ลืมตัว

ดิฉัน / STORY / ลืมตัว

คนที่ทำอะไรโดยไม่คำนึงถึงมารยาท นอกจากเพราะไม่ได้รับการอบรมที่ดีแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือการลืมตัว จึงมักทำอะไรโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น คิดอยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือกับใคร โดยเฉพาะในเวลาที่เข้าสังคมก็เอาแต่ความรู้สึกของตนเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่คำนึงว่าคนอื่นเขาจะรู้สึกอย่างไร

shutterstock_384107026-1
เลือกแบบไม่สวย
วันก่อนนี้มีคนมาเล่าให้ฟังว่าเธอเพิ่ง ไปเข้าสัมมนาระดับผู้บริหารมา ถึงช่วงอาหารกลางวันซึ่งเป็นบุฟเฟ่ต์ บางคนเมื่อไปถึงโตะ๊อาหาร คงไม่รู้ว่าจะเลือกอะไร หรือไม่รู้จักอาหาร จึงเอามือหยิบแต่ละอย่างจากจานใหญ่มาดม ถ้ากลิ่นถูกใจก็จะตัก ไม่ถูกใจก็วางกลับลงไปที่จาน แม้แต่ขนมเค็กที่เขาทำใส่ถ้วยเล็กๆเพื่อให้หยิบไปทั้งถ้วย ก็ยังเอาขึ้นมาดมก่อน พอใจก็เทใส่จานตัวเอง แล้วทิ้งถ้วยที่เลอะเทอะไว้ที่โต๊ะอย่างนั้นแหละค่ะ

คนที่เล่าย้ำอีก ด้วยว่า สัมมนาวันนั้นเป็นสัมมนาของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งทุกคนที่มาน่าจะคุ้นเคยกับอาหารแบบนี้ และน่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควรทำมากกว่านี้ และหากมีสิ่งใดที่ไม่รู้จัก หรือไม่รู้ ก็สามารถถามได้

อยากรู้อยากเห็นจนเกินงาม
เรื่องนี้ไม่ได้มาจากคำบอกเล่า แต่เกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อเร็วๆนี้ค่ะ คือว่าดิฉันได้รับเชิญไปรับประทานอาหารคำที่บ้านเพื่อนคนหนึ่งที่ต่างประเทศ งานเลี้ยงคืนนั้นมีสามีภริยาที่เป็นเพื่อนบ้านของเจ้าของบ้านได้รับเชิญมาด้วย ระหว่างที่คุยกัน อยู่ดีๆ เพื่อนบ้าน คนผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เอามือมาลูบที่แขนเสื้อดิฉันและบอกว่าผ้าสวย แล้วก็ถามว่า ของไทยเหรอ ดิฉันก็บอกไปว่า ไม่ใช่ มาจากฝรั่งเศส ยังไม่ทันพูดจบ หญิงคนนี้ก็เอามือเอื้อมไปข้างหลังเสื้อดิฉันพลิกป้ายดูอย่างหน้าตาเฉยเลยค่ะ เห็นป้ายแล้วก็ร้องอ๋อ…ทำเอาเจ้าของบ้านซึ่งนั่งอยู่ถัดไปตกใจ เกรงว่าดิฉันจะโกรธ ไม่ได้โกรธหรอกค่ะ แค่ตกใจนิดๆกับแปลกใจในการกระทำของเธอ เพราะไม่ได้รู้จักคุ้นเคยอะไรกันมาก่อน เธอคงจะชอบเสื้อตัวนั้นของดิฉันมาก จนลืมนึกถึงมารยาทไป แม้จะชอบแค่ไหน ก็ไม่น่าที่จะแสดงความอยากรู้อยากเห็นถึงเพียงนี้

อีกรายหนึ่งเป็นเรื่องที่มีคนเล่ามา คือหญิงสาวคนหนึ่งเธอฝากเพื่อนซื้อของมาจากต่างประเทศ ตอนที่ของมาถึง กำลังอยู่ด้วยกันหลายคน เธอก็รับถุงนั้นมาแล้วเอาวางไว้ใกล้ๆตัว คนที่นั่งอยู่ข้างๆรีบถามว่า “นั่นอะไรน่ะ” เธอก็บอกไปว่าเป็นของที่เธอฝากเขาซื้อจากต่างประเทศ ถามอีกว่าอะไร เธอก็บอกไปว่าเป็นของใช้ส่วนตัว คนถามคงทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว จึงยื่นมือไปเปิดถุงดูเอง ต่อหน้าต่อตาเลยค่ะ ทำเอาเจ้าของถุงอ้าปากค้าง นี่แหละค่ะ คืออีกตัวอย่างหนึ่งของความอยากรู้อยากเห็นที่ออกจะเกินงามไปหน่อย จริงไหมคะ

แคะแกะเกา ไม่เลือกที่
เรื่องนี้มาจากผู้อ่านท่านหนึ่งค่ะ เธอเล่าว่าสามีเพื่อนคนหนึ่ง เวลาออกไปกินข้าวด้วยกัน เขามักจะชอบแคะขี้มูกออกมาปั้นเป็นก้อน แล้วก็ดีดทิ้งลงไปที่พื้น ทำเช่นนี้บ่อยมาก จนอาจจะเรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาเลยก็ว่าได้ เพื่อนๆรวมทั้งตัวเธอเองเห็นแล้วอดคลื่นไส้ไม่ได้ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ส่วนเพื่อนคนที่เป็นภริยาของเขาคงเคยชินกับมารยาทแบบนี้ของสามีจนดูเหมือนจะไม่รู้สึกอะไร ไอ้จะบอกเพื่อนให้ช่วยเตือนสามีก็ไม่มีใครกล้า

ดิฉันเคยเจอคนชอบทำแบบนี้เหมือนกันค่ะ น่าสะอิดสะเอียนมาก วิธีเตือนให้เขารู้ตัวง่ายๆก็คือพอเขาเริ่มจะควักขี้มูก ก็รีบเอากระดาษเช็ดหน้ายื่นให้ ทีสองทีก็รู้สึกตัว

ถ้าเวลาออกนอกบ้าน หรือมีแขกมาที่บ้านเรา คงไม่มีใครใส่ชุดนอนจริงไหมคะ แต่ก็ไม่ทราบว่าทำไมจึงให้ความสำคัญเพียงเรื่องการแต่งกายเท่านั้น เพราะถ้าว่าไปแล้วใส่ชุดนอนรับแขกยังดีกว่าประพฤติตัวแบบไร้มารยาทเสียอีกนะคะ


เรื่อง: ทิพย์  – คอลัมน์ มารยาทยุคใหม่ นิตยสารดิฉัน