เทรกกิ้งและความท้ายทายกับ โป้ง-ปวิญ มือกลองโมเดิร์นด๊อก

ดิฉัน / STORY / เทรกกิ้งและความท้ายทายกับ โป้ง-ปวิญ มือกลองโมเดิร์นด๊อก

tracking02

โป้ง-ปวิญ สุวรรณชีพ มือกลองมาดเข้มแห่งวง “โมเดิร์นด๊อก” เพิ่งจะสัมผัสการท่องเที่ยวแบบ “เทรกกิ้ง” มาได้ไม่นาน จากทริปมือใหม่ที่คุณโป้งได้ไต่ขึ้นเทือกเขาหิมาลัยที่เนปาลอย่างคนไม่รู้อะไรเลย ทำให้เขาได้พบกับประสบการณ์อันแสนวิเศษ และนำมาสู่การเดินขึ้นยอดภูเขาไฟฟูจิและตาเตยาม่าในอีกไม่กี่เดือนหลัง

tracking03

“ครั้งแรกที่ไปเทรกกิ้ง เป็นการไปแบบไม่รู้อะไรเลย เห็นเพื่อนไปก็เลยไปด้วย ตอนนั้นเรามือใหม่กันทุกคน รู้แค่ว่าต้องเดินทั้งหมดสิบวัน คิดว่าตัวเองแข็งแรงพอ เตรียมแค่เสื้อผ้ากับอุปกรณ์ไปแค่นั้น ไม่รู้ว่าหิมาลัยเป็นยังไง อากาศเป็นยังไงจนเครื่องลงที่สนามบินเนปาล เห็นบ้านเมืองเขา สิ่งแรกที่รู้สึกคือ เรามาทำไมเนี่ย แต่จะถอยก็ไม่ได้แล้ว พอออกไปนอกเมือง ความรู้สึกก็ค่อยๆเปลี่ยนไป เริ่มติดใจกับความเป็นธรรมชาติระหว่างทางที่เราต้องเดินขึ้นไปจนถึงยอดเขาอันนาปุรณะ ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงอันดับสี่ของโลก ด้วยเส้นทางเดียวกับลาและม้าที่คนเนปาลใช้จูงขนของขึ้นไปที่หมู่บ้านบนนั้น ระหว่างทางม้าก็จะกินไปเรื่อยๆ แล้วปล่อยมูลออกมาด้วย เราต้องคอยหลบ เรื่อยๆ แล้วความเหนื่อยทำให้เราสนใจกับสิ่งเหล่านั้นน้อยลง ระหว่างทางเราได้แวะตามหมู่บ้านเล็กๆไปเรื่อยๆ

tracking09

ยิ่งสูงขึ้นไป สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไป จากต้นไม้ที่ดูเหมือนป่าบ้านเราในช่วงความสูงไม่ถึง 3,000 เมตร ก็เปลี่ยนเป็นต้นไม้
อีกแบบหนึ่ง และเมื่อสูงขึ้นไปยิ่งกว่านั้นก็มีแต่หินอย่างเดียว เราถึงเบสแคมป์ในตอนที่ฝนกำลังตกและฟ้าปิด จนมองไม่ออกว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวนั้นคืออะไร ได้ยินแต่เสียงน้ำที่เกิดจากหิมะบนเขาละลายแล้วไหลลงมา เราเดินเลาะไปตามแม่น้ำไปเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งที่อยู่ดีๆ ฟ้าก็เปิด ทำให้เรามองเห็นความยิ่งใหญ่ที่อยู่รอบตัวจนเรารู้สึกว่าเราเป็นเหมือนมดตัวนิดเดียวที่อยู่ในอาณาจักรนี้

tracking04

เราเริ่มติด ใจการเทรกกิ้งมาจากครั้งนั้น เพราะมีความสุขกับการได้เดินขึ้นไปและได้อยู่กับตัวเองตลอดเวลา ไม่กี่เดือนต่อมา เรามีโอกาสไปญี่ปุ่น จึงวางแผนว่าจะเดินขึ้นฟูจิกับน้องผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ปรกติที่ฟูจิจะเปิดให้คนเดินขึ้นไปแค่สามเดือน คือช่วงกรกฎาคมถึงกันยายน แต่เราไปก่อนที่เขาจะเปิดให้ขึ้นประมาณสองสัปดาห์ ซึ่งเขาไม่ได้ห้ามหากจะเดินขึ้นไป เพียงแต่มันเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายเพราะมีคนขึ้นไปแล้วเสียชีวิตทุกปี หากเกิดอะไรขึ้นจะไม่มีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือ และที่พักก็ยังไม่เปิด

track11

เราได้ที่พักเป็นบ้านแห่งเดียวบนภูเขา แล้วก็ตั้งใจจะตื่นตีสามเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นข้างบน เจ้าของบ้านพักบอกว่าไม่แนะนำ เพราะอันตราย เราจึงเปลี่ยนแผนตื่นตีสี่ปลายๆ เพื่อให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น แล้วเดินต่อไปให้ถึงยอดหลังจากจบมื้อเช้า จากสเตชั่นที่ 8 ขึ้นมา รอบตัวเราซึ่งมีแต่ภูเขาไม่มีคนอื่นเลย เช้าวันนั้นมีพายุเข้า และอากาศแปรปรวน เราจึงตั้งใจว่าจะเดินจากสเตชั่นที่ 8 ไปถึงสเตชั่นที่ 10 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดแล้วเดินลงเลย ความสูงของภูเขานี้ทำให้เราเดินได้ช้ามาก จากฟ้าที่เปิดใสแจ๋วค่อยๆมีเมฆไหลมา และกลายเป็นเมฆดำที่อยู่ในระดับเดียวกับตัวเรา ที่แย่กว่านั้นคือเราได้ยินเสียงฟ้าร้องอยู่ข้างๆหู ซึ่งน่ากลัวที่สุด เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าฟ้าจะผ่าได้เพราะเราอยู่ในที่โล่งมาก

tracking06

ความกลัวเข้ามาประชิดเราในตอนนั้น ต้องตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือกลับ ยอดเขาอยู่ไม่ไกลเราแล้ว มันอยู่สูงกว่าเราแค่ 200 เมตร แต่ก็ชันมากจนต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะไปถึงยอด ที่สำคัญคืออันตรายมาก เราลังเลอยู่นานจนฟ้าเปิดแล้วตัดสินใจขึ้นให้ถึง มีเพียงเสียงหอบของลมหายใจ และเสียงเท้าที่ย่ำขึ้นไปของเราสองคนเป็นเพื่อน พอถึงยอดเขาแล้วเรารู้สึกภูมิใจยิ่งกว่าเดินขึ้นอันนาปุรณะ เพราะครั้งนี้เราตั้งใจมาเราเดินฝ่าความกลัวที่เกิดขึ้นในใจแล้วเราจบมันได้จริงๆ

tracking05

เราติดใจการเดินเทรกกิ้งมากขึ้น ทริปเทรกกิ้งวันเดียวและคนเดียวของเราเกิดขึ้นอีกครั้งในญี่ปุ่น หลังจากเล่นคอนเสิร์ตในโตเกียว เช้าวันรุ่งขึ้นเรานั่งรถไฟไปที่โตยาม่า เพื่อไปเทรกกิ้งที่ภูเขาตาเตยาม่า ซึ่งเป็นเทือกเขาอัลไพน์ในญี่ปุ่น ลงรถไฟที่สถานีโตยามา เราต้องขึ้นรถรางหรือกระเช้าเพื่อไปยังจุดที่มีเทรลให้เดินต่อ หิมะที่นี่จะตกเร็วกว่าที่อื่นในญี่ปุ่นคือช่วงเดือนตุลาคม เราไปเดือนสิงหาคม หิมะชุดเดิมยังละลายไม่หมด แต่ก็เดินไม่ลำบาก เทรกกิ้งมือใหม่ก็ยังเดินได้สบาย เราเลือกเดินในเส้นทางที่จะพาไปยอดที่สูงที่สุด แต่ต้องรีบทำเวลาเพราะต้องลงมาให้ทันกระเช้าชุดสุดท้ายที่จะลงจากสเตชั่น จึงต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งด้วยเสื้อผ้าและรองเท้าที่ไม่ได้เตรียมตัวมา และใช้ร่มกันฝนต่างไม้เท้าเทรกกิ้งแทน และเมื่อไปถึงจุดสูงสุดที่ป้ายซึ่งเขียนตัวเลขเอาไว้ว่า 3015 ฝนก็ตก ทำให้ต้องรีบกลับลงมา ทริปนี้จึงเป็นทริปที่ทุกอย่างดูเร่งรีบไปหมด แต่ก็สนุกและท้าทายสมใจ

tracking07

“ความสนุกในการเที่ยวแบบนี้ มันคือความตื่นเต้นและท้าทายตัวเองว่าเราจะทำได้หรือไม่ได้ เราขีดเส้นชัยให้ตัวเอง ว่ามาถึงตรงนี้ได้แล้ว คราวต่อไปเราก็ต้องทำให้ท้าทายยิ่งกว่าอีก”

TIPS

+ การวางแผนให้พร้อมคือการเตรียมตัวในการเทรกกิ้งที่ดี และนอกจากแผน A แล้ว จะต้องมีแผน B ไว้สำรองเสมอ เพราะสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปมา อาจทำให้เราทำตามแผนที่วางเอาไว้ไม่ได้เสียทั้งหมด
+ หากเป็นการเทรกกิ้งที่ใช้เวลาหลายวัน ควรมีอุปกรณ์ให้พร้อมเช่น รองเท้าสำหรับเทรกกิ้งโดยเฉพาะ เสื้อผ้าที่กันหนาวและกันฝนได้ และควรเลือกยี่ห้อที่ผลิตมาเผื่อการเทรกกิ้งจริงๆ จะทำให้เดินได้สบายกว่า ไม้เท้าเทรกกิ้งสำหรับพยุงตัว ถุงมือ ถุงเท้า หมวกกันหนาว หมวกกันแดด ฯลฯ
+ การเทรกกิ้งหลายวันเช่นที่เนปาล ควรไปกับไกด์นำทัวร์และซื้อประกันเอาไว้ หากมีเหตุไม่คาดฝันหรือเดินต่อไม่ไหว บริษัทประกันจะส่งเฮลิคอปเตอร์มารับกลับได้ทันท่วงที