อย่าใจกล้ากันนักเลย

ดิฉัน / STORY / อย่าใจกล้ากันนักเลย
ความกลัว เป็นสมบัติติดตัวของทุกคนค่ะ อย่าให้มีน้อยซะจนไม่กล้ากระดิกตัว เพราะกลัวไปซะหมด แต่ก็อย่ามีมากมาย จนคนใกล้ๆเริ่มกลัวเรา

ความยากที่สุดของวันนี้ คือควบคุมความกลัวที่เรามียังไง ไม่ให้ดูกล้าบ้าบิ่นหรืออ่อนไหวเกินจะอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง โดยเฉพาะเพศหญิงที่สังคมบ้านเรา สอนให้กล้า น้อยกว่าสอนให้กลัว

ยุคนี้เปลี่ยนไปเยอะค่ะ เรื่องที่น่ากลัวกลับลุกขึ้นมาใจกล้า เรื่องที่ควรจะกล้ากลับตั้งหน้าตั้งตากลัว เคยจัดรายการมีโอกาสรับสายน้องผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเล่าถึงวิธีคิดพิชิตรักของเธอเอง ฟังแล้วน่ากลัวทีเดียว

“มีพี่คนหนึ่งมาจีบค่ะ แรกๆไม่ได้คิดอะไร แต่พอคุยกันได้สักอาทิตย์ หนูรู้สึกว่าอยู่กับพี่เขาแล้วอบอุ่นจัง พอเริ่มรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ หนูก็เลยจัดทริปลองใจ เราไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันค่ะ มีเพื่อนหนูไปด้วย แต่เพื่อนก็เอาแฟนไป วันนั้นหนูมีอะไรกับพี่เขา พอกลับมาหนูก็แกล้งบอกเขาว่าความจริง หนูมีสามีและมีลูกแล้ว แต่อยู่ด้วยกันไม่ได้เลยพาลูกหนีมา หนูอยากรู้ว่าเขาจะทำยังไง รับหนูได้ไหม รักหนูมากพอที่จะมองข้ามเรื่องอื่นๆไหม”!!!!!

ฟังแล้วแทบอยากใช้หัวเดินแทนขาอะไรทำให้น้องคิดได้แบบนี้นะ บ้าหรือเปล่า ถ้ารักฉัน ต้องรักถึงขั้นยอมแย่งฉันจากสามีได้อย่างนั้นหรือ ลองใจไม่ว่า แต่ดันยอมมีอะไรกับเขาก่อน ตกลงใครที่มีแต่เสียกับเสีย ถ้าเจอผู้ชายอยากกินฟรี มีอะไรไปแล้วนี่ ก็แค่มั่วโมโหที่เธอหลอกว่าไม่มีใครทั้งที่ผ่านการมีสามีมาแล้ว งั้นไม่คบต่อ ได้โอกาสชิ่งแบบที่ผู้หญิงเปิดทางให้ แล้วตกลงการลองใจได้ผลยังไงน้อง

“เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร ยังไงเขาก็ยังคุยกับหนูแบบนี้แหละ แต่ถ้าถึงขั้นจะเป็นครอบครัว อันนั้นค่อยว่ากันอีกที เพราะที่บ้านของเขาคงรับไม่ได้” ไม่เห็นแม้แต่ประโยชน์สักข้อที่น้องยอมเป็นของเขาแบบเขาไม่ได้ขอ แล้วก็เลยไม่ต้องรอการรับผิดชอบใดๆ

“หนูเสียใจค่ะพี่ ร้องไห้เป็นวันๆเลยรีบสารภาพว่า จริงๆหนูแค่แกล้งลองใจ เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร เขาก็ขอโทษที่พูดไปแบบนั้น แต่ก็คบกับเขาต่อมาเรื่อยๆ หลังๆเขามาขอยืมเงิน หนูก็ให้ อยู่ๆเขาก็บอกว่า ขอแยกกันสักพัก ขอเวลาคิดและตัดสินใจกับหลายๆเรื่องในชีวิต ไปหาที่ห้องก็ไม่ยอมเปิดประตูให้ หนูเลยกรีดข้อมืออยู่ตรงนั้น เขาถึงเปิดประตูออกมาแล้วพาหนูเข้าไป เขาบ่นว่าทำอะไรแบบนี้ เห็นไหม เขายังต้องมาลำบากเช็ดเลือดให้อีก”

น้องเอ๋ย ถ้าอยากเสียเลือดไปบริจาคเลือดต่อชีวิตคนอื่นดีกว่า คนที่น้องรักและน้องบอกว่าเขารักน้อง จะเปิดประตูให้ซะที ต้องเสียเลือดขนาดนี้ ยังมีหน้าจะไปรักเขาหรือ

ถ้าพี่เป็นผู้ชายคนนั้น พี่ก็คงไม่อยากอยู่ใกล้ๆ เพราะไม่รู้ประโยคไหนของน้องเป็นเรื่องจริง หรือจะโกหกลองใจเรื่องอะไรอีกแถมเรียกร้องความสนใจโดยการทำร้ายตัวเอง เขาคงอยากมีคนรักแบบที่สบายตัวและหัวใจ ไม่ใช่อยู่ๆก็เสียเลือดเพื่อเรียกร้องความรัก อย่าหวังถึงขนาดนั้นเลย น้องอาจไม่ได้แม้แต่ความสมเพชด้วยซ้ำ ลองใจไม่ต้องใช้กลยุทธ์ใด ให้เวลาในช่วง ‘ดูใจ’ กันนานๆ จะได้ไม่ต้องใช้เวลา ‘ทำใจ’ ภายหลัง เพราะยังไง ทำใจก็นานกว่ามากกลัวเขาทิ้ง ยิ่งต้องทำตัวให้มีค่า ไม่ใช่ชิงทำตัวไร้ค่า ของใดที่ได้มาง่าย เสียไปก็ไม่มีอะไรต้องเสียดาย

ความใจกล้าอีกแบบ ต้องยกให้น้องคนนี้ค่ะ น้องส่งอีเมล์เข้ามาคุย ว่าที่เจ้าสาวที่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่เสี่ยงภัยเรียกกันสั้นๆง่ายๆว่า ‘วอน’

“กำลังจะแต่งงานสิ้นปีนี้ค่ะ เรื่องราวมันเหมือนจะ Happy Ending นะคะ แต่หนูสิดันไปหวั่นไหวกับผู้ชายอื่น ที่ทำงานในที่เดียวกัน หนูเคยแกล้งบอกเขาตรงๆ ว่าเราชอบเขา เขาก็บอกว่าเธอจะมาคิดอย่างนี้กับเราไม่ได้นะ เธอกำลังจะแต่งงานแฟนเธอรักเธอมาก เราเป็นได้แค่เพื่อนสนิทกัน สนิทมากๆแค่นั้น หนูก็เลยเฉไฉว่าหนูพูดเล่น แต่ในทุกๆวัน หนูทำทุกอย่างได้เพื่อเขา ไปรับ ไปส่งกลับบ้าน พาไปกินข้าว (เราออกเงินซะด้วย)

ก็คบไป แบบพยายามตัดใจ เพราะหนูรู้ว่ามันไม่ดี แต่เขาแหละ พอหนูคิดจะหยุดเขาก็มาทำให้ใจอ่อน ต่อมาเขาทะเลาะกับเพื่อนที่อยู่บ้านเดียวกัน อยากย้ายออก เราก็ไปช่วยขนของ ถามว่า แล้วคุณจะไปอยู่ที่ไหน เขาบอกไม่รู้ อ้าว!! หาที่อยู่ไม่ได้สุดท้ายก็มาอาศัยบ้านหนูอยู่ ทีนี้ ใกล้ชิดเลยค่ะ นอนห้องเดียวกัน แฟนหนูก็รับรู้นะคะ ตอนแรกเขาก็หวงหนูกับผู้ชายคนนี้เหมือนกัน แต่ที่แฟนหนูรับได้คือ ผู้ชายคนนี้เขาไม่ค่อยแมนเท่าไหร่ หนูคิดว่าเขาเป็นเกย์ฝรั่ง เคยถามเขานะคะว่าตกลงเป็นเกย์รึป่าว เขาก็ปากแข็งบอกว่าไม่ได้เป็น แต่หนูเห็นใน Facebook เขาคุยแต่กับผู้ชาย ต้องเป็นเกย์แน่ๆ

อยู่ห้องเดียวกัน แต่สาบานเลยค่ะว่าไม่มีอะไรเกินเลย มีบ้างที่หนูเมา เขาจุ๊บที่แก้มหนูแบบฝรั่ง ตอนนี้เขาก็ยังอาศัยอยู่ที่บ้าน พ่อแม่หนูเป็นห่วงมาก กลัวว่าแฟนเราจะคิดมาก แต่ขอยืนยันว่าไม่มีอะไรเกินเลย (แม้บางครั้งหนูจะคิด) สิ้นเดือนนี้ เขาจะย้ายออกจากบ้านหนูแล้ว เพราะเพื่อนร่วมงานเขามองว่าหนูจะแต่งงานแล้วมันไม่เหมาะสมเลย ก็ดี แฟนเราจะได้ไม่คิดมาก (ดูสิ เพื่อนร่วมงานเขาคิดได้ก่อนหนูอีก)

หนูไม่ได้ต้องการคำว่าแฟนนะคะ ขอแค่เขาคิดถึงเราบ้าง ว่าเราทำเพื่อเขาขนาดนี้ เขาน่าจะคิดออกบ้างว่าเราคิดยังไงกับเขา ขอแค่รับรู้ ขอแค่ห่วงใย ไม่มีทางไหนจะเป็นไปได้เลยค่ะ หนูก็กำลังจะแต่งงาน ส่วนเขาก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงอารมณ์นี้ โคตรหน่วงเลยค่ะ”

อ่านไปแบบหายใจไม่ค่อยทั่วท้องดูเหมือนน้องอยากนอกใจว่าที่สามีเต็มที่ดีที่เขาชอบผู้ชาย ไม่อย่างนั้นคงมีอีกสารพัดปัญหาให้ตามแก้จากความไม่รู้จักพอของเรา ไปถามตัวเองดีๆ ที่แต่งงาน เพราะรักหรือตอนนี้มันเป็นแค่ภาระหน้าที่ในชีวิต ไม่มีใครในโลกเขาทำกัน กำลังจะแต่งงาน แต่มีผู้ชายอื่นมานอนหรือเดินเพ่นพ่านในห้องนอนเรา จะบอกว่าเขาเป็นเกย์ แล้วได้รับสิทธิพิเศษ เกย์ก็ทำน้องท้องได้นะ ท้องที่ฟ้องว่าน้องไม่ซื่อสัตย์พอจะเป็นเจ้าสาวของแฟนซะด้วย

ความกลัวเป็นอาวุธในการป้องกันตัวของเราค่ะ ‘กลัว’ ไว้ จะได้ไม่พาตัวและหัวใจไปอยู่ในภาวะเสี่ยง หรือถ้าตกเข้าไปอยู่ในวังวนนั้นแล้ว ก็ต้อง ‘กล้า’ ที่จะจบถ้าไม่กล้าจะจบ ก็ต้องกล้ายอมรับความเจ็บในระยะยาว ยังยืนยันเสมอ ตั้งสติเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ยังดีกว่าใช้สติมาตามแก้ปัญหาในภายหลังแน่ๆ


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน