เมื่ออายุไม่ใช่ปัญหา ม.ล.นันทิกา วรวรรณ เจ้าสาว 50+

ดิฉัน / STORY / เมื่ออายุไม่ใช่ปัญหา ม.ล.นันทิกา วรวรรณ เจ้าสาว 50+

เมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มีงานแต่งงานเล็กๆน่ารักที่แสนอบอุ่นและสร้างความประทับใจให้กับแขกเหรื่อที่ได้รับเชิญไปร่วมงานอย่างมากจนนำมาเล่าขานกันปากต่อปาก นั่นก็คือเรื่องราวที่คู่บ่าวสาวแต่งงานกันขณะอายุ 50++ หลังจากครองรักกันมายาวนานกว่า 19 ปี งานนี้ทำให้บรรดาสาวใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานแอบมีความหวังเล็กๆว่าจะโชคดีบ้าง

โดยเจ้าสาวคนสวยผู้โชคดีคนนี้ก็คือ คุณอ้อย-ม.ล.นันทิกา วรวรรณ รองผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส วัย 58 ปี ซึ่งเข้าพิธีแต่งงานกับ มร.เจฟ คุก หนุ่มอเมริกันวัย 57 MD ของบริษัท Wine Management of Asia ผู้มีความหล่อเหลาระดับนายแบบ

DC_928555

หลายคนคงอยากรู้ว่าตำนานรักของคนทั้งคู่เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมต้องใช้เวลานานถึง 19 ปีกว่าจะแต่งงานกัน 

“ตอนนั้นอ้อยแต่งงานมาแล้ว 13 ปี เพิ่งเลิกกับสามีได้ไม่กี่เดือนจิตใจไม่ค่อยดี เพื่อนๆก็เลยพาไปมัลดีฟส์ ขากลับเราก็เหนื่อยๆ ก็เข้าไปนั่งรอที่ร้านอาหารในแอร์พอร์ต ไปกับพี่ตั้ม-เปรมศิริ เบรดี้ พี่ตั้มบอกว่ามีผู้ชายคนนึงล้อ-หล่อมองอ้อยอยู่ เราก็หันไปดูเขา เออ ก็หล่อดี ก็นั่งคุยกันไม่ได้คิดอะไร

…อ้อยก็ไม่รู้ว่าเพื่อนเข้าไปคุยกับเขายังไงนะ เพราะเราไม่ได้เข้าไปแล้วคุณเจฟก็ไม่มาหาด้วย เขารู้ว่าเป็นกรุ๊ปคนไทยแน่ เขาอยากจะเจอเรา แต่รู้สึกว่าเสียมารยาทที่จะเข้ามาแนะนำตัวเอง ก็เหมือนกับโป๊ะเชะ พอเพื่อนคนนี้เข้าไปคุยด้วยเขาถึงมาที่โต๊ะ เขาก็แนะนำตัวเองเป็นภาษาไทยว่าเขาชื่อเจฟ อยู่เมืองไทย แล้วเขาก็ขอนามบัตรจากทุกคน อ้อยก็ให้นามบัตรไป วันนึงตื่นมาเจ็ดโมงเช้าเพราะได้ยินเสียงแฟ็กซ์ เป็นแฟ็กซ์จากเจฟเชิญอ้อยไป Wine Testing ที่ไวน์บริดจ์ ซอยหลังสวน เพราะตอนนั้นเขาทำงานให้โรเบิร์ต มันดาวี

…คืนวันงาน พออ้อยเดินเข้าไป เขาก็เดินมารับเราแล้วไปนั่งที่โซฟาเพราะมากันเยอะแล้ว เขาก็มองเราตลอดเวลา ตาเขาก็สวยมาก เราก็เขินมาก ไม่เคยมีผู้ชายมองเราขนาดนั้น ก็พูดกับเขาว่าอย่าจ้องได้มั้ยเราเขิน ตอนนั้นก็เริ่มรู้แล้วว่าเขาคงชอบเรา

