“Cortisol” ฮอร์โมนจอมเครียด ภัยเงียบใกล้ตัวคุณ

ดิฉัน / LIFESTYLE / “Cortisol” ฮอร์โมนจอมเครียด ภัยเงียบใกล้ตัวคุณ

 

หากจะพูดถึงเรื่องของฮอร์โมนจริงๆจังๆแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องเข้าใจยากอย่างที่คิดหรอกนะคะ เพราะอย่างเจ้าฮอร์โมน “Cortisol” ตัวนี้ หรือหลายคนรู้จักกันดีในชื่อของ “ฮอร์โมนความเครียด” ที่จะหลั่งเข้าสู่ร่างกายออกมาในปริมาณมาก เมื่อสภาพร่างกายหรือจิตใจของเรานั้น อยู่ในสภาวะเครียดหรือกดดัน เช่นเวลาที่เราเจอความเครียดจากการทำงาน การออกกำลังกายที่หนักมากเกินไป การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการอดอาหาร ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ทำให้ปริมาณฮอร์โมนตัวนี้สูงขึ้นทั้งนั้นค่ะ

 

8.204 MB, 301 dpi, 209 x 320 mm, Frau hält sich verzweifelt Ohren zu, auf der Straße, Bild verwackelt. Laerm, Lärm, Stadtlaerm, Stadtlärm, Straßenlärm, Strassenlaerm, Strasse, zuhalten, verzweifeln, stoeren, stören, Verzweiflung, Aerger, Ärger, veraergert, verärgert, Frauen, ohrenbetaeubend, ohrenbetäubend, laut, Umweltaerger, Umweltärger, gestresst, Stress, Symbolik, symbolisch, Nahaufnahme, nah | close up, close-up, closeup / ohne Model- und Personenrelease, vor Verwendung Freigabe einholen, es gelten unsere AGB, Nutzung nur gegen Honorar - Höhe nach Vereinbarung, Jalag-Syndication.de Tel. +49 (0)40 2717-2021 oder -2023.

 

กล่าวมาขนาดนี้ อย่าเพิ่งตกใจกันไปนะคะ เพราะประโยชน์ของเจ้าฮอร์โมนตัวนี้ก็มีมากกว่าที่คิด เพราะโดยปกติแล้ว Cortisol จะทำหน้าที่ควบคุมความดันโลหิต และภูมิต้านทานต่างๆของร่างกาย รักษาระดับอินซูลินในเลือด และยังควบคุมการเผาผลาญพลังงานได้อีกด้วย แต่เมื่อไหร่ที่ร่างกายของเรามีฮอร์โมน Cortisol ในร่างกายมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายซึ่งอาการที่เด่นชัดที่สุดก็คือ อาการปวดกล้ามเนื้อ ต่างๆ นั่นเอง

 

รู้อย่างนี้แล้ว ใครๆก็อยากจะเลี่ยงเพื่อไม่ให้มีฮอร์โมนตัวนี้มากเกินไปกันทั้งนั้น ใช่ไหมคะ แต่ความเครียด ก็ไม่ใช่อะไรที่เราจะห้ามกันได้ง่ายๆ เรื่องแบบนี้ ต้องอยู่ที่เราแล้วล่ะค่ะ ว่าจะหาวิธีอะไรเพื่อจัดการกับความเครียดให้ได้มากที่สุด เพราะการปล่อยให้ร่างกายของเรามีเจ้าฮอร์โมนตัวนี้มากเกินไป ย่อมไม่ส่งผลดีแน่นอน แถมยังทำให้เสียสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย และเสี่ยงกับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่จะตามมา โดยเฉพาะคนที่การนั่งอยู่กับที่นานๆ โดยที่ไม่มีการยืดกล้ามเนื้อจะทำให้กล้ามเนื้อได้รับภาระหนักอยู่ตลอด ประกอบกับปริมาณ Cortisol ที่เพิ่มขึ้น ก็จะกลายเป็นที่มาของอาการปวดหลังต่างๆ หรือที่เราเรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม นั่นเอง

 

 

Close-up of worried woman wearing white sunglasses and pink lipstick, hands on forehead

ส่วนผู้ที่ออกกำลังกายในระหว่างที่เราออกกำลังกายไปสักระยะหนึ่ง (ประมาณ 45 นาทีขึ้นไป) ร่างกายจะมีระดับฮอร์โมน Cortisol อยู่ในปริมาณที่ค่อนข้างสูงซะอย่างนั้น เราจึงควรรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนหลังจากออกกำลังกายเพื่อควบคุมระดับ Cortisol ให้เหมาะสม แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนักในการออกกำลังกายด้วยนะคะ

เพราะการออกกำลังกายอย่างหนักมากจนเกินไปจะทำให้เราเสียสุขภาพแทนที่จะได้ประโยชน์ และข้อสำคัญก็คือเราจะต้องรู้จักประมาณขีดจำกัดของตัวเอง และออกกำลังกายให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดอาการปวดเมื่อยหลังมีการใช้งานอย่างหนักมากเกินไป นอกจากนี้เรายังสามารถใช้การบริหารท่ายืดกล้ามเนื้อก่อนและหลังออกกำลังกายก็จะช่วยป้องกันกล้ามเนื้ออักเสบได้ รวมไปถึงการใช้ยานวดคลายกล้ามเนื้อ ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน

ดังนั้น หากเราต้องการรักษาระดับฮอร์โมน Cortisol ให้อยู่ในระดับปกติ โดยไม่สูงมากจนเกินไป สามารถทำได้ไม่ยากเลยค่ะ แค่ดูแลสภาพร่างกายและจิตใจของเราให้ดี รับประทานอาหารให้เหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงสภาวะที่ต้องพบเจอกับความเครียด หรือหาตัวช่วยดีๆ อื่นๆที่ช่วยลดระดับฮอร์โมนตัวนี้ได้ แค่นี้เราก็มีสุขภาพดีหายห่วงกันได้แล้วล่ะค่ะ

 


Source: www.restergroup.com | www.facebook.com/ResterMassageChair/