หน้าแตก

ดิฉัน / STORY / หน้าแตก
เห็นหัวเรื่องแล้วหลายคนอาจสงสัยว่าหน้าแตกไปเกี่ยวอะไรกับมารยาท เกี่ยวสิคะ เกี่ยวตรงวิธีจัดการกับตัวเองเมื่อ ‘หน้าแตก’ หรือการไม่ทำอะไรให้คนอื่นหน้าแตก ดิฉันเชื่อว่าเราทุกคนเคยหน้าแตกกันบ้างแน่ๆ ไม่มากก็น้อย แต่ถ้าหน้าแตกบ่อยๆ คงต้องกลับมามองตัวเองแล้วล่ะค่ะ

ผู้อ่านท่านหนึ่งเขียนมาเกี่ยวกับเรื่องนี้พอดี ทำให้นึกถึงตัวเอง เพราะดิฉันเองหน้าแตกบ่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องจำคนไม่ค่อยได้ ซึ่งคงไม่เกี่ยวกับวัยเพราะเป็นมานานก่อนถึงวัยความจำเสื่อมแล้วล่ะค่ะ

หน้าแตกเพราะโดนฉีก
ผู้อ่านเขียนมาเล่าว่า เธอมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง คบกันมานานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยอยู่ประถม พอขึ้นมัธยมเพื่อนคนนี้ก็ไปเรียนต่างประเทศ ส่วนเธอกับเพื่อนคนอื่นๆเรียนที่เมืองไทยจนจบ แล้วจึงไปต่อปริญญาโทต่างประเทศ แน่นอนว่าภาษาอังกฤษสู้เพื่อนคนนี้ ไม่ได้ แต่ก็พอพูดรู้เรื่อง ทำงานกับฝรั่งได้ เธอเล่าว่า เพื่อนคนนี้อะไรๆก็ดี เสียแต่เมื่อใดที่เพื่อนออกเสียงภาษาอังกฤษผิดๆ หรือใช้คำไม่ถูก ก็จะแก้ทันที แม้เวลาที่อยู่กับคนอื่นๆก็ไม่เว้น ทำให้หลายคนไม่พอใจที่เพื่อนไม่ไว้หน้ากัน มักฉีกหน้าอยู่บ่อยๆ เลยไม่ค่อยยอมไปไหนด้วย หรือแม้แต่เวลาอยู่ในกลุ่มก็ไม่อยากจะคุยด้วย บางคนถึงกับคิดจะเลิกคบกันเลย เธอบอกอีกว่าที่เขียนมาก็เผื่อว่าเพื่อนคนนี้จะได้อ่านคอลัมน์ของดิฉันแล้วเอาไปคิดบ้าง ก่อนจะเสียเพื่อน

ถ้าเป็นเพื่อนกันจริงๆ ก็น่าจะบอกเขาก็ได้นะคะว่า ไม่ควรทำแบบนี้ แต่ดิฉันว่าการกระทำแบบนี้ ถ้าทำด้วยความหวังดีจริงๆคงไม่ทำต่อหน้าคนอื่น แต่ถ้าทำโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนที่เรียกว่าเพื่อนน่าจะมาจากปมด้อยของเธอเอง บวกกับการไม่รู้จักมารยาทมากกว่า การจะเตือนใครนั้นย่อมทำได้ แต่ก็ควรทำด้วยความระมัดระวัง และรักษาหน้าเขาด้วย โดยเฉพาะต่อหน้าผู้อื่น

