สวยไม่แคร์วัย! เคล็ดลับบอกลา “ตีนกา” ด้วย 5 วิธีง่ายๆ

ดิฉัน / BEAUTY / สวยไม่แคร์วัย! เคล็ดลับบอกลา “ตีนกา” ด้วย 5 วิธีง่ายๆ


หลายคนอาจสงสัย? อายุยังไม่ทันเท่าไหร่ แต่ทำไมริ้วรอยหางตาถึงเริ่มมาเยี่ยมเยียนบนใบหน้าฉันได้!! แต่…อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ วันนี้ “ดิฉัน” จะมาไขข้อสงสัย พร้อมบอกเคล็ดลับ สวยไม่แคร์วัย! บอกลา “ตีนกา” ด้วย 5 วิธีง่ายๆ มาฝากทุกคนกัน

An older and young woman standing opposite each other

รอยตีนกา หรือ ริ้วรอยหางตา (Crow’s feet) การที่เราแสดงสีหน้าและการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ซ้ำ ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการหัวเราะ การยิ้ม การพูดคุยระหว่างวัน รวมไปถึงความเครียด ก็ล้วนแต่เป็นสาเหตุทำให้ใบหน้าของเราเกิดริ้วรอยได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหางตาและช่วงระหว่างคิ้วทั้งสองข้าง เพราะเมื่อนานวันเข้า ริ้วรอยเหล่านี้จะค่อย ๆ ชัดและลึกลงเรื่อย ๆ และคงอยู่ให้เห็นบนใบหน้า จนทำให้เราอาจรู้สึกว่าตัวเองแก่ก่อนวัยอันควร ทำให้ขาดความมั่นใจ จนไม่กล้าที่จะแสดงออกทางสีหน้า แต่อย่าเพิ่งกังวลใจไปค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้มีวิธีลบรอยตีนกาที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีวิธีไหนที่ช่วยป้องกันและรักษารอยตีนกาได้บ้าง ??

 

1. ดูแลตัวเองก่อนเสมอ 

ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันและรักษารอยตีนกาที่คุณไม่ควรละเลย ไม่ว่าจะเป็นการ

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรืออาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเป็นประจำ ที่พบได้มากในผักและผลไม้ เช่น กล้วย มะเขือเทศ ส้ม ฯลฯ รวมไปถึงผักผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนสูงอย่างตำลึง ผักบุ้ง ฝรั่ง ฯลฯ ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวของคุณนั้นอ่อนเยาว์ขึ้นได้จากภายใน
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ผิวดูกระชับและเต่งตึง
  • ทำอารมณ์และจิตใจให้รื่นเริงแจ่มใส แต่อย่ายิ้มหรือหัวเราะมากจนเกินไปค่ะ
  • ไม่ขยี้ตาหรือถูตาบ่อย ๆ เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยได้
  • หลีกเลี่ยงมลภาวะเป็นพิษต่าง ๆ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะถ้าผิวรอบดวงตาขาดความชุ่มชื้น ความแห้งกร้านและริ้วรอยเหี่ยวย่นก็จะมาถามหาคุณได้,
  • ไม่สูบบุหรี่ เพราะสารพิษในบุหรี่จะทำให้ผิวคล้ำเหลือง แห้งกร้าน อีกทั้งยังรบกวนกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของเซลล์ไม่ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่ปัญหาเรื่องริ้วรอยลึกหรือรอยตีนกาทั้งหลาย
  • ไม่นอนดึก เพราะการนอนดึกคือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอย
  • นอนหงายให้เป็นนิสัย ไม่นอนตะแคงหรือนอนคว่ำ เพราะจะทำให้ผิวหน้าเกิดรอยย่นได้
  • ปกป้องดวงตาจากแสงแดด เพราะแสงแดดจะเป็นตัวขัดขวางการสร้างคอลลาเจนในผิว จนทำให้ผิวรอบดวงตาที่มีคอลลาเจนและอีลาสตินที่น้อยอยู่แล้วยิ่งแย่ไปใหญ่ ดังนั้นควรหันมาปกป้องดวงตาทุกครั้งก่อนการออกแดดด้วยการทาครีมกันแดดและสวมใส่แว่นกันแดดอยู่เสมอ รวมไปถึงการระวังแสงจากจอคอมพิวเตอร์ที่อาจสว่างมากเกินไปจนทำให้ต้องหรี่ตาทั้งวัน ถ้าไม่อยากให้ตีนกามาเยือน ก็ควรปรับแสงให้น้อยลงและเหมาะสม

 

2. ทำทรีทเม้นท์

นอกจากการดูแลตัวเองแล้วการทำทรีทเม้นท์ก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน ถ้าคุณไม่ยุ่งมากจนเกินไปนักก็ขอให้ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ซึ่งก็มีอยู่หลายสูตรด้วยกัน เช่น

