มารยาทในร้านอาหาร

ดิฉัน / STORY / มารยาทในร้านอาหาร
การออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ที่เราทุกคนทำกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปแบบเป็นงานเป็นการ หรือไปกับครอบครัว เพื่อนฝูง ก็ถือว่าเป็นการไปอยู่ในที่สาธารณะ จึงควรอย่างยิ่งที่จะต้องรักษามารยาท และที่สำคัญ ก็คือต้องคำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่นๆด้วยแต่ก็มีคนไม่น้อยนะคะ ที่เวลาออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน จะไม่ค่อยคำนึงถึงมารยาทสักเท่าไหร่ ทำให้มีผู้อ่านเขียนมาเล่าอยู่เสมอๆ

shutterstock_205743949-1
ส่งเสียงดังรบกวน
วันก่อนนี้มีคนเล่ามาว่า เธอชวนเพื่อนๆไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งแถวย่านสุขุมวิท เธอบอกว่าแม้อาหารกับการบริการจะถูกใจ แต่ผู้ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ได้ทำลายบรรยากาศในร้านอย่างสิ้นดี ทำให้เสียความรู้สึกมากเลยทีเดียวค่ะ แม้ไม่ได้อยากฟังว่า เขาคุยอะไรกัน ก็จำต้องฟัง เพราะส่งเสียงดังมาก จนไม่สามารถคุยกับเพื่อนๆต่อไปได้ แค่นั้นยังไม่พอค่ะ เธอบอกว่าระหว่างที่นั่งอยู่ก็ลุกลี้ลุกลน ขยับเก้าอี้ไปมา บางครั้งก็มากระแทกโดนเก้าอี้เธอ ทำให้อยากจะลุกออกไปจากร้านแต่ก็ไม่ทัน เพราะทุกคนเริ่มรับประทานอาหารกันไปแล้ว

ส่วนโต๊ะอีกฟากหนึ่ง มีเด็กมาด้วย อยู่ๆก็ลุกขึ้นยืนกระทืบเท้า ร้องกรี๊ดๆ แต่พ่อแม่ก็ไม่ทำอะไร คงรับประทานอาหารต่อไปเฉยๆสักพักหนึ่ง พอหยุดร้อง ก็ปล่อยให้เด็กวิ่งไปรอบๆร้าน วิ่งไปแล้วก็หยุดมองโต๊ะโน้นทีโต๊ะนี้ที เบื่อแล้วก็กลับไปกรี๊ดต่อ เป็นอย่างนี้ตลอดเวลาที่เธอกับเพื่อนๆอยู่ในร้าน

ที่เด็กร้องกรี๊ดๆอาจเพราะรู้สึกรำคาญเสียงคนข้างๆโต๊ะคุณก็ได้นะคะ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ก็คงโทษเด็กไม่ได้หรอกนะคะ เพราะเด็กก็คือเด็ก แต่ผู้ใหญ่นี่สิคะ ไม่ว่าจะคนที่ส่งเสียงหรือคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ของเด็กคนนั้น ควรนึกถึงความรู้สึกคนอื่นเขาบ้าง และต้องไม่ลืมว่าตัวเองกำลังอยู่ในที่สาธารณะ

พนักงานทำตัวไม่เหมาะ
“เรียนคุณหญิงทิพย์……….. วันก่อนดิฉันชวนเพื่อนไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้าน…..ซึ่งเป็นอาหารที่ดิฉันชอบมาก การตกแต่งร้านก็สวยดี วันที่ดิฉันไป มีแขกเพียง 3-4 โต๊ะ แต่ที่ต้องเขียนมาเล่าก็คือการปฏิบัติงานของเหล่าพนกั งานในร้านแห่งนี้ค่ะ คือบรรดาพนักงานสาวเหล่านั้นไม่ได้ให้ความสนใจกับลูกค้าเลยเอาแต่เล่นโทรศัพท์กัน เวลาจะสั่งอะไรทีจากในครัว ก็จะหยุดเล่นโทรศัพท์แล้วตะโกนพูดกับพนักงานในครัว ซึ่งอยู่ชั้นบน ด้วยเสียงที่ดังมากๆ จนได้ยินไปทั่ว
ร้านเลยคะ่ และไม่มีสักคนเดียวที่จะคอยดูว่าแขกต้องการอะไร ขนาดเราทานเสร็จตั้งนานก็เฉย ไม่สนใจ จนต้องเรียกให้มาเก็บจาน นอกจากนั้น ถามอะไรเกี่ยวกับอาหารก็ไม่มีใครรู้เรื่องเลย ไม่ทราบเหมือนกันว่า มาทำงานอย่างนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่ชอบอาหารแบบนี้มาก และเขาก็ทำอร่อยด้วย แต่คงจะต้องคิดหนักก่อนกลับมาที่นี่อีก……..”

อ่านเรื่องของคุณแล้วขอสรุปว่า เจ้าของร้านคงมัวแต่หมกหมุ่นอยู่กับเรื่องการปรุงอาหาร ตกแต่งร้าน โดยลืมนึกถึงการฝึกพนักงาน และพนักงานเหล่านี้ก็น่าจะหางานอย่างอื่นทำเพราะดูไม่เหมาะกับการทำงานด้านบริการ

ให้เกียรติกันบ้าง
บ่อยมากที่เวลาบางคนไปซื้อของ หรือไปใช้บริการใดๆ มักจะพูดจาไม่ค่อยสุภาพกับคนขายหรือคนให้บริการ โดยจะพูดจาห้วน คงเพียงเพราะสำคัญตนผิด กับแค่การไปซื้อของจากเขา หรือไปรับบริการจากเขานั้น สามารถทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่สูงส่งกว่า

หลายครั้งที่เห็นมากับตาตัวเอง และมีคนเล่าให้ฟังก็บ่อยครั้ง ที่คนไปรับประทานอาหารตามภัตตาคารแล้วมักจะชอบทำตัวเหนือเหล่าพนักงานในร้าน ไม่ว่าจะเป็นการพูดจาหรือมารยาทโดยทั่วไป อย่างเช่นเวลาพนักงานนำอาหารมาให้ที่โต๊ะ น้อยนักที่จะมีคนพูดคำว่า ‘ขอบคุณ’ เวลาสั่งอาหารหรือขออะไรก็ตาม ก็มักไม่ค่อยได้ยินคำว่าค่ะ หรือครับลงท้ายคำพูด แต่จะใช้คำพูดห้วนๆ เสียส่วนใหญ่ เวลาออกจากร้านแล้วพนักงานยกมือไหว้ลา ก็มีน้อยคนมากที่จะรับไหว้เขา
เหล่านั้น

คนพวกนี้คงจะลืมไปว่า การเป็นลูกค้าหรือการเป็นผู้จ่ายเงินค่าอาหารที่ไปรับประทาน กับการเป็นผู้ให้บริการ ไม่ได้ทำให้ความเป็นคนแตกต่างกันแต่อย่างใดเลย


เรื่อง: ทิพย์  – คอลัมน์ มารยาทยุคใหม่ นิตยสารดิฉัน