Bar Storia del Caffè คาเฟ่น่านั่ง กับเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด

ดิฉัน / LIFESTYLE / Bar Storia del Caffè คาเฟ่น่านั่ง กับเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด

นอกเหนือจากสาขาแรกที่ Ei8ht Thonglor และสาขาสุดฮิตที่อารีย์แล้ว Bar Storia del Caffè ยังมีอีกหนึ่งสาขาที่ใครไปแล้วต้องอยากกลับไปอีก ทั้งความอร่อยและบรรยากาศสบายๆ ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 57 ใจกลางเมือง ที่ชั้นล็อบบี้ภายในโรงแรม The Salil Hotel Sukhumvit 47 ภายในร้านตกแต่งสไตล์ Living Space ที่ใช้พื้นที่ร่วมกับโรงแรมได้อย่างลงตัวเสมือนการพักผ่อนชิลๆ เลือกโซนที่ชอบได้ไม่ว่าจะเป็นภายในร้าน หรือ The Secret Garden บริเวณภายนอก

บรรยากาศภายในร้านโปร่งสบายแต่ให้ความอบอุ่นในสไตล์กึ่งวินเทจกึ่งอินดัสเทรียล มาได้ทั้งวันไม่ว่าจะเวลาไหนเนื่องจากมีความหลากหลายในการบริการทั้งอาหารและเครื่องดื่มที่มีมากกว่าสาขาอื่นๆ Bar Storia del Caffè เน้นอาหารอิตาเลียน ซึ่งสาขานี้จะมีจุดเด่นที่เสิร์ฟอาหารหลากหลายกว่าสาขาอื่น ทั้งอาหารฟิวชัน อาหารไทย รวมทั้ง All Day Brunch ของหวานอร่อยๆ ที่มาสไตล์ Afternoon Tea ไปจนถึงค็อกเทล และไวน์ก็พร้อมเสิร์ฟเช่นกัน เรียกได้ว่าครบจบที่นี่ทีเดียว

เมนูที่เราขอเสนอว่าถ้าไป Bar Storia del Caffè ไม่ควรพลาดต้องลองคือ

FOUR CHEESES TORTILLA PIZZA เอาใจคนรักชีสด้วย Appetizer จานนี้ แป้งบางกรอบที่รวมกับชีส 4 ชนิดบอกเลยว่าอร่อย ซึ่งหากใครที่ชอบรสชาติที่จัดจ้านก็สามารถขอทาบาสโกซอสจากทางร้านเพิ่มได้

GRILLED SALMON QUINOA SALAD จานนี้ถือว่าดี เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพหรือควบคุมอาหาร ความเปรี้ยวของสลัดคีนัวเข้ากับได้ดีกับปลาแซลมอนที่กรอบนอกนุ่มใน เรียกได้ว่าดีงามเลยทีเดียว

เอาใจคนรักของหวานกับเมนูของหวานมาใหม่ล่าสุด

RED VELVET CAKE ขอบอกว่าเป็นสุดยอด Red Valvet Cake ชนิดที่ว่าอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา พูดแบบไม่อวยเลยทีเดียว เนื้อเค้กนุ่มจับคู่กับชาร้อนหรือเครื่องดื่มเย็นก็เริศทั้งนั้น ดังนั้นขอบอกเลยว่าห้ามพลาดเมนูนี้เด็ดขาด!

STRAWBERRY CHESSE TART ขนมหวานหน้าตาน่ารักที่มาพร้อมซอสราด เนื้อชีสนุ่มละมุนกับชั้นทาร์ตกรุบๆ เป็นเมนูใหม่ที่ขายดีมาก เรียกได้ว่าลงตู้ปุ๊บ หมดปั๊บเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นใครที่มาแฮงค์เอาท์ที่นี่…บอกได้เลยว่าควรสั่งค่ะ

ในส่วนของเครื่องดื่มขอแนะนำเมนู Signature นั่นก็คือ GRANITA กาแฟอย่างดีปั่นกับน้ำแข็งเกล็ด ฟีลคล้ายๆ บิงซู กินแล้วสดชื่น รสชาติกาแฟเข้มๆ ตัดกับน้ำตาลกรุบๆ และวิปครีมลงตัวเป็นอย่างดี

สุดท้ายเมนูใหม่ที่ทางร้านคิดค้น EARL GREY IMPERIA BLUE ชาเอิร์ลเกรย์แบรนด์ Mariage Freres ผสมไซรัป น้ำบลูเบอร์รี่และมะนาว อร่อยลงตัวเหมาะสำหรับคนที่อยากดื่มชาแต่ไม่ชอบรสชาติที่จืดมาก ดื่มยามบ่ายแล้วรู้สึกสดชื่นมากๆ เลยล่ะ

สุดสัปดาห์นี้ ถ้าคุณกำลังมองหาที่แฮงค์เอาท์ใหม่ๆ สามารถแวะมาได้ที่ Bar Storia del Caffè โรงแรม The Salil Hotel ซอยสุขุมวิท 57 (รถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ) รับรองว่าถูกใจแน่นอนค่ะ