‘ดี’ บางทีก็เกินไป

ดิฉัน / STORY / ‘ดี’ บางทีก็เกินไป
ตั้งแต่เรื่องราวใน Club Friday กลายมาเป็นเพลงที่อยู่ในอัลบั้ม Base on true story โดยหมอเอิ้น พิยะดาจิตแพทย์ที่ตั้งใจแต่งเพลงเพื่อช่วยบำบัดจิตใจให้กับหลายๆคน ทำให้มีโอกาสคุยกับหมอมากขึ้น คล้ายๆมีจิตแพทย์ส่วนตัว ทำให้รู้ว่ามีคนมากมายที่เกิดอาการป่วยใจ นานๆไปทำให้กลายเป็นอาการป่วยจิต

shutterstock_610349021-1

อาการขี้หึง ที่ตอนแรกๆเราแสนจะพึงพอใจว่าคนที่อยู่ใกล้ ช่างรักและหวงเราเหลือเกิน ต้องสังเกตเหมือนกันว่า เหลือเกินที่ว่าเกินไปขนาดไหน หึงจนกลายเป็นอาการป่วยทางจิตหรือเปล่า น้องหมอเอิ้นบอกว่าอาการที่ว่านี้มีชื่อเรียกว่า Jealousy Delusion เป็นขี้หึงที่บวกอาการหลงผิด คิดว่าสิ่งนั้นต้องเกิดขึ้นแล้วจริงๆ

คราวนี้อะไรคืออาการขี้หึง อะไรคืออาการป่วยทางจิต เขาให้สังเกตว่าถ้าเราจะหึงบ้าง แต่ยังมีอาการยับยั้งชั่งใจว่าเอ๊ะ หรืออาจจะเป็นเราที่คิดมากไปเองหรือเปล่า อันนี้ถือว่าปรกติ แต่ถ้าไม่เคยแม้แต่จะคิดสงสัยตัวเองว่าเข้าใจผิดไปหรือเปล่า ยึดมั่นถือมั่นว่าเธอมีคนอื่นแน่นอน ทุกอาการที่เธอทำคือการเสแสร้ง เพื่อปกปิดความผิด อันนี้เรียกป่วย ลองดูคนใกล้ๆ ว่าหึงของเขาอยู่ขั้นไหน ขั้นเป็นสภาวะหัวใจ หรือกลายเป็นสภาวะทางจิต มันน่ากลัวผิดกันมาก อาการที่หึงแล้วต้องฆ่าทั้งๆที่แค่สงสัยว่าเขากำลังมีคนใหม่ ก็นับได้ว่านี่คืออาการป่วยทางจิตประเภทหนึ่ง

หมอเอิ้นบอกว่า อาการนี้เป็นอาการที่รักษายากที่สุด เพราะคนป่วยยังทำงานหรืออยู่ในสังคมได้ตามปรกติ เลยยากจะยอมรับกับการรักษาโดยจิตแพทย์ คนที่อยู่ใกล้ต้องระวังให้มาก เพราะความเป็นจริงที่เราเพียรพยายามจะอธิบายว่าไม่ได้มีใคร ลบความหลงผิดของเขาไม่ได้แล้ว เฮ้อ

หวงหรือหึงนิดๆกำลังน่ารัก แต่ถ้ามากถึงขั้นป่วยจิต ต้องคิดแล้วคิดอีก ถ้าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย เจอคนใจร้ายก็อันตรายต่อความรัก เจอคนดีเกินไปนัก รักก็ไม่รอดค่ะ มีน้องผู้หญิงคนหนึ่ง โทฯเข้ามาคุยกันใน Club Friday พอน้องเล่าจบ พี่อ้อยพี่ฉอด เงียบไปทั้งคู่ เพราะรู้ว่าไม่ว่าจะพูดอะไรไป ยังไงก็ดูเลว แต่ในที่สุดก็ต้องพูดค่ะ

น้องคนนี้คบกับแฟนมา 5 ปี แฟนเป็นคนดีค่ะ แต่ติดที่อาจจะดีเกินไปนิดหนึ่งดีจนลืมไปว่า การดีกับใครๆเกินไป หลายครั้งก็ใจร้ายกับครอบครัว เขาเป็นคนที่ยึดมั่นว่า เราต้องทำประโยชน์เพื่อสังคม ช่วยเหลือคนอื่น ซึ่งก็น่าเลื่อมใสในจุดนี้ แต่บางทีก็ละเลยกับการดีต่อคนในครอบครัว ทำงานหนักเพื่อหารายได้เอาไปสร้างโรงเรียนให้เด็กๆมีที่เรียน แฟนเองก็พยายามที่จะช่วยและสนับสนุนสิ่งดีๆที่เขาคิด เพียงแต่ความต้องการพื้นฐานของผู้หญิงคนหนึ่งคือการแต่งงานกับคนที่เธอรัก ไม่เคยได้รับการตอบสนองจากเขา

ถามเมื่อไหร่ เขาก็แสดงอาการหงุดหงิดหัวใจ ทั้งๆที่คบกันมาตั้ง 5 ปี จนล่าสุดผู้ชายบอกกับเธอว่า