  • ออยล์หรือน้ำมัน ให้คุณเลือกใช้น้ำมันจากธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวดูสดใสเต่งตึง เช่น ใช้น้ำมันละหุ่งและน้ำมันงาอย่างละ 1 ช้อนชา นำมาผสมให้เข้ากัน แล้วใช้ส่วนผสมดังกล่าวนี้ลูบไล้ให้ทั่วใบหน้าก่อนเข้านอน
  • อะโวคาโดและอัลมอนด์ ทั้งสองอย่างนี้จะอุดมไปด้วยน้ำมันที่สามารถช่วยบำรุงให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ โดยให้คุณใช้อัลมอนด์ป่น 3 ช้อนชา นำมาผสมกับเนื้ออะโวคาโดสุกครึ่งผล ผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกบริเวณที่มีปัญหาริ้วรอยหรือรอยตีนกาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างออก
  • ผลไม้ตระกูลซิตรัส หรือกลุ่มผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว จะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้ โดยตัวอย่าง ให้คุณใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำส้ม 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาชโลมทิ้งไว้รอบดวงตาประมาณ 10 นาที แล้วจึงล้างออก หากทำเป็นประจำจะช่วยทำให้ริ้วรอยที่เป็นอยู่ดูจางลงได้
  • ใบบัวบก สมุนไพรลดรอยตีนกา มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน วิธีนี้ให้คุณนำใบบัวบกสด ๆ มาคั้นหรือปั่นกรองเอาแต่น้ำ แล้วใช้สำลีชุบน้ำใบบัวบกที่ได้นำมาทาใต้ตาหรือทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก ให้ทำทุกวันก่อนนอน
  • แตงกวา ให้คุณใช้แตงกวาผลโตสักหน่อยนำมาหั่นเป็นแว่นบาง ๆ 2 แว่น แล้วนำมาปิดทับลงบนเปลือกตาทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วจึงค่อยนำแตงกวาออก โดยให้ทำอย่างน้อยเดือนละ 3 ครั้ง ก็จะช่วยทำให้ผิวรอบดวงตาชุ่มชื้นขึ้นและริ้วรอยรอบดวงตาดูจางลงได้
  • ไข่ขาว ให้คุณใช้ไข่ขาว 1 ฟอง นำมาตีให้ฟู แล้วจุ่มสำลีลงไป หรือจะใช้นิ้วจุ่มไข่ขาวแล้วนำมาทารอบดวงตาให้ทั่วรวมถึงบริเวณโหนกแก้มใต้ตาด้วย ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นชโลมหน้าด้วยน้ำสะอาด แล้วเช็ดออกด้วยสำลีชุมน้ำเย็น ซึ่งวิธีนี้จะช่วยทำให้ผิวรอบดวงตาของคุณกระชับขึ้นแบบสุด ๆ เลยล่ะ

 

3. สครับผิวซะบ้าง

การสครับผิวเป็นวิธีการกำจัดเซลล์ผิวหนังที่อยู่ชั้นบนที่ตายแล้วออกไป จึงช่วยเผยผิวใหม่ที่สดใสกว่าให้ขึ้นมาแทนที่ รวมทั้งยังช่วยทำให้ริ้วรอยดูจางลงและตื้นขึ้นได้ด้วย

 

4. ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาเป็นประจำทุกวัน

A woman with eye cream on her face

เคล็ดลับลบรอยตีนกาที่หลาย ๆ คนมองข้าม โดยให้คุณเลือกใช้ใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ อย่างอายครีมที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอน เพราะมันสามารถช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ได้นาน ผิวรอบดวงตาของคุณจะดูนุ่มนวล ยืดหยุ่น และมีชีวิตชีวามากขึ้น หรือจะเลือกใช้ครีมต้านริ้วรอย ที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระอย่างสารสกัดจากเมล็ดองุ่น วิตามินซี วิตามินเอ ชาเขียว ถั่วเหลือง หรือเมล็ดกาแฟ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์เกิดการเสื่อมสภาพจนเกิดริ้วรอยก็ได้

 

 

5. เลเซอร์รักษารอยตีนกา

หากประโคมอายครีม ทานนู้นนี่กันสุดฤทธิ์แล้ว ริ้วรอยก็ยังไม่หาย งานนี้ก็คงต้องเลเซอร์กันหน่อย เพราะการเลเซอร์จะเป็นการรักษาที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน โดยการรักษาด้วยวิธียิงเลเซอร์นั้น จะถูกส่งลงบนผิวหนังหลาย ๆ ครั้งจนกระทั้งถึงผิวหนังชั้น Dermis ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้รอยย่นที่ลงลึกค่อย ๆ จางลง เห็นผลได้ดีกับริ้วรอยที่ไม่ลึกมากนัก แต่การทำเลเซอร์จะค่อนข้างเห็นผลช้าอย่างน้อยประมาณ 2-3 เดือน และจำเป็นต้องทำซ้ำกันหลาย ๆ ครั้ง

 

จากที่กล่าวมา สาวๆเห็นไหมคะว่า การรักษารอยตีนกานั้น จะต้องเริ่มจากการดูแลตัวเองให้ได้ก่อน หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง บำรุงผิวรอบดวงตาด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นประจำ ทำทรีทเม้นท์บ้างสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหารอยตีนกาตื้น ๆ ได้ ยังไงก็ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปฏิบัติและเลือกใช้กันดูค่ะ รับรองได้เลยว่า คุณจะมีผิวรอบดวงตาที่เต่งตึง แบบที่กาตัวไหนก็ไม่บินมาฝากรอยเท้าเอาไว้ได้อีกเลย

 


Source: medthai.com/