รักมาก แล้วทำไม มากรัก

ดิฉัน / STORY / รักมาก แล้วทำไม มากรัก
เห็นผลสำรวจไหนก็ไม่เร้าใจเท่าผลสำรวจที่จัดทำขึ้นโดยถุงยางอนามัย ด้วยความที่สินค้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอารมณ์ผสมกิเลส แน่นอนถุงยางโพลล์คงไม่ถามคำถามประเภทช่วงสงกรานต์คนไทยจะไปทำบุญที่วัดไหนมากที่สุด?

shutterstock_57842362-1

ล่าสุดดูเร็กซ์โพลล์ทำสำรวจเรื่องการนอกใจของผู้ชายและผู้หญิง ผลที่ได้คือ ผู้ชายไทย ติดอันดับ 1 ของโลกถึง 54% มีความสัมพันธ์ซ่อนเร้นกับคนที่ไม่ใช่แฟนหรือภรรยา แปลว่าตอนนี้ผู้ชายเกินกว่าครึ่งหนึ่งมองว่า นอกใจใครๆเขาก็ทำก่อนบรรดาสตรีผู้ถูกกระทำจะก่นด่า ในฐานะผู้เสียหายและผู้เสียใจอ่านโพลล์ข้อต่อไปดีกว่า ผู้หญิงไทยติดอันดับนอกใจเป็นที่ 2 ของโลก รองจากไนจีเรีย แต่เปอร์เซ็นต์กลับสูงกว่าผู้ชาย มีถึง 59% ที่คบผู้ชายครั้งละหลายคนเพื่อชดเชยปัญหาที่ตัวเองมักถูกหลอก เอาเข้าไปค่ะ คบคนเลว แล้วเลยต้องเลวกลับสุดท้ายก็งงว่าการทำแบบนี้นอกจากความสะใจแล้วได้อะไรอีก ถ้าเขารักเรามาก และเจ็บปวดใจ กับการมีคนอื่นของเรา เขาคงไม่ชิงมีคนอื่นไปก่อนหน้านี้แน่ๆ

ผู้หญิงไม่น้อยใช้วิธีการแก้ปัญหาความรัก โดยการเพิ่มจำนวนคน คบกันคุยกัน ไม่เข้าใจ ไม่บอกกัน แต่ดันไปคบคนอื่นเพื่อบอกกับตัวเองให้รู้สึกผิดน้อยลงว่า ก็แฟนไม่มีเวลาให้ แต่อีกคนกลับเข้าใจ และยอมรับได้ทุกอย่างกับแฟนก็ไม่อยากเลิก เพราะผูกพันกับอีกคน เขาแค่ชดเชยสิ่งที่แฟนให้เราไม่ได้ โอว!! ช่างเยอะเยอะทั้งความต้องการ มากทั้งจำนวนคน บอกว่าตัวเองสับสนจริงๆแค่เป็นคนไม่รู้จักพอ

มีอีเมล์ของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอตั้งใจส่งมาเล่าเรื่องของตัวเองเพื่อบอกให้คนอื่นได้เห็นผลจากชีวิตที่คิดว่า การมีแฟนเพิ่มมักเริ่มจากการไม่คิดอะไร คุยไปขำๆ แล้ววันหนึ่งจะรู้ว่าเรื่องขำมากมาย สุดท้ายมันเศร้า ร้องไห้จนเราหายใจแทบไม่ออก

น้องคนนี้อายุเกือบ 30 ปี คบกับแฟนมา 5 ปีกว่า แฟนเป็นคนดี ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยว ประหยัดและรักครอบครัวมาตลอด ข้อเสียที่เราไม่ปลื้มอย่างเดียวคือ คบกันมาขนาดนี้ เขาไม่เคยพาเราไปแนะนำที่บ้านของเขาสักครั้ง ถามเมื่อไหร่ก็ผัดผ่อนไปเรื่อย เดือนหน้าแล้วกัน พอถึงเดือนหน้าจริงๆก็เงียบ