“พูดตรงๆนะ เธอไม่ใช่ความสุขในชีวิตของฉัน แม้แต่ครอบครัว พ่อแม่ก็ไม่ใช่ความสุขจริงๆที่ฉันต้องการ ความสุขที่สุด ตอนนี้คือการทำเพื่อสังคม เข้าใจไหม” ฟังแล้วเหมือนต้องมีแสงสว่างวาบ ดนตรีโหมกระหึ่ม กล้อง close up ที่สีหน้าและแววตามุ่งมั่น อย่างกับหนังโฆษณา

เข้าใจหมดเลยค่ะ คนดีที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม น่ายกย่อง แต่ทั้งหมดเราต้องดูแลสังคมเล็กๆในบ้านที่ชื่อว่า ครอบครัวของเราให้ดีก่อนไม่ใช่หรือคนแข็งแรงและว่ายน้ำเก่งถึงจะสามารถลงไปช่วยคนที่กำลังจะจมน้ำได้ แต่ไม่ใช่โดดลงไปแล้วกลายเป็นภาระใหม่ให้สังคม ทั้งๆที่รู้ว่าตั้งใจดี

พ่อแม่เขาก็พร้อมจะเข้าใจ แต่บางทีก็อยากให้ลูกดูแลใกล้ๆ อยากจะได้เจอลูกบ้างก็ต้องเข้าใจเสมอว่าลูกกำลังไปช่วยเหลือคนอื่นๆ เลยไม่มีเวลาให้ เท่าที่เคยได้ยินก็มีนะคะ ลูกสาวฝักใฝ่การสร้างพระเพื่อล้างบาป มั่นใจว่าทางพุทธศาสนาที่แท้จริงไม่ได้สอนแบบนี้ แต่น้องก็ยึดมั่นถือมั่นทำงานหาเงินให้ได้มากที่สุดเพื่อสร้างพระหลายๆองค์ จนไม่มีเวลาดูแลพ่อแม่ ในที่สุดก็เลยพาคุณพ่อคุณแม่ไปอยู่บ้านพักคนชรา อ้างว่าท่านจะได้เจอเพื่อนวัยเดียวกัน ตัวเองก็จะได้มีเวลาทุ่มเททำงานหนักหาเงินเพื่อสร้างพระได้เต็มที่พระในบ้านยังดูแลให้ดีไม่ได้ จะทำบุญสร้างพระนอกบ้านไปมากมายแค่ไหนก็ชดเชยความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวในหัวใจพ่อแม่ที่ถูกลูกทิ้งไม่ได้…

เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ในที่สุดน้องตัดสินใจเลิกกับแฟน ทั้งๆที่ยังรักเขาอยู่มาก เพราะเวลาที่มีให้กันน้อยลงทุกที ครั้งที่ทำให้น้องต้องตัดสินใจหยุดทุกอย่างคือ วันที่ผู้ชายเริ่มอ่อนแอ ป่วยบ่อย เธอก็ยังดูแลใกล้ชิด แถมยังแนะนำไปว่า ร่างกายไม่แข็งแรงแบบนี้ ไม่ดีเลย พี่ต้องออกกำลังกายนะ มันช่วยได้จริงๆ เขาสัญญาว่าจะทำอย่างที่เธอบอก จะได้ไม่ป่วยบ่อยและแข็งแรง จะได้อยู่ช่วยเหลือคนอื่นได้นานๆ ….นี่น้องมีแฟนเป็นสไปเดอร์แมนหรือเปล่า เอะอะก็พิทักษ์โลกตลอดเวลา

น้องผู้หญิงได้ยินแบบนั้นยังแอบแซวไปว่า

“โห.. นึกว่าจะทำตัวให้แข็งแรงเพื่อเรา จะได้อยู่ด้วยกันนานๆ” พอเขาได้ยินปั๊บ เขาตวาดเธอทันที

“อะไรอีกแล้ว เธอเป็นแฟนนึกว่าจะเข้าใจฉันดีที่สุด เรียกร้องอะไรบ้าๆบอๆอยู่นั่น” จบเลยค่ะ ความอดทนของน้องคนหนึ่งที่มีแฟนแสนดีต่อสังคม แต่ช่างใจร้ายกับเธอเหลือเกิน น้องให้เหตุผลของการเลิกกันว่า เราคงมีศีลที่ไม่เสมอกันค่ะพี่

มีแฟนดีใครๆก็ภูมิใจ แต่ความชื่นใจของคนรักกัน มันก็ต้องมี ถึงวันนี้น้องยังรู้สึกผิดที่ขอเลิก แต่น้องลืมมองไปว่า เขาก็ไม่ได้คัดค้านอะไร อยากเลิกก็เลิกไป คำยืนยันของเขาที่บอกกับเราเสียงดังๆคือ เราหรือแม้แต่ครอบครัว ไม่ใช่ความสุขของเขา เราก็ไม่รู้ต้องอยู่ตรงนี้ทำไม ยินดีกับสิ่งที่เขาทำ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่า สิ่งที่อยากได้จากเขา เขาให้เราไม่ได้จริงๆ เมื่อความสุขของเราคือเขา แต่ความสุขของเขาไม่ใช่เรา ก็ต้องรักเขาแต่อยู่ในที่ของเราน่าจะดีที่สุด

เป็นคนดี ก็ต้องพอดีค่ะ คนดีที่ดูแลตัวเองได้ดีแล้วยังดูแลสังคมได้ด้วยจะน่าภาคภูมิใจ ไม่ใช่ทำเพื่อคนอื่นมากมาย แต่สุดท้ายดูแลครอบครัวของตัวไม่ได้เลย


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน