ไม่ถูกไม่ควร

ดิฉัน / STORY / ไม่ถูกไม่ควร
ฉบับนี้เป็นเรื่องของมารยาทที่ไม่เหมาะและไม่ควรทำซึ่งน่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว และเขียนถึงหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังคงมีคนทำอยู่เรื่อยๆ เผื่อคนที่ชอบทำแบบนี้ อ่านแล้วจะได้คิดและหยุดกระทำสิ่งเหล่านี้บ้าง

shutterstock_40699672-1

ทำผิดพลาดก็ต้องขอโทษ
“เรียนคุณหญิงทิพย์ที่เคารพ…………..ติดตามคอลัมน์นี้มาโดยตลอด …… เรื่องที่อยากจะรบกวนก็คือ เมื่อเร็วๆนี้ดิฉันไปงานพระราชทานเพลิงศพที่มีเจ้านายเสด็จ แขกเยอะมากค่ะ อยู่ๆก็มีชายคนหนึ่ง ไม่ทราบว่าร้อนรนอะไร เดินมาอย่างเร็ว พอผ่านดิฉัน ก็เตะขาเก้าอี้ที่ดิฉันนั่งอยู่ แทนที่จะหันมาขอโทษ กลับเดินผ่านไปเลย ท่าทางก็ดูดีหรอกค่ะ ใส่ฟอร์มข้าราชการด้วย น่าจะรู้ดีกว่านี้และในงานเดียวกันนี้ ตอนที่เข้าแถวจะขึ้นเมรุอยู่ๆก็มีผู้หญิงสองคนเดินแซงตัดหน้าอย่างหน้าตาเฉยเลยค่ะ ตัดหน้าแบบไม่ได้ขอหรืออะไรด้วย คืออยู่ๆก็เบียดแทรกเข้ามาเลยค่ะอยากขอให้ช่วยวิจารณ์หน่อยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้า……”

ไม่แน่ใจว่างานเดียวกับที่คุณไปหรือเปล่าเพราะเพื่อนดิฉันก็เพิ่งมาเล่าว่าเธอโดนแบบเดียวกันเลยค่ะ ในกรณีของเพื่อนดิฉันนั้น เธอนั่งอยู่ของเธออย่างเรียบร้อย ไม่ได้ยื่นขาไปข้างหน้าแต่อย่างไร อยู่ๆผู้ชายคนหนึ่ง ขณะที่เดินผ่าน ก็เตะขาเธอ แล้วก็เดินผ่านไปเฉยๆไม่มีคำขอโทษแม้แต่อย่างใดเหมือนกัน

การเดินสะดุดหรือเผลอไปชนใครนั้นมันเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้ว ก็ควรอย่างยิ่งที่จะหันไปขอโทษเขา ในกรณีของคุณหรือของเพื่อนดิฉัน อาจเป็นเพราะเขาเห็นคนอื่นเป็นเหมือนโต๊ะเหมือนเก้าอี้ก็ไม่ทราบนะคะ

จะใช้ของคนอื่นก็ควรต้องขอ
นี่ก็อีกเรื่องหนึ่งที่มีคนมาเล่าให้ฟัง ฟังแล้วดิฉันก็ได้แต่อ้าปากค้าง คือหนุ่มที่เล่าบอกว่าระหว่างที่ไปกินข้าวกับเพื่อนร่วมงาน
เขาได้ลุกออกไปเข้าห้องน้ำ โดยทิ้งโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ พอเดินกกลับมากเห็นคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม ซึ่งไม่ได้สนิทกันกำลังเปิดโทรศัพท์อยู่จึงเข้าไปถามว่าโทรศัพท์ของใคร ชายคนนั้นก็ยิ้มแล้วตอบว่า ไม่ทราบแต่เห็นวางอยู่ที่โต๊ะ เลยหยิบมาเล่น ทำให้ถึงบางอ้อว่าทำไมเขาถึงแนะนำให้ใส่รหัสส่วนตัว คงเป็นการกันไม่ให้ใครเอาของเราไปใช้ เจอเข้าแบบนี้ดิฉันก็ไม่ทราบว่าจะแนะนำอะไร