…คืนนั้นก็ไปต่อกันที่สปัสโซ่ อ้อยบอกเจฟว่ายูนั่งรถไปกับเพื่อนอ้อยนะ แล้วเราไปเจอกัน เขาก็เดินลงไป กำลังจะเปิดประตูขึ้นรถน้องคนที่ชอบเขาแล้ว เขาเห็นอ้อยเดินไปขึ้นรถอ้อยคนเดียว เขาก็ปิดประตูปั้ง ไปขึ้นรถอ้อย อ้อยถามว่ายูทำอะไรน่ะ มันเสียมารยาทมากนะ เขาบอกว่าก็ฉันชอบยูน่ะ ฉันไม่ชอบเขาน่ะ

…วันรุ่งขึ้นเจฟก็ชวนไปเดทกันสองคน อ้อยบอกว่าได้ แต่ฉันต้องไปกับลูกชายนะ ตอนนั้นลูกชายประมาณสัก 9 ขวบก็ไปบรันช์กันที่โรงแรมสุโขทัย นั่งคุยกันจนลูกง่วงนอน (หัวเราะ) ก็นอนอยู่ตรงโซฟา เราก็นั่งคุยกันจนถึงเย็น ถูกคอกันมาก

…หลังจากนั้นปีนึงก็ไปเยี่ยมบ้านเขาที่อเมริกา บ้านเขาเป็นบ้านไร่ที่เท็กซัส อ้อยไปคริสต์มาสที่นั่น ก็เห็นความน่ารักของแฟมิลี่เขา แฟมิลี่เขาอบอุ่นมาก พ่อแม่เขาตอนนี้อายุ 80 กว่าแล้วก็เห็นว่าเขาเป็นคนดีจริงๆ เขาไม่ได้เห็นว่าเรามีฐานะหรือเป็นเจ้า

…เราไม่เคยพูดถึงเรื่องการแต่งงาน เพราะเราต่างเคยแต่งกันมาก่อนแล้ว ก็เลยไม่ได้คิดว่าจะต้องแต่งมั้ย เพราะจริงๆมันเป็นแค่กระดาษแผ่นนึงสำหรับความคิดของเรา”

หลังจากย้ายมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวได้ 5 ปี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา คุณเจฟก็วางแผนลับขอคุณอ้อยแต่งงานที่ญี่ปุ่นเพราะเธอเกิดที่นั่น

…เขาบอกว่าพ่อแม่เขาก็อยากจะให้เกียรติเรา ไม่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสนะคะ เพียงแต่ให้ทุกคนรู้ว่าเขารักเราแค่ไหน ให้สังคมเห็นชัดเจนว่าเรารักกัน

…ตอนเขาขอแต่งงาน เขาก็หาสถานที่เยอะแยะไปหมด ในที่สุดก็เลือกร้านโนบุที่ญี่ปุ่น พอไปที่ร้านก็มีพนักงานมาถามว่าคุณเจฟ คุณสั่งไวน์พิเศษไว้ใช่ไหม สักครู่เขาก็เอา Mondavi มาเปิด เขาถามว่ายูจำได้มั้ยว่านี่เป็นไวน์ในปีที่เราเจอกันที่ภูเก็ตที่อ้อยยอมรับเขาเป็นแฟน “ปีอะไรนะ” คุณอ้อยหันมาถามคุณเจฟ “ปี 1997” คุณเจฟตอบ  เขาจำได้หมด อ้อยขี้ลืม (หัวเราะ) แล้วอยู่ดีๆเขาก็เอากล่องออกมาวางแล้วคุกเข่า แล้วเขาก็เปิดกล่องแหวน ถามว่า “จะให้เกียรติแต่งงานกับผมได้มั้ย” แล้วเขาก็สวมแหวนให้

DC_928222

“ในงานแต่งงาน แอนนาช่วยจัดงานให้ แล้วหมู ASAVA ก็ตัดชุดให้เป็นของขวัญ ลูกน้ำก็มาแต่งหน้าให้เป็นของขวัญ ทุกคนให้ของขวัญอ้อยเยอะมากจนอ้อยดีใจว่า เราเป็นที่รักของคน แล้วทุกคนที่อ้อยเชิญก็มากัน อ้อยรู้สึกว่าในโลกนี้คนที่รักเราจริงๆมางานเรา อ้อยเชิญแขกแค่ 70 คนที่สนิทๆกัน เพราะเราต้องการความอบอุ่น ทุกคนก็แต่งชุดเก๋หมดมาปาร์ตี้”

