คนดี… ที่ไม่เคยสำคัญ

ดิฉัน / STORY / คนดี… ที่ไม่เคยสำคัญ
“ให้เขานอกใจไปมีผู้หญิงทีละหลายๆคนยังดีซะกว่า เขาบอกกับเราว่าเขาเป็นแบบนี้” คำตัดพ้อของน้องผู้หญิงคนหนึ่ง ที่โทฯเข้ามาเล่าเรื่องแสนจะทุกข์ใจใน Club Friday วันที่เราเปิดประเด็นให้แสดงความเห็นแชร์ประสบการณ์กันในหัวข้อ ‘คนดีที่ไม่เคยสำคัญ’

shutterstock_546500266-1

เป็นคนดีแทบตาย สุดท้ายเธอไม่รักคือเรื่องซ้ำๆที่เห็นกันบ่อย ความรักอาจไม่ใช่รางวัลสำหรับความดี ทำดีได้ดี แต่ไม่เคยได้ใจ มีให้เห็นเยอะแยะไป สุดท้ายก็คงต้องทำความดีกันต่อไปให้เราภูมิใจ แม้คนใกล้ๆอาจไม่เห็นความสำคัญ

น้องคนหนึ่งโทฯเข้ามาเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในใจแอบเดาเรื่องราวไว้ว่า คงเป็นเรื่องทั่วไป ทำดีแทบตาย สุดท้ายเธอเลือกคนอื่น แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ น้องเป็นผู้หญิงที่เกิดในครอบครัวอบอุ่น ชีวิตสวยงามมีคนกรุยทางให้ตลอดจนแต่งงานก็ยังได้เจ้าบ่าวจากครอบครัวที่รู้จักกันดีกับครอบครัวเรา เขาเป็นสจ๊วตค่ะ ดูแลความรักกันมาได้ 3 ปี ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง อาจจะมีบ้างที่เหงาตอนสามีไปบิน เจอกันน้อยไปหน่อย แต่ก็คอยดูแลซึ่งกันและกัน จะหายๆไปบ้าง ติดต่อยากบ้าง ก็ยกข้ออ้างทั้งหมดเป็นเรื่องของงาน

จนมาถึงช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในปีที่ผ่านมา เขากลับมาบ้านตามปรกติยังชวนกันไปเคาท์ดาวน์ น้องก็ไปกับเขาพร้อมกลุ่มเพื่อนสจ๊วตของสามี ต่อให้เป็นคนไม่ค่อยจับผิด วันนั้นก็ยังมีสิ่งผิดปรกติให้ได้รู้สึก เขาดูนิ่งๆเหมือนคิดอะไร แต่ภรรยาที่ดีควรมองข้ามๆไปบ้าง จนวินาทีที่เสียงพลุดังกระหึ่ม เขาดึงน้องเข้ามากอด แล้วกระซิบข้างหูว่า “ผมมีเรื่องจะสารภาพ” วินาทีนั้นหัวใจหล่น น้องรอฟังประโยคต่อไปอย่างตั้งใจ และต้องรับให้ได้ไม่ว่าสิ่งที่ได้ยินต่อจากนั้นจะคือเรื่องอะไร

“ผมเป็นเกย์ ผมขอโทษ ผมมันแย่ แต่ผมแค่ไม่อยากรู้สึกผิดอีกต่อไปแล้วตอนกลับบ้าน” ช็อคค่ะ น้องตัวชา แม้จะเตรียมใจไว้บ้างว่า น่าจะเป็นเรื่องไม่ค่อยดี แต่นึกไม่ถึงจริงๆว่าจะเป็นเรื่องนี้ ภาพต่างๆตั้งแต่ตอนเป็นแฟน จนแต่งงาน มันตีกันในหัววุ่นวายไปหมด น้องกลับบ้านด้วยอาการหัวใจสลาย ร้องไห้เสียสติ หลังจากวันที่เขาบอก เขาก็นิ่งๆไป ปล่อยให้เรานอนหลับไปก่อน เขาถึงค่อยๆขึ้นมานอนบนเตียง ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าคอมพ์แต่ยังใส่ใจเป็นห่วงเราอย่างที่เคยเป็นน้องโทฯเข้ามาเพื่อถามว่า

