‘มรณะโสต’ โทษแห่งหูที่รู้ไม่ทัน

ดิฉัน / STORY / ‘มรณะโสต’ โทษแห่งหูที่รู้ไม่ทัน

หูให้ความบันเทิงได้ในหลายมิติ เป็นต้นว่า รักลึกซึ้ง เศร้าโศก โกรธเกรี้ยวหรือให้อารมณ์สุนทรียะขั้นสุดอย่างคีตกวีระดับโลก หรือยกระดับขึ้นไปเป็นความสุขสงบแห่งใจในทางธรรมก็ได้ เช่นใช้ฟังเสียงสวดสาธยายพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์

เรียกว่าให้ความบันเทิงได้ตั้งแต่โลกียะไปจนถึงโลกตระ จึงมีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมายในทางการฟัง

แต่หากใช้มันอย่างผิดกาลเทศะ เรียกว่าเป็นภัยจากเครื่องจ่อหูที่อยู่ใกล้ตัว ซึ่งเมื่อรวบรวมมาแล้วก็พบว่าไม่ได้มีแต่เรื่องหูฟังอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่แหล่งเสียงรอบตัวที่ดังระเบิดหูดังต่อไปนี้ก็มีโอกาสเป็นสื่อ ‘โสตมรณะ’ ได้เช่นกัน

shutterstock_236935435-1
+ หูฟังเอ็มพีสาม ให้คอยถอดออกเป็นระยะให้หูได้ ‘พัก’ บ้าง เพราะมีงานวิจัยจากวารสารสมาคมการแพทย์อเมริกัน (Journal of the American Medical Association, compared national surveys from the early 1990s and the mid 2000s) เผยวัยรุ่นที่ชอบเสียบติดหูฟังเพลงอยู่ทุกวันนั้นทำให้ ‘หูตึง’ ขึ้นได้ถึง 1 ใน 5 ซึ่งผมว่าอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือหมั่นคอยดูสิ่งแวดล้อมรอบข้าง อย่าเอาแต่ฟังจนตกรถหรือลืมมองซ้ายขวายามข้ามถนน

+ หูฟังมือถือ วัฒนธรรมฮิปยังตามติดมาถึงหูฟังมือถือซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย แต่ถ้าให้ดีก็ขอให้เว้นการฟังนานๆบ้าง ถ้าเป็นกรณีถูกเจ้านายสวดหรือแฟนยกสัมโมทนียกถาขึ้นมากล่าว อาจเปิดลาวด์สปีคเกอร์ฟังแทนบ้างก็ได้ อย่าปล่อยให้หูชาอยู่ข้างเดียวครับ

+ จุกยางอุดหู สำหรับนักว่ายน้ำหรือท่านที่อยากนอนหลับสนิท ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อปกป้องหูแต่ก็ต้องดูให้สะอาด ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการยัดเยียดเชื้อเข้าหูแทน เพราะส่วนของจุกอุดหูที่เสียบเข้าไปบ่อยๆจะทำให้เยื่อหูอ่อนๆชั้นนอกเกิดแผลขึ้นได้แล้วอาการอักเสบรำคาญก็อยู่ไม่ไกลครับ

+ หูฟังคุณหมอ เกิดเป็นคุณหมอก็ไม่ใช่จะได้ใช้ของสเตอริไลส์ฆ่าเชื้อเสมอไป ส่วนใหญ่ของสะอาดเก็บไว้ให้คนไข้ใช้ในส่วนของหูฟังที่เสียบหูคุณหมอแล้วมาแปะกับหน้าอกคนไข้นั้น ส่วนหูที่เสียบฟังมีสิทธิ์ที่จะปนเปื้อนได้สูงครับ ยิ่งในโรงพยาบาลที่ใช้หูฟังเอื้ออาทรกันระหว่างคุณหมอหลายท่านก็มีสิทธิ์ได้รับเชื้อ ‘เฉพาะที่’ เข้าหูหมอ ‘เฉพาะทาง’ ได้

