3 โรคร้ายอาจมาหา หากขาด “สังกะสี”

ดิฉัน / LIFESTYLE / 3 โรคร้ายอาจมาหา หากขาด “สังกะสี”

ว่ากันด้วยเรื่อง “สังกะสี” งานวิจัยงานหนึ่งจากมหาวิทยาลัยรัฐโอเรกอน ค้นพบกลไกอันน่าอัศจรรย์ของแร่จำนวนน้อยๆแต่สำคัญชนิดนี้ พูดง่ายๆว่าทั้งเป็นประโยชน์ และช่วยคุ้มครองสุขภาพร่างกายให้เป็นปกติ หากขาดไปจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้าย 3 สหาย อันได้แก่ โรคหัวใจ, เบาหวาน, และมะเร็ง!

ซึ่งสาเหตุที่เราต้องรู้จัก “สังกะสี” เพราะเรา ‘ขาดมันไม่ได้’ สังกะสีมีหน้าที่ในเรื่องต้านการอักเสบ, เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยในกระบวนการสมานแผล ดังนั้นการสูญเสีย พลังต้านการอักเสบ ไปจึงเป็นเรื่องใหญ่ นอกจากจะทำให้ระบบความมั่นคงด้านภูมิคุ้มกันในร่างกายสั่นคลอนอย่างแรงแล้ว มันยังมีผลถึงในระดับยีนส์ที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน ทำให้การสร้างปราการป้องกันร่างกายต่ำลง

 

Zinc Supplements

 

เติมสังกะสีในปริมาณที่ร่างกายประทับใจเพียงกินอาหารต่อไปนี้

 

1. หอยนางรม เป็นอย่างแรกที่มีซิงก์เข้มข้นยิ่ง ซึ่งหลายคนพออ่านมาถึงตรงนี้คงห่วงเรื่อง แล้วคอเลสเตอรอลละ? มีข่าวดีให้ตกใจกันค่ะ เพราในหอยนางรมมี ‘โอเมก้า3’ ที่เป็นไขมันดีช่วยลดไขมันทุกคนได้ หรือถ้ายังไม่สบายใจ เลือกรับประทานเป็นหอยเชลล์ก็ได้ค่ะ

2. เนื้อแดง ในเนื้อสัตว์หลายชนิดมีซิงก์อยู่ในปริมาณมาก อาทิ เนื้อวัว เนื้อแกะ แต่สำหรับใครที่ไม่ใช่สายรับประทานสัตว์ใหญ่ อาจเลือกกินเป็น “ไก่งวง” หรือ “กุ้ง” ได้ค่ะ หรือเพื่อความสบายใจต่อสุขภาพจะเลือกทานเป็นเนื้อไก่ธรรมดาก็ได้ค่ะ เพราะยังมีซิงก์อยู่พอสมควร

3. ถั่วและธัญพืช งานนี้ขอแนะนำของอร่อยๆอย่าง เม็ดมะม่วงหิมพานต์, ถั่วลิสง, เมล็ดฟักทอง, เมล็ดแตงโม, จมูกข้าวสาลี หรือของที่หาทานง่ายอย่างดาร์กชอกโกแลต หรือเครื่องดื่มชอกโกแลตก็ยังได้ค่ะ

 

ขอแนะนำว่าสามารถเลือกรับประทาน สังกะสี ในรูปอาหารเสริมได้ โดยเป็นซิงก์แบบเม็ด รับประทานวันละ 15-40 มิลลิกรัม และสลับกับเมนูที่เป็นอาหารสดค่ะ

 

ในเรื่องของการกำหนดปริมาณสังกะสีที่ควรรับประทานต่อวันนี้ถือเป็นประเด็นใหญ่ ที่ทำให้ต้องกลับมาทบทวนกัน เพราะแนวทางเดิมนั้นกำหนดไว้ว่าควรรับประทานสังกะสีวันละ 8 มิลลิกรัมในผู้หญิง และ 11 มิลลิกรัมในผู้ชาย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าควรต้องเพิ่มข้อมูล “ไม่ขึ้นกับอายุ” ลงไปด้วย เพราะซิงก์จำเป็นต่อเราในทุกช่วงวัย อย่าให้ความเชื่อเดิมมาหยุดสุขภาพดีไว้ค่ะ

 

 

เรื่อง: Believe

Source: รู้ไว้ใช่ว่า น.พ.กฤษดา ศิรามพุช

Pic Cr. : msicollege.com