ความรำคาญ

ดิฉัน / STORY / ความรำคาญ
ในบรรดาคนที่อ่านคอลัมน์นี้ บางคนบอกว่าเพราะได้ความรู้หลากหลาย โดยเฉพาะเวลาต้องไปต่างประเทศ บ้างก็บอกว่าเป็นข้อเตือนใจเกี่ยวกับมารยาทไทยๆ ที่ถูกลืมไปบ้าง แต่ดิฉันว่าคอลัมน์นี้ ดูจะเป็นที่ระบายความหงุดหงิดหรือความรำคาญของผู้ที่เจอกับมารยาทแย่ๆมากกว่า เพราะจดหมายหรืออีเมล์ที่ได้รับมักจะมีแต่เรื่องแบบนี้

ความรำคาญเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางอย่างเกิดจากอารมณ์ของตนเองล้วนๆแต่บางอย่างก็มาจากการกระทำของผู้อื่น โดยเฉพาะในเรื่องของมารยาท

shutterstock_268855187-1
รำคาญเสียง
“คุณหญิงทิพย์คะ …..ไปเจอเรื่องรำคาญใจเกี่ยวกับมารยาททีไร ต้องนึกถึงคอลัมน์คุณหญิงทิพย์ทุกที พอดีว่างอยู่ก็เลยขอเล่ามานะคะ…..วันก่อนดิฉันไปดูหนังเรื่องใหม่สุดฮิตที่เพิ่งเข้าโรงหนังกำลังจะเริ่ม ก็มีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งมานั่งที่ข้างๆ พร้อมป๊อปคอร์นถุงใหญ่กับเครื่องดื่มใส่น้ำแข็ง ระหว่างดูหนัง เธอก็เคี้ยวป๊อปคอร์นไป พักจากการเคี้ยว ก็เขย่าถ้วยไปมา เสียงน้ำแข็งดังสลับกับเสียงเคี้ยวตลอดเวลา…………เสียสมาธิจริงๆ และหมดสนุกไปเยอะเลยค่ะ ไอ้การจะไปบอกให้เขาเคี้ยวเบาๆหน่อยก็ไม่กล้า จะขอเปลี่ยนที่นั่งก็คงไม่ได้เพราะดูแล้วเต็มทั้งโรงเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่ให้เป็นที่ระบายความอึดอัดใจ…สุชาดา”

ดิฉันเป็นคุณสุชาดาคงรู้สึกเหมือนกัน คืออย่างที่เคยเขียนไปแล้วหลายครั้งว่า คนที่ทำแบบนี้ นอกจากไม่มีความเกรงใจ ยังไม่รู้จักการวางตัวในที่สาธารณะอีกด้วย แต่ในเรื่องกาลเทศะ คงจะว่าไม่ได้เพราะการเอาป๊อปคอร์นกับเครื่องดื่มเข้าไปกิน ไปดื่ม ในโรงหนังนั้น เป็นของธรรมดา แต่ถ้ามีมารยาท หรือนึกถึงคนอื่นสักหน่อย ก็ไม่ควรเคี้ยว หรือเขย่าถ้วยน้ำแข็งให้เสียงดังจนเป็นที่รำคาญของผู้อื่น ดิฉันเอาเรื่องนี้ไปคุยกับเพื่อนๆ มีคนหนึ่งให้ความเห็นว่า ถ้าเป็นเธอ จะหันไปหาเขาแล้วเอานิ้วขึ้นมาแตะปาก แค่นี้น่าจะได้ผลเพราะบางคนทำไปโดยไม่รู้ตัว นึกว่านอนดูหนังอยู่ในห้องนอน คราวหน้าคราวหลัง ใครโดนแบบนี้ลองวิธีนี้ดูสิคะ แล้วเล่ามาให้ฟังด้วย

ผิดที่ผิดทาง
“คุณทิพย์คะ…….ดิฉันไปออกกำลังเป็นประจำที่ยิมฯดังแห่งหนึ่งแถวๆสุขุมวิท ได้พบเจอกับคนที่ไม่ค่อยมีมารยาทอยู่เรื่อยๆ อย่างเช่นไปนั่งที่เครื่องออกกำลัง ไม่ได้จะไปใช้เครื่องหรอกนะคะ แต่นั่งเล่นเกมหรือไลน์หาเพื่อน บางคนก็คุยโทรศัพท์ซะเสียงลั่น คนอื่นที่เขาอยากจะใช้เครื่องก็ต้องคอยแล้วคอยอีก…..ไอ้จะไปพูดอะไรก็ลำบากใจ เลยต้องไปหาเครื่องอื่นเล่นไปพลางๆ ทั้งๆที่ไม่ใช่เครื่องที่ต้องการ คอยว่าเมื่อไหร่เขาจะเลิกสักที ทำแบบนี้ไม่รู้ว่ามายิมฯ ทำไม…………แต่ที่แย่ที่สุด จนทำให้ต้องเขียนมาฟ้องก็เมื่อวันก่อน อยู่ๆมีผู้ชายคนหนึ่งลุกขึ้นยืนกลางห้องออกกำลังแล้วถอดเสื้อออกหน้าตาเฉยเลยค่ะ ถอดเสร็จก็เอาอีกตัวหนึ่งมาใส่ ทั้งๆที่ห้องแต่งตัวเขาก็มีไว้ให้ ไม่ยักไปใช้ เท่านั้นยังไม่พอ เปลี่ยนเสื้อเสร็จเขาก็ไปยืนตรงเคาน์เตอร์แล้วกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งๆที่ในยิมฯเขาห้ามนำอาหารเข้ามากิน แต่ก็ดูจะไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีใครกล้าไปว่า เป็นภาพที่ดูไม่ได้เลยล่ะค่ะ …..วิยดา”

ดิฉันเองไปยิมฯทีไรก็จะเห็นคนใช้เครื่องออกกำลังกายเป็นที่นั่งเล่น แบบที่คุณวิยดาเล่ามาเหมือนกัน ขนาดมีคนอยากจะใช้เครื่องนั้น เดินวนเวียนอยู่รอบๆก็เฉย ทั้งๆที่นั่นก็มีโซฟามีเก้าอี้ให้นั่งอยู่แล้ว อย่างนี้เข้าลักษณะของคนที่คิดถึงแต่ตัวเอง ลืมไปว่ากำลังอยู่ในสถานที่ที่ต้องใช้ร่วมกับคนอื่น ส่วนเรื่องถอดเสื้อกลางห้องนี่ ท่าจะอยากโชว์กล้าม เสียจนไม่ทันนึกว่าอะไรควรไม่ควรเผลอแป๊บเดียวครึ่งแรกของปีนี้ผ่านไปแล้วรวดเร็วจริงๆนะคะ


เรื่อง: ทิพย์  – คอลัมน์ มารยาทยุคใหม่ นิตยสารดิฉัน