น้องเป็นเด็กต่างจังหวัดเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ เช่าหอพักใกล้ที่ทำงาน แฟนจะมาหา 2 ครั้งต่ออาทิตย์ ค้างด้วย 1 คืน เย็นวันอาทิตย์ก็จะกลับบ้านตามปกติเป็นแบบนี้มาตลอด 5 ปี ที่คบกัน ความสัมพันธ์ที่เป็นไปอย่างเรียบง่าย ไร้อนาคต ทำให้เริ่มเบื่อหน่าย อิสระที่มีก็น้อย ไม่สามารถไปไหนมาไหนกับเพื่อนได้ไม่สามารถคุยโทรศัพท์กับที่บ้านต่อหน้าเขาได้ ไม่สามารถซื้อเสื้อผ้าช้อปปิ้งตามใจชอบได้ โดยที่เขาให้เหตุผลว่า

“พี่ก็ไม่เคยไปไหน ทำไมเราต้องไป” “ทำไมต้องไปกิน ทำไมไม่รอกินพร้อมกัน” โอ.เค. …เราก็ยอมและทำตามเพราะรักเขามาก

จนมาปีที่ 4 น้องอยากมีอิสระกว่านี้ เริ่มหนีเที่ยว เริ่มโกหกหนีไปช้อปปิ้ง เที่ยวกลางคืน จนได้เจอกับผู้ชายอีกคนที่มาชอบมาขอคบทั้งๆ ที่รู้ว่ามีแฟนอยู่แล้ว เสนออนาคตที่ชัดเจนและไม่รังเกียจครอบครัวน้อง จึงเป็นข้อเสนอที่ทำให้ไขว้เขว และอ่อนไหว เลยคบเขาไปพร้อมๆกับคบแฟน

คบได้ไม่นานเขาพาไปหาพ่อแม่ ช่างประเสริฐแท้ อุดช่องโหว่ที่เธอโหยหามานาน ผ่านไป 6 เดือน ก็ไปมีอะไรเกินเลยกับเขาเรียบร้อย พอเริ่มลึกซึ้ง ผู้ชายก็แสดงความเป็นเจ้าของมากขึ้นเรื่อยๆจนเธออึดอัด ในที่สุด ก็มาคิดได้ว่า ผู้ชายที่เข้ามาขอคบทั้งๆที่เธอมีแฟนอยู่แล้ว ไม่ใช่คนดีแน่ๆ เลยขอเลิกกับเขา เลือกแฟนเราดีกว่า เพราะเขาไม่ผิด และเขาก็ดีกับเรามาตลอด (ทำไมคิดไม่ได้ก่อนหน้านี้)

เรื่องราวทุกอย่างผ่านไปเงียบๆ น้องได้แค่ระบายความรู้สึกในใจ ลงในไดอารี่เอาไว้ เป็นความลับส่วนตัว เขียนเอาไว้เพื่อเตือนใจตัวเองในยามอ่อนแอที่สุดว่า อย่าทำแบบนี้อีก

พอกลับมาคบแฟนคนเดียว ความอดทนเริ่มน้อยลง เริ่มไม่ไหวกับนิสัยตระหนี่ ขี้เหนียวในบางเรื่อง จุกจิกกับข้าวของ บังคับในเรื่องที่น้องไม่อยากทำ และทนไม่ได้ทุกครั้งที่แฟนมาดูถูกครอบครัว วันนั้นเหมือนลูกโป่งที่แตก ทุกอย่างพรั่งพรูออกมาระบายความอึดอัดทั้งหมดที่มี เขารับฟังนิ่งๆ และยอมรับที่จะปรับปรุงตัว