“พี่อ้อย พี่ฉอดคะ หนูจะปล่อยให้มีลูกดีไหม” ฮ้า!! อะไรทำให้น้องคิดแบบนั้น ปรกติเราอยากมีลูกกับคนที่เรารักค่ะ ถ้าอยากมีสัญลักษณ์แห่งความรักของเรา อันนั้นเข้าใจได้ แม้จะไม่เห็นสมควรเท่าไหร่ในกรณีน้อง ถ้าพ่อแม่ยังไม่รักกันมากพอยังเป็นสังคมอุดมปัญหา จะให้ลูกออกมาต่อสู้กับมากมายหลายปัญหาด้วยทำไมมันไม่ยุติธรรมเลย แต่วัตถุประสงค์หลักของน้องอยู่ที่คำถามต่อไปค่ะ

“พี่คะ ถ้ามีลูก เขาจะกลับมาเป็นคุณพ่อและสามีของเราได้เหมือนเดิมหรือเปล่าคะ” น้องอยากได้ลูกเป็นตัวประกัน เป็นเกย์ไม่ได้เป็นไข้ ไม่ใช่กินยาเข้าไปเดี๋ยวก็หาย แต่นี่คือรสนิยมของเขา การมีลูกไม่ได้ทำให้ความเป็นเกย์หายไป แต่ต้องยอมรับว่ามีมากมายที่เกย์ใช้ชีวิตคู่กับผู้หญิงที่เขารัก และรักเขา มีลูกไว้ยึดเหนี่ยวหัวใจ เป็นคุณพ่อที่น่ารัก ดูแลลูกได้ดีบางทีมากกว่าคนเป็นแม่ด้วยซ้ำ จัดวางเสื้อผ้า หาเครื่องแต่งตัวให้ แต่ความปลาบปลื้มในเพศชายด้วยกันไม่มีวันหมดไป เคยมีน้องที่รู้จัก ทำงานในบริษัทรับจัดงานแต่งงานบางคู่เจ้าบ่าวแต่งหน้าจัดกว่าเจ้าสาวอีกถามว่าเจ้าสาวรู้ไหมว่าสามีเป็นอะไร เธอรู้ค่ะ แต่เธอบอกว่า เคยผิดหวังจากผู้ชายแท้ๆที่ทำร้ายเธอทั้งร่างกายและจิตใจ กับคนใหม่แม้ว่าเขาจะเป็นเพศใด แต่เขาดูแลใส่ใจเธอ เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขารัก ถ้าไม่นับผู้ชายคนอื่นในชีวิตเขา

แต่ชีวิตของน้องที่โทฯเข้ามาเล่า เศร้ากว่าตรงที่ถูกหลอกมา ใช้น้องเป็นเครื่องมือสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์เพื่อตบตาพ่อแม่ความรู้สึกของน้องจะแย่แค่ไหน เขาไม่ใส่ใจเชื่อว่าที่เขามาสารภาพในวันนี้อาจเป็นเพราะถึงเวลาที่เขาอยากทำอะไรที่เป็นตัวของตัวเองมากยิ่งขึ้นไปอีก เช่นอาจเจอผู้ชายที่เขาอยากคบลึกซึ้ง แต่ทึ่งตรงสิ่งที่เขาบอก ต่อจากนี้จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดตอนกลับเข้าบ้าน ช่างไม่รับผิดชอบต่อผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกดึงมาตกนรกเลย จะรู้สึกผิดควรรู้สึกตั้งแต่คิดจะแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักแล้ว

“เขาบอกว่าจะมีลูกก็ได้นะ อยากได้ลูกผู้หญิงจะได้อยู่เป็นเพื่อนเธอ” อีกประโยคที่ปักหัวใจเหลือเกิน มีลูกให้ก็ได้นะ ผู้หญิงอยู่เป็นเพื่อนกันจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีกหรือ

น้องถามไปว่า “แล้วชีวิตคู่ของเราจะเอายังไงต่อ” เขาตอบว่า “ยังไงก็ได้ แต่ขออย่างเดียวอย่าให้ที่บ้านรู้แล้วกันว่าเขาเป็นเกย์ เขาไว้ใจเรามากนะ ถึงยอมบอกความลับนี้ไม่งั้นไม่บอกหร็อก” โอว!! เป็นบุญคุณเข้าไปอีก จะให้ดีใจใช่ไหมที่เธอไว้ใจ เลยปัดความรับผิดชอบทั้งหมดมาอยู่ที่นี่ เป็นเกย์ก็ได้นะคะ แต่อย่าทำร้ายใคร และอย่าเห็นแก่ตัวได้ขนาดนี้

ยังถามไปว่า น้องจะไหวหรือ ถ้ายังคงสถานะเป็นภรรยาที่สามีออกไปกอดผู้ชายของเขาได้ตามสบาย แบบที่มอบความไว้ใจให้ภรรยาในฐานะผู้ปกปิดความลับ ถ้าไม่ไหว เดินจากกันไปก็ได้นะ ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วทุกข์ แยกย้ายไปมีความสุขกันห่างๆ น้องบอกว่า “ไม่ได้ค่ะ บอกที่บ้านไม่ได้ เพราะครอบครัวสองบ้านสนิทกันมากและพ่อแม่ท่านคงไม่เชื่อ กลัวพ่อแม่เสียใจด้วย” ..เข้าใจค่ะน้อง แต่เราทำผิดอะไรต้องมาแบกปัญหาใหญ่ของเขาเอาไว้แบบนี้คู่แต่งงานมากมายในโลก เลิกกัน หย่ากัน เพราะไปด้วยกันไม่ได้ ถ้าบอกใครไม่ได้ว่าเขาเป็นเกย์ ก็เฉไฉไปว่ามีปัญหาครอบครัวยิ่งอยู่ยิ่งไม่รัก รสนิยมไม่ตรงกัน สารพัดสารพันที่เป็นเหตุแห่งการหย่าร้าง จริงๆไม่ชอบเห็นคนเลิกกันนะคะ แต่ที่ไม่อยากเห็นมากกว่าคือการถูกคนที่เรารักเอาเปรียบแล้วใช้คำว่า ครอบครัวต้องสมบูรณ์มาบังหน้า เราเลยต้องตั้งหน้าตั้งตาอดทนแบบที่ไม่รู้ว่าจะทนไปเพื่ออะไร แต่น้องเหมือนไม่ได้ฟังสิ่งที่บอกไป ยังเพียรที่จะถามว่า

“พี่คะ ถ้าน้องทนอยู่กันไปจนแก่เฒ่าเขาจะหายไหม” อาจารย์ดร.เสรี วงศ์มณฑา เคยอธิบายไว้ คนเรายิ่งอายุเยอะจะยิ่งรู้สึกว่าเวลาเหลืออยู่น้อย อะไรที่เป็นความสุข เขายิ่งต้องกอบโกย บางคนทำทุกอย่างที่ ‘ต้อง’ ทำมาค่อนชีวิต เรียนให้พ่อแม่แล้วไง ทำงานทำการสร้างเนื้อสร้างตัว หรือแม้แต่แต่งงานเพื่อครอบครัว บั้นปลายสุดท้าย ฉันจะทำสิ่งที่ตัวเอง ‘อยาก’ ทำบ้างแล้ว ยิ่งแก่กลับยิ่งแสดงออก เพราะต่อจากนี้ไม่มีอะไรจะเสีย เกย์ไม่ได้เป็นๆหายๆ แต่เป็นอย่างไรที่จะไม่ทำร้ายไม่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น ผู้หญิงมากมายถูกใช้เป็นตัวประกอบให้ชีวิตดูสมบูรณ์ แต่เธอเสียศูนย์หมดสิ้นซึ่งความมั่นใจไปทั้งชีวิต อย่าทำร้ายกันอีกเลย

เกย์ดีๆมีในโลก บางคนคือเพื่อนที่ดีที่สุด หวังดีและรักเราที่สุด แม้บางทีเราอยากได้เขาเป็นสามี แต่เขาให้เราเป็นได้แค่นี้จริงๆ


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน