‘ยาใจ’ กับ ‘ยาโจร’

ดิฉัน / STORY / ‘ยาใจ’ กับ ‘ยาโจร’

คนที่มีครอบครัวดีนั้น ความสุขจะฉายออกมาทางแววตาชัด ส่วนคนที่มีสุขภาพดีก็จะเห็นได้จากการที่ไม่ต้องพกยาเป็นกำมือหรือล่วมยาส่วนตัว


มีอิสระทางสุขภาพ
เมื่อใดที่รู้จักใช้ตัวของเราเป็น ‘ยาใจ’ ให้ตัวเองได้ เมื่อนั้นก็จะมีสภาพคล่องทางสุขภาพเกิดขึ้น สบายอกสบายใจไม่รู้สึก ‘จมป่วย’ อยู่ตลอดเวลา

แต่ถ้าตรงข้ามคือกินไปแล้วต้องนอนแซ่วคอยตรวจตับตรวจไตไม่ให้ได้รับพิษจากยา อย่างนี้เรียก ‘ยาโจร’ ที่ขโมยความสุขของเราออกไปด้วยยาโจรมักจะมีผลข้างเคียงทำให้เราต้องคอยตามแก้

เป็นต้นว่า กินยารักษาโรคหนึ่งไปแล้วทำให้ตับพัง ต่อมาก็ต้องกินยารักษาตับ แล้วยารักษาตับก็ทำให้กระเพาะพังอีก ต้องกินยารักษากระเพาะตามมา เหมือนวัวพันหลัก

การเผลอกินยาโจรนี้สังเกตได้ง่ายว่าเมื่อเริ่มกินยาเม็ดแรกแล้วมันก็มักจะเรียกยาเม็ดต่อๆไปมา ดังนั้นการกินยาให้ดีก็ต้องมีหลักยึดไว้อยู่เหมือนกัน หนึ่งคือ ‘อย่ากินแช่’ยกเว้นโรคเรื้อรัง สองคือ ‘ไม่ตีกัน’ เพราะยาหลายชนิดก็ไม่ต่างกับมนุษย์ที่ต่างจิตต่างใจ กินเข้าไปก็ย่อมกระทบกระทั่งกันได้บ้าง หรือบางทีถึงขั้น ‘เป็นพิษ’ ได้

shutterstock_232823236-1
ยาใจ และ ยาโจร
อาการที่เกิดจากกินยาเข้าไปแล้วเป็นพิษนั้นจะคล้ายกับมันไปขโมยสุขภาพดีไปจากตัวเรา อุปมาเหมือนกับกลายเป็น ‘ยาโจร’ ไปเสีย ซึ่งฝรั่งก็เรียกเช่นกันว่า Thieving drug ซึ่งการกินยาให้ได้คุณภาพดีปลอดจากปรากฏการณ์ ‘ยาโจร’ นั้นมีอยู่ดังนี้ครับ

ยาโจร : ฤทธิ์ขโมย

แอสไพริน : กดวิตามินซี, บีและโฟลิกให้ลดลง ซึ่งนานไปทำให้อ่อนเพลีย เลือดจาง นอกจากนั้นยังกัดกระเพาะได้

สเตียรอยด์ : ขโมยสังกะสีให้ลดลงจากร่างกาย ซึ่งสังกะสีช่วยเสริมภูมิให้ร่างกายอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังกดภูมิทำให้ติดเชื้อง่าย เกิดสิวกระจายและกินน้อยอ้วนง่าย

ยาที่เข้าแอลกอฮอล์ (เช่นยาแก้ไอ) : ไม่ควรกินกับยาแคปซูลเพราะจะละลายแคปซูลทำให้ยาข้างในรั่วออกมาออกฤทธิ์เร็วเกินไป

ยาคุม : ลดกรดโฟลิก, วิตามินซี, วิตามินบีสอง, บีหก, บีสิบสองและอีให้ต่ำลง ถ้าจำเป็นต้องกินยาคุม ขอให้กินผักเขียวจัด กับถั่วให้หนักเข้าไว้

ยาขับปัสสาวะลดความดัน : ขโมยโพแทสเซียมออกไป ถ้ากินนานโพแทสเซียมจะต่ำทำให้แขนขาหมดแรงเป็นตะคริวได้ อาจเลือกกินชนิดที่เก็บโพแทสเซียมได้

ยาฆ่าเชื้อ (ปฏิชีวนะ) : ฆ่าเชื้อดีในลำไส้ เช่น แล็กโตบาซิลลัส, อะสิโดฟิลัส ทำให้หมดด่านกันเชื้อ ซึ่งถ้ากินไปนานต่อไปกลับจะทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

ยาระบายและยาเคลือบกระเพาะ : ก่อกวนการซึมของแคลเซียมเข้ากระเพาะส่วนยาระบายทำให้เสียธาตุโพแทสเซียมที่ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อและหัวใจไปด้วย

ฮอร์โมนเอสโตรเจน : ลดวิตามินบี 6 ซึ่งเกี่ยวกับเส้นประสาท ซึ่งถ้ากินไปนานอาจทำให้ความดันขึ้นได้

นอกจากนั้นยังมียาอีกหลายชนิดที่ใช้นานแล้วแปรพักตร์กลายเป็นยาโจรไปได้สนิทบางอย่างเป็นยาง่ายๆ เช่น ยาแก้ปวดแต่ทำให้วิตามินบำรุงเลือดลดลงและทำให้เลือดจางด้วยซึ่งไม่ได้จางจากยาไปกัดกระเพาะแล้วเลือดออกอย่างที่คิดหากแต่จางจากยากินนี่เองไปขโมยวิตามินที่ร่างกายมีอยู่ออกมา กลายเป็นยิ่งกินยิ่งป่วยมาก

เพราะปล่อยโจรขึ้นอยู่ไม่ว่างเว้น


เรื่อง: น.พ.กฤษดา ศิรามพุช  คอลัมน์ รู้ไว้ใช่ว่า นิตยสารดิฉัน