6 หวาน อาหารเป็นยา

ดิฉัน / STORY / 6 หวาน อาหารเป็นยา

ที่โบราณท่านว่าหวานมากไม่ค่อยมีประโยชน์นั้นถูกอย่างยิ่งครับ เพราะอาหารที่จะนำมาเสนอให้ท่านที่รักต่อไปนี้แม้จะหวานก็จริงแต่ก็ไม่ได้หวานจัดหรือหวานล้วนๆจนปราศจากรสอื่น ของแทนหวานจากน้ำตาลทั่วๆไปดังที่ว่ามีต่อไปนี้ครับ

shutterstock_112662287-1
1. น้ำผึ้ง โดยเฉพาะชนิดที่มาจากดอก ‘มานูกา (Manuka)’ เป็นน้ำผึ้งที่ว่ามีฤทธิ์ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ ซึ่งที่จริงแล้ว
ในน้ำผึ้งทั่วไปที่เรารับประทานอยู่ก็มีฤทธิ์นี้ครับ ช่วยสกัดเชื้อได้ โดยข้อแม้คือต้องเป็นน้ำผึ้งแท้นะครับ มีการศึกษาทางคลินิกพบว่ามันช่วยยับยั้งเชื้อดื้อยาทั้งประเภท MRSA, MSSA และ VRE เชื้อที่ว่านี้ เป็นเชื้อแรงที่มีอยู่ตามโรงพยาบาลครับจึงนำมาใช้ฆ่าเชื้อแผลได้
2. ไซลิทอล น้ำตาลสุขภาพผลิตขึ้นมาแทนความหวานจากน้ำตาลทั่วไป ช่วยไล่เชื้อจากเหงือกและฟัน ทำให้สุขภาพช่องปากดีมากครับ ท่านอาจหาไซลิทอลบริโภคได้ในรูปหมากฝรั่ง ลูกอมดับกลิ่นปากและอีกมาก การกินที่ดีคือไม่ควรถี่มากเพราะทำให้ปากติดรสหวานได้เหมือนกัน สัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้งก็เพียงพอแล้ว
3. โยเกิร์ต เป็นอาหารธรรมชาติที่มีรสหวานปะแล่มด้วยผ่านกระบวนการหมักจนน้ำตาลนมเปลี่ยนเป็นอณูย่อยลงแต่ก็เป็นความหวานที่ปลอดภัยตราบใดที่ท่านยังเลือกโยเกิร์ตหมักรสธรรมชาติไม่มีผลไม้เชื่อมหรือแยมใส่เพื่อให้ออกรสหวาน การกินโยเกิร์ตให้เหมาะกับสุขภาพคือกินสักวันละ 1 ถ้วยเล็กที่เขาขายกันก็พอแล้วครับ
4. หญ้าหวาน ทดแทนน้ำตาลได้ดี ในท่านที่มีเบาหวานพักอาศัยในกาย เพราะเคมีให้ความหวานในหญ้านี้คือ ‘สตีวิโอไซด์ (Stevioside)’ เป็นของที่ให้ความหวานกว่าน้ำตาลถึง 2-300 เท่า แต่ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้น หญ้าหวานนี้ช่วยบำบัดแผลติดเชื้อ ลดอักเสบ เหมาะกับผู้ต้องการคุมน้ำหนักและผู้รักสุขภาพด้วยครับ
5. ข้าวหมาก ข้าวเหนียวสุก น้ำและลูกแป้ง ดูช่างเป็นส่วนประกอบธรรมดาแท้ๆแต่พอเอามารวมกันแล้วหมักได้ที่ กลับได้ของกินอันโอชารส มีทั้งเชื้อโพรไบโอติกส์ช่วยไล่เชื้อไม่ดีในลำไส้ ได้ความหวานฉ่ำจากแป้งที่ผ่านการย่อยมาแล้ว แล้วยีสต์ที่หมักยังให้วิตามินบี 12 ในรูปที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้อีก นับเป็นซูเปอร์ฟู้ดแบบไทยๆโดยแท้
6. ชะเอม มีหลักๆอยู่ไม่กี่พันธุ์ ส่วนของมันที่ช่วยให้รสหวานอยู่ที่ราก ชาวกรีกจึงเรียกพืชชนิดนี้ว่า ‘รากหวาน’ ส่วนคนจีนแต้จิ๋วเรียก ‘กำเช่า’ มีเคมีสำคัญชื่อ ‘กลีเซอร์ไรซิน (Glycerrhicin)’ ช่วยรักษาแผลติดเชื้ออย่างตามผิวหนังหรือในกระเพาะอาหาร ช่วยลดอาการตับอักเสบและยังมีฤทธิ์ช่วยทุเลาอาการแพ้ต่างๆได้ด้วย

ทั้งหกอาหารที่มีรสหวานที่กล่าวถึงนี้ จัดเป็น ‘หวานประหาร’ ครับ เพราะมันช่วยไล่เชื้อโรคอันตรายจากร่างกายเราได้ ยังมีติดใจในเรื่องน้ำผึ้งอีกนิดครับ คือในการศึกษาตีพิมพ์ใน Otolaryngology Head Neck Surgery เมื่อปี ค.ศ.2009 นี้เองว่าไว้ในผู้ป่วยโรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง (Chronic Rhinosinusitis, CRS) เมื่อใช้น้ำผึ้งในการฆ่าเชื้อโรคไซนัส ผลปรากฏว่าเชื้อผู้ร้ายสำคัญ 2 ชนิดคือ Staphylococcus aureus กับ Pseudomonas aeruginosa ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงถือเป็นนิมิตหมายอันดีของผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้และไซนัส เพราะในโลกนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อถึงราว 31 ล้านคน

กินยามากก็ขมขื่น ฝืนกินหวานเป็นยาบ้างก็ดีนะครับ


เรื่อง: น.พ.กฤษดา ศิรามพุช  คอลัมน์ รู้ไว้ใช่ว่า นิตยสารดิฉัน