11 จุดปวดสำคัญ

ดิฉัน / STORY / 11 จุดปวดสำคัญ
จากที่ตรวจคนไข้มามีเรื่องที่ทำให้อัศจรรย์ใจเกี่ยวกับอาการปวดอยู่ 2-3 เรื่องครับ เรื่องแรกคือคนเราทนปวดได้มากเกินจะคาดคิด

girlm waking up on a white background

คือปวดท้องขนาดไส้ติ่งแตกแล้วก็ยังพาตัวมาโรงพยาบาลได้ เรื่องที่สองคือคนเราบางคนไม่ยอมทนปวดเลยแม้แต่น้อย แค่ปวดเพียงนิดก็จะเป็นลมวูบวาบไปได้ เรื่องสุดท้ายก็คือเมื่อร่างกายของเราปวดมากเข้าจนถึงที่สุด ร่างกายจะหลั่งสารเคมีลดปวดลดอักเสบออกมาเอง และเมื่อปวดถึงที่สุดแล้วก็จะทำให้ร่างกายหมดสติไปได้โดยการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ แต่กระนั้นอาการปวดที่ทำให้คนเรารู้สึกรำคาญนี้ยังพอมีประโยชน์อยู่เหมือนกันครับ ตรงที่มันทำให้เราระแวงระวังตัวเองไม่ให้ไปกระแทกตรงที่เจ็บให้ ‘ช้ำ’ หนักขึ้นอีก และอีกประการคือช่วยบอกโรคภัยไข้เจ็บที่ซุกซ่อนอยู่ข้างในได้ ดังอาการปวดแบบ ‘พิเศษ’ ต่อไปนี้

1. ปวดข้อนิ้วมือหรือกำมือไม่ค่อยลงตอนเช้า ให้นึกถึงโรค ‘ข้อเสื่อม’ ในระยะเริ่มต้นและให้สงสัยไขข้อจุดอื่นในร่างกายที่เริ่มเสื่อมด้วยครับ

2. ปวดข้อมือมาก ข้อขัดและฝืดตอนเช้า ยิ่งถ้าเป็นสุภาพสตรีให้นึกถึงโรคข้ออักเสบ ‘รูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)’

3. ปวดโคนข้อนิ้วโป้งเท้า โดยไม่มีอุบัติเหตุกระทบกระแทกใดๆ จู่ๆปวดขึ้นมาให้ระวัง ‘เก๊าท์’ ดูร่วมกับอาการบวมแดงและแตะไม่ได้ (เพราะเจ็บมาก) ยิ่งคอนเฟิร์มครับ

4. ปวดมึนท้ายทอย ถ้าเคยมีประวัติความดันสูง มีไขมันในเลือด ให้คอยจับตา ‘ความดันขึ้น’

5. ปวดตึงตุบๆข้างขมับ มีตาพร่ามัวร่วมกับคลื่นไส้ ยังไม่ต้องกลัวเส้นเลือดจะแตกปุบปับไม่ทันสั่งลา นึกถึงปวดแบบ ‘ไมเกรน’ จากที่ตรวจคนไข้มามีเรื่องที่ทำให้อัศจรรย์ใจเกี่ยวกับอาการปวดอยู่ 2-3 เรื่องครับ เรื่องแรกคือคนเราทนปวดได้มากเกินจะคาดคิด

6. ปวดยึดต้นคอมีชาไปแขน ร่วมกับเคยยกของหนัก ปวดเรื้อรังมานาน ให้นึกถึง ‘กระดูกต้นคอทับเส้นประสาท (C-spine Radiculopathy)’ บางท่านมีชาไปถึงปลายแขน

7. เจ็บแปลบที่หน้าอกเวลาหายใจ ให้นึกถึงเรื่องเครียด กังวลและการนอนดึกที่ทำให้เกิด ‘เจ็บอกจากอารมณ์ (Emotional Chest Pain)’ ได้ ยังไม่ใช่โรคหัวใจครับ

8. ปวดใต้ลิ้นปี่ทะลุหลัง ให้ระวังอาการโรคกระเพาะ โรคตับอ่อนอักเสบหรือนิ่วในถุงน้ำดีไว้ ถ้ากินยาโรคกระเพาะไม่หาย ต้องไปอัลตร้าซาวนด์ดูแล้วครับ

9. ปวดบั้นเอวปัสสาวะขัด ให้นึกเป็นห่วงไตเพราะเป็นอาการของ ‘กรวยไตติดเชื้อ’ ได้ โดยเฉพาะถ้ามีไข้แบบ‘หนาวสั่น (Fever chill)’ ร่วมด้วย

10. ปวดหลังมีชาลงขา เป็นอาการของ ‘หมอนรองกระดูกทับเส้น (ประสาท)’ ให้ระวังเรื่องการนวด เพราะอาจทำให้เส้นประสาทถูกกดหนักขึ้น

11. ปวดข้อเข่ามีเสียงดัง เดินแล้วเสียว บางท่านเวลายืนแล้วขาถ่าง เป็นอาการ ‘ข้อเข่าเสื่อม’ ที่ควรรักษา

ทั้ง 11 อย่างเป็นจุดปวดที่บอกถึงความผิดปรกติข้างในร่างกายที่ซ่อนอยู่ เพราะโดยปรกติแล้วอาการปวดมักไม่ได้มาเดี่ยวแต่มาร่วมกับอาการบวม แดง ร้อนหรือมีไข้ให้สังเกตได้ ยกตัวอย่างง่ายๆเช่นปวดประจำเดือนนั้น บางท่านก็มีไข้พ่วงมาด้วย คนแต่ก่อนเรียกเพราะว่า ‘ไข้ทับระดู’

เมื่อมีอาการปวดใดๆก็ตามขึ้นมาให้สังเกตความเร็วของการปวดด้วยว่าปวดปุบปับขึ้นมาหรือว่าค่อยๆปวดมาก เพราะมันจะช่วยบอกโรคได้ นอกจากนั้นรูปแบบของการปวดก็สำคัญครับ ยกตัวอย่างปวดหน้าอกแบบบีบแน่น อย่างนี้นึกถึงโรคหัวใจมากกว่าอาการเจ็บแปลบเวลาหายใจครับ

ตั้งสติแล้วลองสังเกตดีๆจะช่วยได้ครับ


เรื่อง: น.พ.กฤษดา ศิรามพุช  คอลัมน์ รู้ไว้ใช่ว่า นิตยสารดิฉัน

Photo Credit: www.freepik.com