ในกรณีถูกฉีกหน้า ดิฉันว่าวิธีที่ดีที่สุดคืออย่าให้คำพูดนั้นมาทำให้ตัวเองรู้สึกต่ำต้อย หรืออับอายอะไร พยายามเอาอารมณ์ขันเข้ามาช่วย ด้วยการหัวเราะเยาะตัวเองจะดีที่สุด แล้วก็อย่าลืมหันไปขอบคุณคนเตือนเสียด้วย ว่าโดนฉีกหน้าแบบนี้ดีแล้ว จะได้ช่วยให้จดจำความผิดพลาดของตัวเองได้ดีขึ้น อาจช่วยให้เขารู้สึกตัวก็ได้ ว่าสิ่งที่ทำไปนั้นเป็นการฉีกหน้ากันเพราะเขาอาจไม่รู้ตัวก็ได้นะคะ ว่าได้ทำอะไรลงไป

ดิฉันเองก็เคยเห็นคนที่ชอบโชว์ความรู้ของตัวเองด้วยการยกตนข่มท่าน จะยกตัวเองอย่างไรก็ไม่ว่ากันหรอกค่ะ แต่ไม่จำเป็นจะต้องไปข่มคนอื่นเขา

shutterstock_492517552-1
ทำตัวเองหน้าแตก
ไม่ว่าจะหน้าแตกเพราะอะไร อยากขอแนะนำว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือการรับสารภาพผิดและขอโทษทันทีอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับตัวดิฉันเอง ความที่ไม่อยากบอกคนที่เข้ามาทักว่าจำเขาไม่ได้ ก็เสพูดไปว่า “ไม่ได้เจอกันนานแล้ว สบายดีหรือ” พูดจบเห็นเขาทำหน้างงๆ แล้วบอกว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเพิ่งแวะไปที่บ้านต่างจังหวัดของดิฉัน  ต้องสารภาพว่าหน้าแตกไม่เหลือชิ้นดีเลยล่ะค่ะ เพราะจำเขาไม่ได้ทั้งๆที่เพิ่งเจอกันหยกๆ ทางออกของดิฉันคือรีบขอโทษเขาและโทษความเป็นหญิง ส.ว. ของตัวเอง

อีกหนหนึ่ง เกิดขึ้นหลายปีมาแล้ว ในงานเลี้ยงใหญ่ที่ต่างประเทศ ดิฉันไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่เดินกลับที่นั่งรู้สึกเย็นๆข้างหลัง ก็เอามือไปแตะ ปรากฏว่าชายกระโปรงติดอยู่กับขอบถุงน่อง เปิดโล่งโจ้งเลยล่ะค่ะ ดีนะคะที่ไม่ได้ใส่ถุงน่องขาดหรืออะไรทำนองนั้น ทั้งๆที่อายสุดอาย แต่ก็พยายามตีหน้าเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วรีบดึงชายกระโปรงลงทันที นึกน้อยใจนิดๆว่าขณะเดินผ่านคนตั้งหลายคน ไม่ยักมีใครสักคนที่มีน้ำใจเตือนเราเลย ที่เขาไม่เตือนก็คงเพราะเกรงใจ กลัวจะหน้าแตก แต่ถ้าสะกิดให้รู้ตัวสักหน่อยก็จะดี หน้าแตกกับคนๆเดียวหรือไม่กี่คนยังดีกว่าหน้าแตกกับคนเกือบครึ่งห้อง ถ้าเห็นแบบนี้ เช่น ใครลืมดึงซิปกางเกง มีอาหารติดฟัน อะไรทำนองนี้แค่เอามือแตะที่ซิป หรือที่ฟันของเราเอง เขาก็จะรู้ตัวไม่น่าจะเกรงใจจนเกินเหตุ ปล่อยให้เขาต้องหน้าแตกไปยิ่งกว่านั้น

อันที่จริง หน้าแตกบ้างก็ไม่เสียหายอะไรนักหรอกค่ะ โดยเฉพาะถ้ามีอารมณ์ขัน จะได้มีเรื่องมาเม้าท์ให้เพื่อนๆกับลูกหลานได้หัวเราะกันบ้าง อย่างที่ดิฉันเองทำเป็นประจำ


เรื่อง: ทิพย์  – คอลัมน์ มารยาทยุคใหม่ นิตยสารดิฉัน