บริหารสมอง ผ่อนคลายความเครียด ลดเสี่ยงอัลไซเมอร์

ดิฉัน / LIFESTYLE / บริหารสมอง ผ่อนคลายความเครียด ลดเสี่ยงอัลไซเมอร์

 

โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่ง ที่พบได้ ร้อยละ 65 ของโรคสมองเสื่อมทั้งหมด เป็นความผิดปกติของสมองที่เกิดขึ้นช้าๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ ส่งผลให้ความสามารถของสมองลดลง โดยเฉพาะการจดจำ ความเฉลียวฉลาด การใช้เหตุผล การใช้ภาษา การคิดคำนวณ ตลอดจนอาจมีอาการทางจิตประสาทร่วมด้วย เช่น ซึมเศร้า หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนขึ้นๆลงๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการทำงาน ครอบครัว หรือการใช้ชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน

 

A young brunette woman with her hands on her forehead

 

สาเหตุคืออะไร

สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับทั้งปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ อายุที่มากขึ้น ส่วนใหญ่จะเริ่มเป็นเมื่ออายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งพบได้ร้อยละ 10 ขณะที่พบถึงร้อยละ 50 ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 85 ปี หลายการศึกษาพบโรคนี้ในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย หรือ ผู้มีประวัติผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในครอบครัว มีประวัติอุบัติเหตุทางสมองหรือการเจ็บป่วยบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านจิตใจ เช่น โรคซึมเศร้า โรคจิตเภทและดาวน์ซินโดรม หรือทางด้านร่างกาย เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ โดยเฉลี่ยผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะเสียชีวิตในเวลาประมาณ 8-15 ปี จากการมีโรคหรือภาวะแทรกซ้อน ที่พบบ่อยได้แก่ การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจหรือในกระแสเลือด อุบัติเหตุหรือหลงทางไม่สามารถกลับบ้านได้

 

สัญญาณเตือนในการเป็นโรคอัลไซเมอร์

  • หลงลืมบ่อยๆ ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้ มักถามคำถามซ้ำๆ นึกคำหรือประโยคที่จะพูดไม่ออก
  • สับสนเรื่องเวลา สถานที่ จำบุคคลที่เคยรู้จักไม่ได้ หงุดหงิดฉุนเฉียว หวาดระแวง หรืออาจดูซึมเศร้าหรือเฉยเมย โดยจะมีอาการเหล่านี้มากขึ้นจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันตามปกติได้

ดังนั้น หากสงสัยว่าคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ มีอาการเช่นนี้ ควรรีบนำมาพบแพทย์ระบบประสาทหรือจิตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโรคอัลไซเมอร์โดยด่วน เพื่อตรวจวินิจฉัย ทดสอบสมรรถภาพของสมอง รวมถึงวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

Designed by Lyashenko - Freepik.com

Designed by Lyashenko – Freepik.com

 

ระดับการรักษา

ในปัจจุบันยังไม่มียาเฉพาะที่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายได้ มีเพียงการใช้ยาเพื่อเพิ่มระดับสารสื่อประสาทในสมองที่ช่วยเพิ่มความจำให้ดีขึ้นและลดปัญหาด้านพฤติกรรมที่เกิดจากตัวโรค แต่อาจพบผลข้างเคียงได้บ้าง เช่น คลื่นไส้ ปวดท้องนอนไม่หลับ วิงเวียน ปวดศีรษะ การใช้ยากลุ่มนี้ร่วมกับการรักษาแบบประคับประคอง จึงอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เช่น การกระตุ้นให้ผู้ป่วยระลึกเหตุการณ์ในอดีต เพื่อลดภาวะซึมเศร้าและทบทวนความจำ การกระตุ้นให้ออกกำลังกาย และการบริหารสมองตามศักยภาพของผู้ป่วยแต่ละราย  นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

 

ด้าน นพ.ธิติพันธ์ ธานีรัตน์ ผอ.ศูนย์สุขภาพจิตที่ 11 กล่าวเสริมว่า  การดูแลผู้ป่วย สิ่งสำคัญที่สุด คือ การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทั้งตัวโรคและตัวผู้ป่วย การให้ความรัก ไม่ถือโทษหรือข่มขู่ ให้ความดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด โดยผู้ดูแลต้องเข้าใจและสามารถรับมือกับอาการและอารมณ์ผิดปกติของผู้ป่วยได้ รวมทั้ง ร่วมมือกับแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น ดูแลอาหารการกิน โดยเน้นกลุ่มผักผลไม้และเนื้อปลา กระตุ้นให้ผู้ป่วยดูแลตนเองให้ได้มากที่สุด เช่น การทำความสะอาดร่างกาย ใช้อุปกรณ์ที่คุ้นเคย ส่งเสริมให้ออกกำลังกายอย่างจริงจัง อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน จัดสถานที่ให้อากาศถ่ายเท จัดสิ่งแวดล้อมโดยคำนึงถึงความปลอดภัย ตลอดจนเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนของโรคอัลไซเมอร์ เช่น การสำลักอาหาร อุบัติเหตุจากน้ำร้อน การติดเชื้อในปอดหรือการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะจากภาวะติดเตียง เป็นต้น ในส่วนของกิจกรรมที่ควรจัดให้กับผู้ป่วยเพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูการทำงานของสมอง เช่น การทายภาพคิดบวกเลข เล่นเกมส์ง่ายๆ ที่หลากหลาย ฯลฯ

 

นอกจากนี้ ผู้ดูแลก็ควรใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองด้วย เพราะการดูแลผู้ป่วยนานๆ อาจทำให้เกิดความเครียดได้ จึงควรหาเวลาผ่อนคลายให้กับตนเองเช่นกัน และ แม้ว่า โรคอัลไซเมอร์ยังไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ รู้สึกมีคุณค่า มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นให้สมองทำงานอย่างต่อเนื่องเต็มศักยภาพ ซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยป้องกันสมองเสื่อมได้เป็นอย่างดี โดยอาจสนับสนุนให้ผู้สูงอายุทำงานที่มีรายได้ตามศักยภาพ หรืออาจทำงานที่ไม่มีรายได้แต่สามารถคงการทำหน้าที่ของสมองด้านต่างๆ ไว้ อย่างเช่นการเป็นอาสาสมัคร หรือทำงานอดิเรกต่างๆ  เช่น เย็บปักถักร้อย ทำสวน สร้างสรรค์งานศิลปะ วาดภาพ ระบายสี เป็นต้น

 


เรียบเรียง: Believe
Source: บทความประชาสัมพันธ์ กรมสุขภาพจิต