มาดูคำพูดเมื่อ 4 ปีก่อนของนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติ ขวัญใจคนไทย

ดิฉัน / STORY / มาดูคำพูดเมื่อ 4 ปีก่อนของนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติ ขวัญใจคนไทย

เล่นเอาคนไทยแทบจะหัวใจวายไปตามๆกันกับ การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงโอลิมปิกรอบคัดเลือกระดับโลก 2016 ที่แม้นักตบสาวไทยจะพลาดโอกาสไปแข่งขันในรอบต่อไป แต่ก็ถือว่าเป็นการแพ้คะแนนแบบสมศักดิ์ศรี และมั่นใจว่าคนไทยหัวใจรักกีฬาทุกคนต่างชื่นชม ภูมิใจ และพร้อมส่งกำลังใจให้นักกีฬาหญิงกลุ่มนี้ทุกครั้งที่พวกเธอลงแข่งขัน 

แต่กว่าจะประสบความสำเร็จมาถึงจุดนี้ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เราจึงขอนำบทสัมภาษณ์ที่ทีมสาวนักตบได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ใน คอลัมน์ “เปิดใจ” ในนิตยสารดิฉัน เมื่อปี 2012 มาฝากกัน รับรองว่าอ่านแล้วจะยิ่งประทับใจในความมุ่งมั่นของพวกเธอมากขึ้นแน่นอน

v2

 

ทุกคนเห็นพ้องกันว่าการเป็นนักกีฬานั้นจะลำบากก็ตรงที่ฝึกซ้อมหนัก ไม่มีเวลาส่วนตัว ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ไม่มีเวลาให้เพื่อน ซึ่งถ้าใครมีใจรักจะเป็นนักกีฬาก็ต้องเสียสละสิ่งเหล่านี้

ปลื้มจิตร์ :  “วันๆหนี่งเหรอคะ เช้าขึ้นมาซ้อมกลางวันพักเย็นซ้อม มีเวลาต้องนอน

ไม่นอนไม่ไหวค่ะเพราะซ้อมหนักมากจริงๆ”

นอกจากซ้อมแล้วก็ต้องดูแลเรื่องอาหารการกินสาวๆบำรุงร่างกายด้วย..

นุสรา     :  “ส้มตำทุกวันค่ะ (หัวเราะ)”

วิลาวัณย์ :  “จะมีนักโภชนาการมาดูแลค่ะ มาสอบถามว่าเรากินอะไร ควรเพิ่มอะไร ลดตรงไหน แต่จะไม่บังคับ”

ปลื้มจิตร์ :  “แต่ละคนก็ต่างกันไปค่ะ บางคนต้องเพิ่มบางคนต้องลด น้ำหนักนี่ต้องรู้กันเองค่ะ

ถ้าอ้วนเกินไปกระโดดไม่ขึ้นก็ต้องลดแล้ว (หัวเราะ)”

ถึงแม้จะเป็นนักกีฬาแต่ก็เป็นผู้หญิง เรื่องความสวยความงามต้องดูแล

นุสรา       :    “เสื้อผ้าหน้าผมต้องเป๊ะค่ะ”

วิลาวัณย์ :   “อย่างนุสราเขามีเคล็ดลับความงามว่า ซ้อมเสร็จแล้วไม่ต้องอาบน้ำ พอกหน้าเลย (หัวเราะ)

อันนี้คงเป็นความสามารถเฉพาะตัว จะเสี่ยงลอกเลียนแบบก็ขอให้ลองคิดทบทวนหลายๆครั้งเสียก่อน”

v1

เมื่อถามถึงเคล็ดลับความสำเร็จของทีม

ปลื้มจิตร์ตอบอย่างไม่ลังเลว่า :  “คิดว่าคือความสามัคคีค่ะ เราอยู่กันมานานแล้ว เป็นสิบปี”

วิลาวัณย์  : “จะเป็นเรื่องของการรู้ใจกันน่ะค่ะเวลาเล่น จะรู้กันแทบทุกอย่างว่าคนนี้เล่นสไตล์นี้

บางครั้งอาจจะไม่ต้องพูดเลย แค่มองตา”

วิลาวัณย์  : “เรื่องเกมเราก็พัฒนาเยอะ เคยเล่นกับจีน 25-8 25-7 แต้มไม่ถึงสิบน่ะค่ะ เดี๋ยวนี้เราชนะเขาได้แล้ว”

ปลื้มจิตร์ :  “กับทีมยุโรปเราก็เล่นได้สูสีค่ะ”

จากทีมกีฬาที่ไม่เคยสู้ใครได้แม้แต่ทีมเล็กๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาถึงวันที่พวกเธอคว้าแชมป์ระดับเอเชีย โดยชนะทีมชาติจีนได้เมื่อปี ค.ศ. 2009 นั่นทำให้คนไทยหัวใจพองโต และตระหนักว่าทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยไม่ใช่หมูเคี้ยวง่ายของใครอีกแล้ว  เมื่อปี 2012 คนไทยได้ร่วมนั่งลุ้นใจระทึกหน้าจอเมื่อสาวๆเหล่านี้ลงแข่งขันช่วงชิงที่เพื่อไปแข่งโอลิมปิก ในรายการ FIVB Women’s World Olympic Qualification Tournament 2012 ที่ประเทศญี่ปุ่น ถ้าหากทีมชาติไทยได้ไป ก็จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กีฬาวอลเลย์บอลของไทยได้เข้าร่วมโอลิมปิก การแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ แม้ในปีนั้นเราจะไม่สมหวังอย่างที่คิด แต่นักกีฬาก็ยังไม่หมดหวัง

ปลื้มจิตร์  : “อีกสี่ปีก็รอไหวค่ะ ทีมไทยยังไม่เคยเข้าไปเล่นโอลิมปิกเลย ระดับชาติพวกเราไปมาหมดแล้ว เหลือแค่โอลิมปิกนี่ล่ะค่ะ เราก็อยากจะไปกันสักครั้งหนึ่ง”

วิลาวัณย์  : “โอลิมปิกมันเป็นแมทช์ที่ทั่วโลกยอมรับ ทั่วโลกติดตามส่วนใหญ่แมทช์วอลเลย์บอลก็จะมีแต่วอลเลย์บอลอย่างเดียว แต่โอลิมปิกมีทุกกีฬา แต่ละประเทศให้ความสนใจ และเราก็ยังไม่เคยไป คือมันมีรอบคัดเลือกเยอะมาก ต้องเป็น 12 ทีมของโลกที่ดีที่สุดจริงๆ โดยที่ไม่ได้ใช้ ranking จัดอันดับ เพราะบางรายการดูแรงกิ้งแล้วเชิญไปแข่ง แต่โอลิมปิกต้องคัด ต้องเป็นความสามารถจริงๆ”

ปลื้มจิตร์  : “ใช่ เราก็หวังมาก สู้ต่อไปค่ะ”

 

เมื่อสี่ปีที่แล้วพวกเธอสู้มาอย่างไร วันนี้พวกเธอก็ได้พิสูจน์แล้วว่ายังสู้ไม่ถอยเช่นเดียวกัน แม้อาจจะยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางที่หวังไว้ แต่พวกเธอได้สร้างสิ่งที่สำคัญกว่านั่นคือ “แรงบันดาลใจ” ที่จะเป็นเชื้อเพลิงให้ไฟแห่งความมุ่งมั่นนี้ ส่งต่อไปยังคนไทยทุกคน…สู้ต่อไป !