5 อย่าง จางแล้วดี

ดิฉัน / STORY / 5 อย่าง จางแล้วดี

ของที่ว่าเอามาแยกร่างใช้ได้นานขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัวนั้น มีข้อดีคือส่วนใหญ่เป็นของใช้สุขภาพที่เราใช้อยู่ประจำทุกเมื่อเชื่อวันครับ

เป็นต้นว่า ยามเช้าต้องแปรงฟัน เวลาอาบน้ำต้องสระผมหรือเวลามีดบาดต้องทำแผล สิ่งเหล่านี้มีความเข้มข้นในตัวมันเองสูงจากกรรมวิธีผลิตอยู่แล้ว เพียงแค่เรารู้จักมันมากขึ้นอีกนิดก็จะใช้ชีวิตแบบคุ้มๆได้อย่างไม่ต้องกลัวทรัพย์จาง แค่เราจาง 5 อย่างต่อไปนี้ลงแทน

shutterstock_319614917-1

1. ยาสีฟัน ปรกติที่เห็นจากภาพข้างกล่องหรือในจอที.วี.คือการบีบเนื้อยาออกมาให้เป็นแท่งสวยแหลมเปี๊ยบหัวท้ายงามๆ แต่การทำตามนั้นคือการเปลืองยาสีฟันโดยใช่เหตุครับ เพราะจริงแล้วปากเล็กๆของเราต้องการมันแค่เพียง 1 ใน 3 ของดุ้นครีมยาสีฟันนั้นเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องแปรงให้ฟองครองช่องปากถึงจะดีนะครับ แค่ให้ได้สะอาดลึกทุกซอกมุมก็ใช้ได้แล้ว และอยู่ที่เวลาการแปรงด้วย ขอให้ช่วยแปรงให้ได้ครบ 3 นาทีหรือพอจบเพลงจากดีเจสักเพลงหนึ่งก็ใช้ได้แล้วครับ

2. เจลใส่ผม ลดลงสักครึ่งหนึ่งแทนที่จะทาจนหัวเหนียวมันวับ นอกจากช่วยประหยัดแล้วยังช่วยให้ไม่เกิดสิวประเภท ‘สิวเจล’ ด้วย เพราะผมเปรอะเจลที่ตกลงมาปรกหน้าผากอยู่ทุกบ่อยคือแม่เหล็กเรียก ‘เชื้อสิว’ ให้มาดื่มกินชิลๆบนพื้นผิวเรา ยิ่งถ้าเอาหมวกกันน็อคมาสวมทับลงไปด้วยแล้วก็นับเป็นการเพาะเชื้อขั้นสมบูรณ์แบบที่จะตอบโจทย์สิวนานาพันธุ์ได้ครบถ้วน เพราะความอับชื้นและอาหารอร่อยจากเจลใส่ผมจะช่วยเพาะสิวได้เป็นอย่างดีครับ

3. น้ำยาทาแผล โดยเฉพาะน้ำยาสีดำคล้ายจิ๊กโฉ่วที่ราดลงบนแผลเพื่อหวังให้มันไปปะฉะดะกับเชื้อจะได้ไม่ต้องกลัวแผลอักเสบ แต่จริงแล้วน้ำยาสีดำที่ว่ามีส่วนผสมของ ‘ไอโอดีน’ ซึ่งจะออกฤทธิ์ได้ดีสุดคือตอนที่ไม่แฉะจนเกินไปครับ เมื่อทิ้งให้แห้งระเหย ไอโอดีนจะแตกตัวได้ดี ซึ่งการชโลมน้ำยาจนแผลแฉะนอกจากไม่ช่วยให้เชื้อจมน้ำตายอย่างที่เข้าใจแล้ว ยังทำให้สุขภาพแผลไม่ดีมีความเสี่ยงหายช้าเข้าไปอีกได้

5. เครื่องปรุงอาหาร แม้อยู่ในกลุ่มของการกินแต่ก็เป็นเสมือน ‘เพชฌฆาตเงียบ’ ที่เทียบได้กับบุหรี่ เหล้าเหมือนกัน เพราะโรคหัวใจและโรคความดันสูงยังติดอันดับโรคร้ายอันดับต้นของคนไทยไม่ใช่มะเร็งปอดหรือมะเร็งตับจากเหล้า บุหรี่ ซึ่งหัวใจป่วยนี้นอกจากเรื่องเครียดแล้วมีเหตุสำคัญที่สุดอีกอย่างคือ ‘แก่เค็ม’ เกินไป ซึ่งจากการสำรวจแล้วก็มาจากการ ‘ปรุงก่อนชิม’ เป็นหลัก นอกจากนั้นของปรุงจำพวกน้ำตาล น้ำส้มสายชูหรือกระทั่งครีมเทียม นมข้นหวานใส่กาแฟก็เป็นของแก่โรคเหมือนกัน เพราะมันมักเพาะนิสัยให้เรา ‘ติด’ กับมันได้โดยหยิบมาใส่แบบอัตโนมัติ

ห้าอย่างนี้ถ้าจางหรือเพลาลงได้บ้าง นอกจากประหยัดสตางค์แล้วยังช่วยมัธยัสถ์สุขภาพ ให้สุขภาพเราไม่ต้องเสียไปฟุ่มเฟือยโดยไม่จำเป็นจากการปะทะกับเคมีแปลกปลอมที่มากเกินไป

เป็นต้นว่าใช้สบู่เหลวทาตัวสักฝ่ามือหนึ่งนั้น สบู่เหลวที่กดออกมาครั้งหนึ่งนั้นก็คือกองสารเคมีที่พร้อมจะทำปฏิกิริยาที่มองไม่เห็นกับตัวเรา ลองนึกดูง่ายๆว่าเราต้องอยู่กับกระบวนการปะทะกันเงียบระหว่างสารเคมีกับเนื้ออ่อนๆของเรานี้มานานเพียงใดแล้ว แม้จะเป็นการต่อสู้กันในทางจรยุทธ์ลับลวงพรางมองไม่เห็นได้ก็เป็นของน่ากลัว เพราะผลพวงของมันไม่ว่าจะออกมาทางใด ร่างกายเราก็มีแต่แพ้เท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าไม่แน่ใจสิ่งใดให้เริ่มจากจางไว้ก่อนเป็นรอบคอบดีที่หนึ่ง เพราะของในโลกนี้ถ้าจะว่าจางแล้วไม่ดีที่เห็นชัดๆก็มีอยู่สองจาง

คือ ‘รักจาง’ กับ ‘ทรัพย์จาง’ ครับ


เรื่อง: น.พ.กฤษดา ศิรามพุช  คอลัมน์ รู้ไว้ใช่ว่า นิตยสารดิฉัน