อีกอย่างหนึ่งที่ยิ่งแย่กว่าการไปเล่นโทรศัพท์ของคนอื่นด้วยซ้ำ คือการเปิดจดหมายที่ไม่ได้จ่าหน้าถึงตัวเอง จะเพราะความสอดรู้สอดเห็นหรืออะไรก็ตาม แต่ไม่เหมาะมากๆ การกระทำอย่างนี้ถือว่าเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก นอกจากนั้น หากมีคนรู้ เขาก็จะหมดความเชื่อถือในตัวของคุณไปเลย

แต่งตัวเอาสวยอย่างเดียว
เรื่องนี้ดูเหมือนจะเขียนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังมีผู้อ่านเขียนถึงเรื่องนี้มาเรื่อยๆ นั่นก็คือการแต่งกายที่ไม่เหมาะกับงาน หรือไม่ถูกกาลเทศะ โดยเฉพาะในงานศพ ซึ่งตามประเพณีของไทยนั้น จะต้องสวมชุดสีดำล้วน ไม่ใช่ขาวดำ รวมทั้งกระเป๋าถือและรองเท้าก็ต้องสีดำเช่นกัน ทั้งนี้ก็เพราะเราถือกันว่าสีดำเป็นสีของการไว้ทุกข์ ฉะนั้น หากเราแต่งกายด้วยสีอื่น ก็เท่ากับเป็นการไม่ให้เกียรติผู้เสียชีวิต

มีคนส่งอีเมล์มาเล่าว่า เธอเพิ่งไปงานศพมา เห็นผู้หญิงคนหนึ่งแม้จะแต่งกายสีดำ แต่กลับสวมรองเท้าแตะส้นสูงสีแดงแปร๊ด มองเห็นเด่นชัดแต่ไกล เธอบอกว่าดูแล้วน่าเกลียดมากๆ ต้องขอเล่าว่าดิฉันเองเคยเกือบพลาดมาครั้งหนึ่ง คือปรกติจะใส่แว่นตาสีแดงสดเป็นประจำ วันนั้นไปงานศพเผลอลืมเปลี่ยนแว่นตา ขณะที่นั่งรถกำลังจะไปงานก็นึกขึ้นได้ จึงรีบถอดออกแล้วเข้างานไปโดยไม่มีแว่น แม้จะนานมาแล้วก็ยังจำได้ว่าเป็นวันที่อึดอัดอย่างมากเพราะมองอะไรไม่ชัดเลย เดินไปทางไหนก็ต้องเกาะคนที่อยู่ข้างๆตลอดเวลา คนมาทักก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าที่จะสวมแว่นสีสดใสแบบนั้น ไปในงานศพ

ในบางประเทศ โดยเฉพาะประเทศในยุโรป ไม่ได้ถือว่าสีดำเป็นสีเฉพาะสำหรับการไว้ทุกข์ นอกจากนั้นยังเป็นสีที่คนนิยมสวมใส่กันมากในงานต่างๆ เพราะถือว่า การแต่งชุดเรียบๆสีดำ เป็นอะไรที่โก้ และเข้าได้กับทุกงาน แต่สำหรับประเพณีในบ้านเรานั้น จะไม่สวมชุดสีดำไปงานมงคลใดๆ โดยเฉพาะงานแต่งงานหรืองานวันเกิด แต่เมื่อเร็วๆนี้ไปงานแต่งงาน ก็ยังเห็นมีคนสวมชุดสีดำ หรือไม่ก็ดำขาว ซึ่งสมัยก่อนถือว่าเป็นการแช่งเขาด้วยซ้ำ

สังคมไทยอาจจะเปลี่ยนไปมาก แต่ในเรื่องการแต่งกายสีดำนั้น ยังคงเป็นอะไรที่คนส่วนใหญ่เขาถือกันนะคะ ฉะนั้นเวลาเลือกชุดแต่งกายก็ควรจะระวังสักหน่อย


เรื่อง: ทิพย์  – คอลัมน์ มารยาทยุคใหม่ นิตยสารดิฉัน