+ ตุ้มหู ระเบิดหู ลำพังการเจาะหูก็เป็นของประดิษฐ์อยู่แล้ว จึงมีสิทธิ์จะเกิดแรงปฏิวัติต่อต้านขึ้นมาจากใบหูนุ่มๆของเราได้ยิ่งในท่านที่แพ้โลหะกลุ่ม ‘นิกเกิล’ หรือ ‘โรเดียม’ ต้องเตรียมเก็บสตางค์ไว้ซื้อตุ้มหูทองแท้หรือทองคำขาวที่ไม่ใช่โลหะผสมอัลลอยด์เช่นว่า ซึ่งการหาความเจ็บให้แก่หูนั้นบางครั้งอาจลามไปถึงกระดูกอ่อนติดเชื้ออันตรายได้เช่นกันครับ

+ เสียงกรน เป็นมรณะโสตจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองที่ได้ยินนานเข้าก็ ‘เสื่อม’ ได้เหมือนกัน ยิ่งในท่านที่กรนดังได้โล่ห์โชว์ลิ้นไก่พะเยิบพะยาบด้วยแล้วนั้น มีการศึกษาโดยศูนย์เวชศาสตร์นิทราแห่งชาติเดนมาร์ก (Danish Center for Sleep Medicine at the Glostrup Hospital) พบว่าแรงแห่งเสียงนั้นสะท้านแก้วหูได้ถึง 91 เดซิเบล คือน้องๆเครื่องเจาะถนนหรือคนนอนในห้องที่ติดถนนใหญ่ ซึ่งโดยปรกติแล้วระดับเสียงดังสุดที่ยังไม่ถือว่าเป็นอันตรายต่อหูคือ 85 เดซิเบล จึงไม่น่าแปลกที่คนนอนข้างบางรายอาจกลายเป็นหูตึงได้ขณะที่เจ้าตัวกรนหลับเฉยสบายหูไป

+ ลำโพงชั้นดีมีซับวูฟเฟอร์ ลำโพงขั้นกว่า อย่างเครื่องเสียงดัดแปลงในรถส่วนตัวหรือที่เที่ยวยามราตรีมีสิทธิ์กระตุกประสาทหูให้โทรมลงไปไวกว่าที่คิดครับ เพราะคลื่นเสียงจากลำโพงเหล่านี้มีทั้งความดังและความแรงที่ไปแกล้งโยกคลอน ‘ขนประสาท (Hair cell in cochlear)’ ขนาดจิ๋วในหูส่วนในให้หยุดพลิ้วไหวยอมศิโรราบและ ‘ราบ’ กันไปหมด ทำให้เจ้าของหูกลายเป็นนักเที่ยวกลางคืนที่ยังตึง (หู) อยู่ตลอดกาล

นอกจากอาการหูเสื่อมจากแหล่งโสตมรณะที่กล่าวมา บางรายอาจได้ยินเสียงวิ้งๆ ในหูคล้ายสัญญาณคลื่นวิทยุที่ว่าง เสียงนี้เรียกชื่อฝรั่งฟังกรุ๋งกริ๋งดีว่า ‘ทินนิตุส (Tinnitus)’ ซึ่งไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย ซึ่งเมื่อสงสัยว่าการได้ยินของเราเริ่มเข้าข่าย ‘หูป่วย’ แล้ว นอกจากลองตัดผู้ร้ายฝ่ายโสตมรณะ ดูแล้วก็ยังสามารถไปตรวจการได้ยิน (Auditory function) ซึ่งจะมีนักโสตบำบัดที่จัดการตรวจระดับการได้ยินให้อย่างละเอียดในหูแต่ละข้างและโทนเสียงแต่ละระดับความถี่ (Sound frequency) เรียกว่าฟังที่หูแล้วรู้ทันโรคได้เลย

เมื่อรู้ดังนี้แล้วขออย่าเฉยทีเดียวครับ นอกจากฟังหูไว้หูแล้วขอให้เข้าหูแล้วทะลุถึงหัวใจด้วยช่วยใช้กาลามสูตรเป็นสรณะ

คาถานี้ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่เสมอ


เรื่อง: น.พ.กฤษดา ศิรามพุช  คอลัมน์ รู้ไว้ใช่ว่า นิตยสารดิฉัน