรคได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด เช่น คน สุนัข แมว ลิง ชะนี กระรอก ค้างคาว ฯลฯ โรคนี้เมื่อเป็นแล้วจะทำให้มีอาการทางประสาท โดยเฉพาะระบบประสาทส่วนกลาง และถ้าเป็นแล้วเสียชีวิตทุกราย ในปัจจุบันยังไม่มียาอะไรที่จะรักษาโรคพิษสุนัขบ้าได้

สัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าจะมีอาการอย่างไร ?

      พบได้ 2 แบบคือ

      1. แบบดุร้าย มีอาการหงุดหงิด ไล่กัดคนและสัตว์อื่น ๆ ถ้าผูกโซ่หรือกักขังไว้ในกรง จะกัดโซ่ กรง หรือสิ่งของที่อยู่ใกล้อย่างดุร้าย บางครั้งสุนัขจะกัดจนฟันหักหรือลิ้นเป็นแผล มีเลือดออก เมื่อแสดงอาการดุร้ายได้ 2-3 วัน ก็จะอ่อนเพลียลง ขาหลังไม่มีแรง เดินโซเซ และตายในที่สุด

      2. แบบเซื่องซึม มีอาการปากอ้าหุบไม่ได้ ลิ้นมีสีแดงคล้ำ บางครั้งมีสิ่งสกปรกติดอยู่และลิ้นห้อยออกมานอกปาก มีอาการคล้ายกระดูกติดคอ โดยเจ้าของมักจะเอามือล้วงแต่ไม่พบกระดูก สุนัขจะเอาขาหน้าตะกุยบริเวณแก้มปากและคอบวม สุนัขจะลุกนั่ง ยืน และเดินไปมาบ่อย ๆ กินของแปลก ๆ เช่น ใบไม้ ก้อนหิน หรือบางตัวจะกินปัสสาวะของตัวเอง ไม่กัด ถ้าไม่ถูกรบกวน สุนัขแบบหลังนี้จะสังเกตอาการยากมาก ดังนั้น หากสุนัขตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรตัดหัวไปพิสูจน์ก่อน

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบป้องกันล่วงหน้า

      สามารถฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้า เป็นการเตรียมร่างกายให้พร้อมเพื่อต่อต้านโรคพิษสุนัขบ้า โดยการฉีดเพียง 3 เข็ม ภายในระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งวัคซีนนี้สามารถฉีดได้ไม่จำกัดอายุ โดยเฉพาะเด็กที่มักเล่นกับสัตว์และมีโอกาสถูกสัตว์กัด มักมีบาดแผลที่รุนแรง บริเวณใบหน้า ศีรษะ หรือถูกเลียมือที่มีแผลหรือที่ปาก โดยไม่บอกให้ผู้ปกครองทราบ หรือควรฉีดป้องกันในบุคคลทั่วไปที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว เป็นต้น

ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้า

      1. เมื่อถูกสัตว์กัด การฉีดวัคซีนกระตุ้นเพียง 1-2 เข็ม ร่างกายก็จะได้ภูมิต้านทานที่สูงพอจะป้องกันโรคอย่างได้ผล

      2. ไม่เสี่ยงต่อการแพ้เซรุ่ม หรือเจ็บปวดจากการฉีดเซรุ่มรอบ ๆ แผล


ขอขอบคุณภาพ: ฝ่ายช่างภาพส่วนพระองค์ กองงานส่วนพระองค์ สำนักพระราชวัง | Facebook: Information Division of OHM
Source: สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://nwnt.prd.go.th | http://www.ku.ac.th