Freebird…

ดิฉัน / LIFESTYLE / Freebird…

ร้านอาหารใหม่ในซอยสุขุมวิท 47 ที่ให้บรรยากาศแสนดี สงบร่มรื่น ผิดกับโลกด้านนอกโดยสิ้นเชิง

Freebird-1

Freebird-3

Freebird-13

Freebird-31

เด่นทั้งการตกแต่งร้าน ที่มร. อลัน บาร์ หนึ่งในหุ้นส่วนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผ่านงานออกแบบให้โรงแรมใหญ่ๆมากมาย สำหรับที่นี่เป็นการนำบ้านเก่ามาปรับปรุง ใช้วัสดุตกแต่งหลากหลาย เช่นผนังด้านหนึ่งนำแป้นหลังคาที่ทำจากเซรามิกมาประดับ วางซ้อนทับกันให้ความรู้สึกเหมือนปีกนกกำลังโผบิน

ที่ตั้งชื่อว่า ฟรีเบิร์ด นี้ก็เพราะจุดเด่นของบ้านนี้คือเลี้ยงนก และมีกรงนกประดับอยู่ตามมุมต่างๆ

หน้าร้านมีซุ้มขายกาแฟ ต่อด้วยห้องกระจกที่มองเห็นครัว ห้องรับประทานอาหารจะอยู่ด้านหลังครัวนี้ ส่วนหลังบ้านเว้นที่เป็นสนามหญ้า มีเรือนกระจกเอาไว้เพาะชำผัก หรือสมุนไพรที่ใช้ประกอบอาหาร หรือเครื่องดื่ม เช่น อัญชัน ผักชีลาว โหระพา ฯลฯ จะว่าไปแล้วที่นี่ พยายามใช้ทุกพื้นที่ของร้านให้เกิดประโยชน์ ตรงไหนมีที่ว่างเชฟเอากระถางไปปลูกไว้หมด ไม่เว้นแม้แต่บนหลังคาคอนเทนเนอร์ที่ปรับปรุงมาเป็นห้องแช่เย็น

อาหารเป็นฟิวชั่นระหว่างอาหารทะเล ญี่ปุ่น และฝรั่ง เชฟดัลลัส คัดดี้มาจากออสเตรเลีย สร้างสรรค์เมนูเพื่อร้านนี้โดยเฉพาะ แต่ร้านจะสมบูรณ์แบบไม่ได้หากขาดซอมเมอลิเยร์เก่งๆ ที่นี่ได้มาร์คัส บอยล์ ที่คอยแนะนำเครื่องดื่มที่จะเข้ากับอาหารหลากหลาย และเขาทำหน้าที่ของเขาได้ดีจริงๆ

Freebird-53

Freebird-52 crop

จึงไม่แปลกใจที่ค็อกเทลของร้านนี้มีความพิเศษแตกต่าง และสามารถจับคู่กับอาหารบางจานได้ด้วย ที่แนะนำก็คือ Rainhill (ขอยืมชื่อของคอมมิวนิตี้มอลล์หน้าปากซอยมาตั้ง) มีส่วนผสมของยินเป็นหลัก แต่หอมกรุ่นด้วยกิ่งโรสแมรี่ที่แช่มา Bird is the Word รัมผสมอะเพอรอล และมะม่วง ฉ่ำชื่นใจมาก และ Mexican Sunset ด้วยส่วนผสมที่เป็นเตกิล่า อาจคิดไปว่าจะหนักหน่วง แต่เปล่าเลย เขาผสมกับน้ำส้มโอ เปรี้ยวหวานละมุนๆ แต่งด้วยผักชีลาว ซึ่งแน่นอน–เพิ่งเด็ดสดๆมาจากสวนหน้าบ้านนั่นแล

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยหอยนางรมสด วันนี้ได้หอยคุมาโมโตะ มากับสาหร่ายโคมบุที่ดองวินิการ์และแอปเปิ้ลเขียวมาก่อนหน้า เข้ากันอย่างดีมาก ยิ่งได้แพริ่งกับสาเกยิ่งดีงามแบบต้องประหลาดใจ อะไรมันจะเกิดมาเพื่อคู่กันขนาดนี้

บางคนคิดว่าอาหารจานแรก จานกินเล่นนี่ไม่สำคัญ แต่เราคิดว่ามันเหมือนเป็นการเปิดตัว ถ้าจานแรกกินแล้วไม่ว้าว จานต่อไปเราก็จะกล้าๆกลัวๆ แต่ถ้าจานแรกเปิดมาเปรี้ยงปัง อะไรๆก็ดูดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

 

Freebird-33

แคร็กเกอร์อูนิ ของกินเล่นที่ต้องบอกว่าแปลกแหวกแนว และอร่อยจริงจัง ตัวแคร็กเกอร์ทำจากแฟล็กซ์ซีด รองพื้นด้วยเนยพาร์มีซานที่ทำออกมาเป็นเนื้อครีม และหอยเม่น แต่งหน้าด้วยสาหร่ายพวงองุ่น ทั้งรสชาติและรสสัมผัสได้ใจไปเต็มๆ

Freebird-37

Shaved squid with oyster cream, cucumber juice and seaweed butter ปลาหมึกหั่นชิ้นยาวเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยว ส่วน oyster cream นั้นเชฟทำจากหอยนางรมสด

Freebird-41

นอกจากจานเรียกน้ำย่อยแล้ว เขายังมีจานกินเคียง เช่นสลัด ซึ่งล้วนแต่แปลกตา และใช้วัตถุดิบที่น่าสนใจ เช่นชีสริค็อตต้าคลุกกับบีทรูททั้งดิบและย่าง มะเขือเทศกับโหระพา กินกับโยเกิร์ตทำเป็นก้อนคล้ายเต้าหู้ (เชฟทำเอง) และน้ำสลัดกัสปาโชรสออกเปรี้ยว ดอกกะหล่ำทั้งหัวมากับซ้อสมิโซ ลูกเกด โรยพาร์มีซาน ผักต่างๆเชฟพยายามเลือกที่มีอยู่ในบ้านเรามาปรับใช้ และดูเหมือนจะชื่นชอบใบบัวบกเป็นพิเศษ นำมาเป็นส่วนหนึ่งของอาหารหลายๆจานทีเดียว และจานสลัดหลายๆจานก็เหมาะสำหรับผู้รับประทานผักอย่างเดียว งดเว้นเนื้อสัตว์ต่างๆ

IMG_7798

จานหลักที่น่าสนใจคือคอหมูคูโรบูตะ สโลว์คุ้กจนนุ่ม.. น้ำเกรวี่ที่ราดมามีส่วนผสมของมิโซ ให้ความเค็มมัน โรยหน้ามาด้วยโหระพา ใบบัวบก และสาหร่ายวากาเมะ

IMG_7787

ปลา Ocean Trout ขนาด 600 กรัม สามารถแบ่งรับประทานได้ 2-3 คน จานนี้ก็ดีมาก ดีตรงที่เชฟย่างแบบเนื้อนุ่ม หนังกรอบ ไล้เนยสาหร่ายมาเบาๆ

มาถึงของหวานค่ะ ไม่ใช่อร่อยอย่างเดียว แต่หน้าตาก็ประดิษฐ์ประดอยมาราวกับงานศิลป์ ส่วนผสมต่างๆก็ชวนให้ขบคิดว่าทำมาจากอะไร รสชาติมันเหมือนอันนี้แต่หน้าตามันไม่ใช่ ความรู้สึกเหล่านี้ต้องไปสัมผัสเองค่ะ

Freebird-44

เราลอง Peach tart with ginger beer, dried grape and pumpkin seed crumble ทาร์ทพีชกินกับไอศครีมขิง รองด้วยองุ่นแห้งและเมล็ดฟักทอง โอ๊ย เฮลธ์ตี้จะตายไปค่ะ

ที่ฟรีเบิร์ด ถ้าอยากจะลองรับประทานหลายๆอย่าง สามารถสั่งแบบ A Taste of Freebird ได้ และเลือกได้ว่าจะรับหรือไม่รับของหวาน (รับเถอะค่ะ มันดีจริงๆ)

จันทร์ถึงศุกร์เปิดเฉพาะอาหารเย็น ตั้งแต่ห้าโมงครึ่งเป็นต้นไป แต่เสาร์อาทิตย์บริการอาหารกลางวันด้วยค่ะ โทร. 0-2662-4936