มันคุ้มค่าจริงๆ พอบอกกันตรงๆว่าน้องคิดอะไร เขาก็เปลี่ยนไปมาก เริ่มเก็บเงิน สร้างฐานะ ดูทำเลบ้านเพื่อทำเรือนหอ ทุกอย่างเริ่มก่อร่างสร้างตัวและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี อนาคตที่มีร่วมกันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่ง น้องอยากย้ายหอพัก เขาก็น่ารักกุลีกุจอมาช่วยย้าย ด้วยความบังเอิญเขาก็ไปเจอไดอารี่เล่มที่น้องบันทึกความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตเอาไว้

หลังจากนั้น เขาเงียบหายไป ไม่รับสาย ไม่ว่าเราจะพยายามโทฯไป 30-40 สายก็ตาม เราพยายามติดต่อทุกช่องทางที่ทำได้ ภาพความฝันทุกอย่างที่เริ่มสร้างกันมา พังลงในชั่วข้ามคืน จนประมาณ 4 ทุ่ม แฟนได้ตอบข้อความกลับมา

“อย่างแรก หยุดโทฯมาก่อน แล้วพรุ่งนี้เย็นจะโทฯหา” ประโยคเดียวมันทำให้ตัวเย็นเฉียบไปจนถึงปลายเท้า มือไม้สั่น หัวใจเต้น หายใจไม่ออก ลมตีขึ้นหน้าอกจนต้องวิ่งเข้าไปอ้วก

จนถึงเวลาที่เขาโทฯมา ทุกอย่างดูเป็นปรกติ เขาถามสารทุกข์สุกดิบเหมือนเช่นเคย แต่น้ำเสียง มันช่างสงบ ราบเรียบ นิ่ง และไร้อารมณ์ใดๆเราเริ่มคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น สิ่งที่ทำให้เราเสียใจมากที่สุดยิ่งกว่าการก่นด่า คือคำพูดของเขาที่ว่า

“ทุกอย่างมันเป็นความผิดของพี่เอง พี่บีบบังคับทำให้เราต้องเป็นแบบนี้ บังคับให้เราทำในสิ่งที่ฝืนใจ พี่คิดว่ารู้จักตัวเราดีกว่าใคร แต่ที่ผ่านมาพี่ไม่รู้จักน้องเลย ทุกอย่างที่น้องแสดงออก ล้วนแต่โกหกทั้งนั้น ลับหลังกลับเป็นอีกอย่าง ที่ผ่านมาพี่บอกเสมอว่า พี่รับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ไม่ว่าน้องจะมีข้อเสีย 100 ข้อ 1,000 ข้อ ก็สามารถรับได้ แต่เรื่องเดียวที่รับไม่ได้ คือเรื่องนี้”

น้องสำนึกผิด พยายามร่ำร้องขอโอกาส และความเห็นใจทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่มีประโยชน์ใดๆ เขาบอกว่า ระหว่างเราอย่าพยายามเป็นมากกว่าเพื่อนเลย ถ้าหากยิ่งพยายาม เราจะได้เป็นแค่คนรู้จัก หรืออาจจะไม่รู้จักกันเลย มีอะไรที่พอจะช่วยเหลือได้ ก็ให้บอกพี่ยินดีช่วยเหลือเท่าที่จะช่วยได้

อ่านเมล์ไปแบบใจหายตามไปด้วย รักกัน ไม่ถูกใจกัน อย่าแก้ปัญหานั้น ด้วยการมีคนอื่น เขาอาจไม่น่ารักในบางเรื่อง เราบอกเขาดีไหม? ทำไมใช้วิธีนอกใจ เพื่อชดเชยสิ่งที่เราอยากได้ แต่ตัวเขาไม่มีการคบเธอไปพร้อมๆ กับคบเขา ไม่ได้ทำให้ตัวเราทรงคุณค่า บางทีเขาอาจมองเข้ามาแล้วรู้สึกก็ได้ว่า เธอเป็นแค่ทางผ่านไปมาของใครต่อใคร และรักมากมายที่เธอให้สุดท้ายมันเชื่อไม่ได้ เพราะเธอนอกใจ


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน