นาทีชีวิต ประสบการณ์จริงสุดสะพรึง ไม่ไว ไม่มีสติ ไม่มีทางรอด !

ดิฉัน / STORY / นาทีชีวิต ประสบการณ์จริงสุดสะพรึง ไม่ไว ไม่มีสติ ไม่มีทางรอด !

ย้อนไปเมื่อ 12 ปีที่แล้ว หลังวันคริสต์มาสแค่วันเดียว ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ตอนนั้นเป็นช่วงเทศกาลรื่นเริง ทุกคนฉลองและมีความสุขกัน ไม่มีใครรู้จักกับคำว่า “สึนามิ” จนกระทั่งเช้าวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ที่ภูเก็ต ซึ่ง ปุ๋ย กิติพงษ์ โง้วศิริ ก็อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นเหมือนกัน

11

“ปรกติผมจะไปทะเลทุกวันอยู่แล้ว จริงๆผมนัดเด็กนักเรียนไปติวสอนวาดรูปที่หาดราไวย์ แต่นักเรียนแคนเซิลไปเพราะพวกเขาใกล้สอบ แต่ผมก็ยังไปที่นั่นอยู่ดีเพราะชอบไปเก็บเศษไม้ที่แตกมาจากเรือไปถึงก็ 8 โมงครึ่ง จอดมอเตอร์ไซค์แล้วก็เดินไปที่ชายหาด ระหว่างทางที่เดินก็เริ่มสังเกตว่าน้ำที่คลองปากบางซึ่งเป็นคลองน้ำขึ้นน้ำลงช่วงที่จะออกไปตรงหาดราไวย์มันขึ้นผิดปรกติ ยังคิดเลยว่าน้ำมันจะมาขึ้นอะไรตอนนี้ มันไม่ใช่เวลาน้ำขึ้นมันน่าผิดสังเกต

…สักพักไม่ถึง 5 นาที น้ำก็ลดฮวบเหมือนโดนดูดพรึ่บ…ไปสุดถึงเกาะบอน แป๊บเดียวน้ำหายไปทันตาเราเห็นเกาะอยู่ข้างหน้า ซึ่งตรงนั้นจะมีร่องน้ำอยู่ พวกที่เขาลงเรือจะเข้าออกทางนั้นกัน ผมก็เห็นว่าน้ำมันลดมากกว่า ช่วงน้ำแห้งตามปรกติธรรมชาติ หลังจากนั้นไม่เกิน 20 นาที ผมเห็นหัวคลื่นขาวห่างจากตัวผมประมาณ 500 เมตร ในขณะที่เริ่มเห็นคนลงไปที่ทะเลไปเก็บปะการัง เก็บปลา ปู เพราะน้ำมันแห้งเดินลงไปได้

…แต่ผมก็ไม่ได้ลงไป จังหวะนั้นยังเห็นหัวคลื่นขาววิ่งเข้ามา มันตัดกับเส้นขอบฟ้า ตอนนั้นคลื่นยังไม่สูงผมไม่ได้เดินไปตรงหาด ในใจยังคิดว่ามันแปลกมาก นี่มันอะไร เห็นแนวเส้นขอบฟ้าที่มันผิดปรกติ สักพักคลื่นมันสูงขึ้นๆ วิ่งเข้ามาเรื่อยห่างจากตัวผม 200 เมตร ผมก็คิดว่า เฮ้ย มันไม่ใช่แล้วหล่ะ เลยรีบวิ่งไปที่เชิงสะพานที่จอดมอเตอร์ไซค์ทิ้งเอาไว้

….พอผมขึ้นรถได้ก็บิดหนีเลย คลื่นมันตามมาแล้วจากรถมอเตอร์ไซค์จนถึงชายหาด 400 จน 200 เมตรห่างกันแค่สนามฟุตบอล โอ๊ย มันไม่ใช่แล้ว มันไม่ไกลเลยด้วยความเร็วของคลื่นตอนนั้น ผมเห็นสปีดโบ๊ทเรือไม้ที่จอดอยู่ตรงหาด ถูกคลื่นดึงเรือม้วนขาดออกจากทุ่น น้ำมันมาไวมากผมรีบขี่มอเตอร์ไซค์หนีขึ้นเนินขี่ไปได้ไม่ถึงยอดเนินนะเพราะคนเยอะมากต้องจอดรถทิ้งไว้แล้ววิ่งต่อ เนินตรงนั้นสูงประมาณตึก 3-4 ชั้นไม่รู้ตอนนั้นทำไมตัดสินใจขี่ขึ้นเนินเหมือนกัน มันเป็นสัญชาตญาณแล้วก็เห็นว่าคนอื่นหนีขึ้นเนินเหมือนกันก็ตามเขาไป เรารู้ว่ามันเป็นคลื่นเลยไม่ได้ขี่หนีทางราบ แล้วก็รู้อย่างเดียวว่าขึ้นเนินแล้วน่าจะปลอดภัยตอนนั้นต่างคนต่างหนีตาย ทุกอย่างโกลาหลไปหมด

….ไม่รอดแน่ๆ คลื่นมันมาไวมากๆ ผมห่างจากคลื่นไม่ไกลเลยแค่ 200 เมตรเอง นาทีนั้นพอเห็นคลื่นสูงขนาดนั้นคิดว่าถ้าไม่มีมอเตอรไซค์นี่ตายแน่ๆ ถ้าตัดสินใจช้าไป 5 นาทีคงไม่ทัน ชั่วโมงนั้นทุกอย่างปั่นป่วนไปหมดต้นมะพร้าวต้นสน รถ เรือ คน ร้านค้าที่อยู่แถวนั้นเสียหายหมด

…ทุกคนตกใจไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในระหว่างนั้นประมาณ5 ชั่วโมงที่อยู่บนเนินก็มีคลื่นมาอีก 2-3 รอบเสียงดังสนั่นแบบที่ไม่รู้จะบอกยังไง ทุกคนตกใจ เราอยู่สูงพอที่จะเห็นเหตุการณ์ข้างล่างเห็นทุกอย่าง คลื่นรอบที่ 2 มาสูงมากหลังจากที่ติดอยู่บนเนินนั้นนานหลายชั่วโมง ก็มีรถมาประกาศบอกว่าอย่าเพิ่งลงจากเนิน ต้องรอจนกว่าจะปลอดภัยตอนนั้นไม่มีใครรู้จักคำว่าสึนามิเลย ไม่เคยเห็น เราไม่ใช่คนทะเลเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก”

 

“โชคดีที่ผมตัดสินใจถูกที่ว่าไม่ลงไปที่ทะเลดูน้ำลด เพราะผิดปรกติจากที่เคยเป็น แล้วก็ตัดสินใจไวที่ไปที่มอเตอร์ไซค์แล้วขับหนี สิ่งสำคัญคือต้องตั้งสติ เราต้องรักตัวเราก่อนในเมื่อเราอยู่ตรงนั้นคนเดียว สถานการณ์มันบังคับให้เราเป็นแบบนั้นต้องหนี ชั่วโมงนั้นอะไรก็ไม่สำคัญมากกว่าชีวิตครับ ต้องมีสติจริงๆ”

 

เรื่อง: Miss Destiny