ไม่ใช่ไม่มี แต่ไม่รู้จักมารยาท

ดิฉัน / STORY / ไม่ใช่ไม่มี แต่ไม่รู้จักมารยาท

จดหมายที่ดิฉันได้รับจากผู้ติดตามคอลัมน์นี้ และจากการบอกเล่าของเพื่อนฝูงนั้น ไม่ทุกเรื่องหรอกค่ะ ที่มาจากความไม่มีมารยาทของคน แต่บางเรื่องก็เกิดขึ้นจากความไม่รู้ว่าอะไรคือ มารยาทที่ถูกต้อง แต่ผลที่ได้รับก็คล้ายๆกัน คือเป็นที่รำคาญหรือเป็นสาเหตุของความหงุดหงิดไม่พอใจของผู้อื่น อย่างเช่นเรื่องที่เพิ่งได้รับจากผู้อ่านท่านหนึ่ง

shutterstock_65325256

คุยเสียงดัง
“เรียนคุณทิพย์… ดิฉันได้เดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด โดยรถทัวร์ปรับอากาศชื่อดัง ขาไปราบรื่นดีค่ะ แต่ขากลับสิคะ หงุดหงิดใจเหลือเกิน…ด้านหน้าดิฉันเป็นชายอายุประมาณ 50 ได้ นั่งคู่กับเด็กวัยรุ่น (ไม่ได้มาด้วยกัน) พอแกนั่งปั๊บก็เปิดฉากคุยไม่ยอมหยุด และแกก็พูดเสียงดังมากด้วย ดิฉันว่าได้ยินตั้งแต่หัวแถวถึงท้ายแถวเลย นับถือเด็กคนนั้นจริงๆที่นั่งฟังแกไปได้ตลอดทาง พอเด็กคนนั้นลง คนใหม่ขึ้นมา แกก็ชวนเขาคุยอีก ดิฉันต้องมารับรู้ชีวประวัติแก อีกทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจสังคม ประหนึ่งกำลังฟังเลคเชอร์อาจารย์อยู่ก็ไม่ปาน ส่วนด้านหลังก็เป็นมนุษย์ป้าคนหนึ่งถีบเบาะดิฉัน ตั้งแต่รถออก รถทัวร์สายนี้ลืมไม่ลงจริงๆ จากใบตอง”

ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่เขียนมาเล่าให้ฟังนะคะ น่าเห็นใจคุณจริงๆที่ถูกรบกวนหน้าหลังตลอดการเดินทาง คุณไม่ได้บอกว่า ต้องนั่งในรถทัวร์นานกี่ชั่วโมง หวังว่าคงไม่นานนัก ในขณะเดียวกันก็เห็นใจผู้ชายช่างคุยคนนั้น คงเหงา เพราะไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกับใคร เมื่อได้โอกาสก็เลยพูดไม่หยุดนอกจากนั้น หูอาจไม่ค่อยดี จึงพูดเสียงดัง เพราะคนที่หูไม่ดี มักจะพูดเสียงดังกว่าปรกติอยู่แล้ว ที่น่าชื่นชมก็คือหนุ่มที่นั่งข้างๆที่อดทนฟังตลอดทาง แต่นั่นแหละค่ะ หนุ่มคนนั้นอาจเพลินไปกับสิ่งที่ได้รับฟังก็ได้นะคะ หากคุณโชคไม่ดี เจอแบบนี้เที่ยวหน้า ขอแนะนำว่าลองกระซิบบอกเขาตรงๆว่า กรุณาเบาเสียงหน่อยได้ไหม เพราะกำลังพยายามพักผ่อน แต่พูดแบบสุภาพนะคะ คิดว่าน่าจะได้ผล หรือถ้าไม่อยากพูดเอง ก็บอกพนักงานบนรถให้ช่วยพูดให้ก็ได้ ดิฉันเคยเห็นคนทำอย่างนี้บนเครื่องบินแล้วได้ผลค่ะ สำหรับเรื่อง ‘ป้า’ ที่ชอบเอาเท้าถีบเบาะหน้านั้น ดิฉันเองก็เคยโดนแบบนี้ในโรงหนังหลายครั้ง น่ารำคาญจริงๆ พอหันไปมองสักสองสามทีก็จะหยุด แต่ดูหนังมันก็แค่ชั่วโมงกว่าๆเท่านั้น เลยไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่ ความเผลอ หรือความไม่รู้ หูไม่ดี ฯลฯ เหล่านี้แหละค่ะ น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้สองคนนี้สร้างความรำคาญให้กับคุณใบตองมากกว่าจะเป็นเรื่องของมารยาท

ใจร้อน
มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า เขาไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนคนหนึ่งเมื่อเร็วๆนี้ เขาบอกว่าเป็นทริปที่สนุกสนานดี เสียแต่ว่าเพื่อนที่ไปด้วยชอบแย่งพูด อย่างเช่นเวลาไปถามหาอะไรในร้านขายของ เวลาคนขายถามกลับมาเพื่อนคนนี้ก็มักจะแย่งตอบแทนเขาอยู่เรื่อยๆ ทั้งๆที่เขาเองเป็นคนที่พูดภาษาต่างประเทศได้คล่องกว่า เวลาไปกินข้าวกัน พอจะสั่งอาหาร เขาก็มักจะสั่งตัดหน้าทุกที ให้สั่งก่อน ก็ไม่ยอมบอกว่ายังคิดไม่ออกว่าอยากกินอะไร แต่พอเขาเริ่มจะสั่ง ก็จะแซงหน้าสั่งหรือซักถามเรื่องเมนูกับบ๋อยทันที ไม่ได้โดนเอง ฟังแล้วก็ขำดี แต่ถ้าต้องอยู่ด้วยกัน หลายๆวัน คงหงุดหงิดบ้างเหมือนกัน ถ้าโดนแบบนี้ ดิฉันก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกันค่ะ

ต่างกันราวฟ้ากับดิน
ดิฉันไปซื้อของในร้านซูเปอร์ใหญ่แห่งหนึ่งแถวทองหล่อ พอซื้อเสร็จก็มาเข้าคิวจะจ่ายเงิน ขณะนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจ่ายเงินอยู่ข้างหน้าดิฉัน เธอหันมายิ้มให้แล้วก็ถามว่าของที่ดิฉันซื้อราคาทั้งหมดถึงหนึ่งพันไหม ก็ตอบไปว่ายังไม่ทราบ แล้วเธอก็ถามอีกว่า แล้วถึงห้าร้อยไหม ก็งงนะคะ พอดีแคชเชียร์ตอบแทนว่าเกินพันบาทหน่อยหนึ่ง ได้ยินดังนั้น ผู้หญิงคนนี้ก็ควักกระเป๋าหยิบคูปองส่วนลดสำหรับสินค้าราคาหนึ่งพันขึ้นไปมาให้ดิฉัน และบอกว่ามีหลายใบ เลยอยากแบ่งให้ ทั้งๆที่ไม่ได้รู้จักกัน คนมีนน้ำใจแบบนี้นานๆจะเจอสักที เมื่อออกจากซูเปอร์แห่งนั้นแล้ว ดิฉันก็ไปร้านขายยา เจอหญิงสาวคนหนึ่ง แต่งชุดนายทหาร กำลังยืนพูดจาแบบมะนาวไม่มีน้ำกับคนขาย ดูเหมือนเธอจะมาซื้อของให้นายมีรายการยาวเหยียด เช็คของไปก็ตวาดไปจนทุกคนในร้านหยุดซื้อของ ยืนมองเธอเป็นตาเดียวเลยค่ะ สงสัยคงเคยโดนผู้บังคับบัญชาตวาดใส่เอาบ่อยๆ เลยเข้าใจผิดคิดว่า เวลาอยู่กับคนที่คิดว่าอาวุโสน้อยกว่า ก็จะต้องพูดจาแบบนี้วันนั้นพิเศษจริงๆ เพราะภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ได้เจอหญิงต่างวัยสองคนที่ต่างกันราวฟ้ากับดิน


เรื่อง: ทิพย์  – คอลัมน์ มารยาทยุคใหม่ นิตยสารดิฉัน