…ที่ประทับใจมากคือตอน Ceremony ลูกอ้อยน้ำตาไหล ลูกเข้ามากอดบอกแม่ ลูกดีใจมากเลยนะที่แม่ได้แต่งงาน ได้เป็นครอบครัวกันจริงๆ ทำให้อ้อยน้ำตาไหล

…แล้วตอนที่เจฟพูดกล่าวคำปฏิญาณ เขาเล่าว่าเมื่อ 19 ปีที่แล้วเขาเจออ้อยยังไง เขาบอกพอเห็นอ้อยเดินเข้ามา เขารู้สึกว่าคนนี้ล่ะที่เขาอยากจะใช้ชีวิตด้วย เขาอยากรู้จักอ้อยมากแต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ไม่รู้ว่าบุพเพฯจะพาให้เขามา เขาไม่นึกว่าจะเจอเนื้อคู่ที่แอร์พอร์ตเหมือนกัน

DC_928333

…สิ่งที่ทำให้ทุกคนประทับใจก็คือเขาดึงนามบัตรอ้อยออกมา ซึ่งด้วยความที่เขามีหลายนามบัตร เขาก็เลยทำเครื่องหมายกากบาท 2 อันแล้วเขียนว่า Pretty ให้รู้ว่าเป็นอ้อย แล้วเขายังเก็บไว้จนทุกวันนี้ เขาบอกว่าเขาทำของหายบ่อยมาก แต่นามบัตรอ้อยเป็นสิ่งที่เขาเก็บไว้ตลอด 19 ปีไม่เคยหาย

…หลังจากนั้นอ้อยก็พูดให้เขา พูดสั้นๆ อ้อยบอกว่าตั้งแต่เจอยูมา 19 ปี ยูไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่เช้าจดเย็นยูไม่เคยเปลี่ยน ทุกเช้าก่อนไปทำงานก็ต้องมาหอมแก้มอ้อยทุกเช้า ก่อนนอนก็หอมแก้ม วันไหนที่เขาเดินทาง อ้อยก็ต้องเลื่อนตัวเองมานอนตรงกลางเพราะไม่อยากจะขาดใครข้างๆ แต่เขาจะต้องโทฯมาหรือทิ้งข้อความไว้ถ้าเขาไม่ว่าง แล้วเขาจะคอยดูแลตอนอ้อยไม่สบาย มีช่วงนึงอ้อยไม่สบายหนักเลย เขาดูแลอ้อยดีมาก ทุกครั้งที่ไปหาหมอเขาก็ไปกับอ้อย ไม่เคยทิ้งอ้อย

DC_928111

“ผู้ใหญ่บางคนถามว่าเราต้องการอะไรหรือ ถึงได้ลุกขึ้นมาแต่งงานตอนนี้ เราก็บอกเพราะเราอยากให้ทุกคนรู้ไงว่าอายุไม่ใช่ปัญหา ความรักคือสิ่งที่บ่งบอกว่านี่คือปฏิญาณแห่งความรัก นี่คือการที่ให้ทุกคนรู้ว่า 19 ปีที่ผ่านมา เราก็ยังเป็นของกันและกัน และจะเป็นตลอดไป คือคำปฏิญาณ ที่เราให้ซึ่งกันและกัน ฉะนั้นทุกคนจะงงมากว่าไม่มีใครจัดงานแต่งงานกันตอนอายุ 60 เป็นงานที่ทุกคนพูดถึงเยอะเพราะทุกคนที่มางานตื้นตันกันไปหมด”

คุณเจฟ ได้กล่าวทิ้งทายไว้อย่างโรแมนติกว่า “สำหรับผม งานแต่งงานของเราเพอร์เฟ็คท์มาก เหมือนความฝัน เหมือนเทพนิยาย คนชอบคิดว่าอยู่กันมา 19 ปีทำไมเพิ่งแต่งงานกัน ผมว่าการแต่งงานมันทำให้ชีวิต Complete มันมีความหมาย มันเหมือนการเติมเต็มวงกลมให้สมบูรณ์”

สำหรับรักแท้ ความรักไม่มีอายุและกาลเวลา เพราะในแต่ละวันที่ล่วงไปกลับทำให้หัวใจสองดวงรักและผูกพันกันมากขึ้นๆ