พระอัจฉริยภาพ “ในหลวง” กับงานออกแบบส่วนพระองค์ : เรือใบ

ดิฉัน / STORY / พระอัจฉริยภาพ “ในหลวง” กับงานออกแบบส่วนพระองค์ : เรือใบ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยงานศิลปะและการออกแบบสิ่งประดิษฐ์มาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงโปรดการคิดค้น และออกแบบสร้างสิ่งประดิษฐ์ของเล่นต่างๆอย่างสร้างสรรค์ด้วยพระองค์เอง โดยมีห้องปฏิบัติงานภายในพระตำหนักวิลลาวัฒนา ขณะทรงศึกษาที่นครโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

หนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่แสดงพระอัจฉริยะภาพของพระองค์คือ เรือใบฝีพระหัตถ์ ที่พระองค์ซึ่งคิดค้นขึ้นด้วยหลักทางวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เรือใบฝีพระหัตถ์ที่สำคัญมี ๓ ประเภท ได้แก่

1. เรือใบประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์ (International Enterprise Class),

2. เรือใบประเภทโอเค (International OK Class)

3. เรือใบประเภทม็อธ (International Moth Class) โดยเฉพาะ “เรือใบมด” “เรือใบซูเปอร์มด” และ “เรือใบไมโครมด” ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย เพราะเป็นเรือที่ทรงออกแบบเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ

 

aHR0cDovL3BlMS5zMXNmLmNvbS9zcC8wL3VkLzcwLzM1MTgwNS9uMi5qcGc=

 

พระองค์ทรงศึกษาแบบแปลนข้อบังคับของเรือแต่ละประเภทจากตำราต่างๆทั่วโลก จนเชี่ยวชาญและทรงประดิษฐ์ขึ้นด้วยความละเอียดชนิดที่เรียกว่า วัดเป็นมิลลิเมตร เรือที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงต่อขึ้น จึงเป็นเรือที่สมบูรณ์แบบ ทรงมีเทคนิคพิเศษในการทรงงานต่อเรือใบ อาทิ วิธีเจาะช่องบนของกราบเรือเพื่อใส่คานของดาดฟ้า โดยทรงเลื่อยสองข้างแล้วทรงเอาสิ่วจรดให้ถูกมุม ใช้ค้อนตอกครั้งเดียวก็ใช้การได้ ทรงอธิบายว่าวิธีนี้นอกจากจะรวดเร็วแล้ว ยังทำให้ทราบว่าชิ้นส่วนของไม้ตอนนั้นมีตำหนิหรือไม่ถ้ามีก็จะแตกเสียก่อน
4595_3_18122006095347

4595__18122006095347

4595_2_18122006095347

 

เรือใบฝีพระหัตถ์ลำแรกทรงต่อเมื่อเดือนธันวาคม พุทธศักราช 2507 เป็นเรือใบประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์ พระราชทานชื่อว่า ราชปะแตน ต่อมาในพ.ศ. 2508ทรงต่อเรือใบประเภท โอ.เค. พระราชทานชื่อว่า นวฤกษ์ และ เวคา หรือ VEGA ที่มีความหมายถึงดวงดาวที่สว่างสุกใส ต่อมาทรงต่อเรือขึ้นมาอีกคือ เวคา ๑ เวคา ๒ และเวคา ๓

นอกจากนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงคิดค้นออกแบบและสร้างเรือใบขึ้นมาประเภท หนึ่ง พระราชทานชื่อว่า เรือใบแบบมด (Mod) ซึ่งได้ทรงจดสิทธิบัตรไว้ที่ประเทศอังกฤษ

หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงค้นพบว่า เรือใบแบบมดยังมีข้อผิดพลาดอยู่ เนื่อง ลำเรือมีขนาดใหญ่และตรงกลางป่องออกมากเกินไป จึงทำให้เรือแล่นได้ช้า ในเวลาต่อมาจึงทรงออกแบบเรือขึ้นใหม่ โดยปรับแต่งหัวเรือให้รูปทรงแบน เหมือนปลากระเบนเพื่อให้แล่นแหวกน้ำได้ดีขึ้น
20090205133913

 

เรือใบที่พระองค์ได้คิดพัฒนาขึ้นมาใหม่พระราชทานชื่อว่า เรือใบแบบซุปเปอร์มด เป็นเรือที่มีลักษณะเพรียว เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีร่างกายเล็กและน้ำหนักน้อย และเรือใบตระกูลมดลำสุดท้ายที่พระองค์ทรงออกแบบคือ เรือใบแบบไมโครมด ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักเล่นเรือใบทั้งหลาย เพราะเป็นเรือใบที่สามารถแล่นได้คนเดียว และการสร้างมีเงื่อนไขเพียงต้องใช้ไม้อัดขนาด 4×8ฟุต แผ่นเดียวเท่านั้น

เรือใบลำสุดท้ายที่ทรงออกแบบและต่อด้วยพระองค์เอง เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2510 คือ เรือโม้ก (MOKE) มีลักษณะผสมระหว่างเรือโอ.เค. และเรือซุปเปอร์มด โดยใช้อุปกรณ์เสาและใบของเรือโอ.เค. เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชกรณียกิจมากมายจึงมิได้ต่อ เรือใบอีก
4595_4_18122006095347

โดยเรือดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงออกแบบและทรงต่อขึ้นเมื่อ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2510 เป็นเรือต้นแบบของเรือประเภทมดที่ใช้แข่งขันกีฬานานาชาติ เป็นครั้งแรกในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ณ ประเทศไทย เมื่อเดือนธันวาคม และใช้ในการแข่งขันกีฬานานาชาติทุกๆครั้งที่แข่งในประเทศไทย ครั้งหลังสุดใช้ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ณ ประเทศไทย

คุณค่าของพระราชกรณียกิจด้านงานศิลปะการออกแบบใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้น นอกจากการที่แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ทางด้านศิลปะในพระองค์แล้ว สิ่งที่ปรากฏในแนวพระราชดำริหลายโครงการ ได้แก่ แนวคิดในเรื่องความพอเพียง แต่ที่สำคัญที่สุดได้แก่การประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย และเพื่อความเจริญของประเทศชาติ สมกับพระราชปณิธานขององค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นมหาชนก และพระธรรมิกราชาของพสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริง

 


Source: หนังสือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับงานศิลปะและการออกแบบ” มหาวิทยาลัยศิลปากร | http://news.pdamobiz.com/thailandnstfair-international-moth-class/ | www.manager.co.th